บทที่ 4 เริ่มมีหวัง

กวีวัธน์กลับมาถึงบ้านก็รีบจัดการกับธุระส่วนตัวจากนั้นก็เดินลงมายังชั้นล่างของบ้านเพื่อหาน้ำเย็น ๆ ดื่มให้ชื่นใจ แต่ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นไปบนห้องนอนเพื่อพักผ่อน สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่งที่วางคว่ำหน้าอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว

“สงสัยเป็นของป้าอุ่น”

กวีวัธน์ถือวิสาสะหยิบขึ้นมาดู ภาพหน้าปกเป็นชายหญิงคู่หนึ่ง ฝ่ายชายสวมเสื้อเชิ้ตติดกระดุมเพียงเม็ดล่างสองเม็ด เผยให้เห็นหน้าท้องเป็นลอนสวย ส่วนผู้หญิงสวมชุดนอนตัวบางนั่งอยู่บนตักของผู้ชาย มือของเธอวางอยู่บนกล้ามท้องเพียงแค่เห็นหน้าปกกวีวัธน์ก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาร้อนขึ้นทีละนิดในหัวของชายหนุ่มจินตนาการว่าผู้ชายคนนั้นคือตัวเอง หัวใจของเขาเต้นแรงมากขึ้น

เขาถือหนังสือติดมือไปบนยังห้องนอนเปิดอ่านหน้าที่ถูกคว่ำไว้ด้วยความสนใจ

ความรู้สึกแบบนี้ไม่เกิดขึ้นกับเขามาสามเดือนแล้ว อ่านไปไม่กี่หน้าน้องชายของเขาก็ตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ตัวอักษรแต่ละบรรทัดที่บรรยายถึงบทรักที่เร่าร้อนทำให้อารมณ์ของเขาเตลิดไปไกล อ่านไปได้เพียงไม่กี่หน้าเท่านั้น ‘น้องชาย’ ที่เคยนิ่งสนิทเป็นท่อนไม้มานานก็ตื่นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขายิ้มกว้างรอยยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ

ในที่สุดชายหนุ่มเขาก็ได้ปลดปล่อยความอัดอั้นที่สะสมมานานออกมาอีกครั้ง แม้จะด้วยมือของตัวเองก็ตาม

พอร่างกายได้ระบายและปลดปล่อยอารมณ์ออกมาจนหมด ชายหนุ่มก็รู้สึกเบาสบายตัวขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สายตายังคงจับจ้องหน้ากระดาษ กวีวัธน์พิงหลังกับหัวเตียงและตั้งหน้าตั้งตาอ่านนิยายเรื่องนั้นต่อไปเรื่อย ๆ อย่างวางไม่ลงจนกระทั่งจบเล่มในที่สุด ในใจนึกอยากจะเอ่ยปากขอบคุณนักเขียนเจ้าของผลงานคนนี้เหลือเกิน ที่ใช้น้ำหมึกชุบชีวิตทำให้มังกรยักษ์ของเขากลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง

“พริบพราว” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะหลับอย่างมีความสุขเป็นครั้งแรกหลังจากประสบอุบัติเหตุ

....

กวีวัธน์ตื่นนอนด้วยความสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาหลายเดือน แม้วันนี้จะเป็นวันหยุดพักผ่อนของเขา แต่ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่คอยดูแลเขามานาน ก็เดินทางมาทำอาหารเช้าให้เหมือนกับทุกวัน กลิ่นหอมของข้าวต้มร้อน ๆ โชยมาแตะจมูกขณะที่เขาก้าวลงมาที่โต๊ะอาหาร

“คุณวัธน์เห็นหนังสือนิยายไหมคะ เมื่อวานป้าน่าจะลืมไว้ที่นี่ แต่ไม่รู้ว่าเอาไปวางไว้ที่ห้องไหน” ป้าอุ่นเอ่ยถามด้วยสีหน้ากังวลเพราะเธอเองยังอ่านไม่จบและกำลังถึงตอนสำคัญ

“ผมเห็นวางอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขกครับ” กวีวัธน์โกหกคำโตด้วยใบหน้านิ่งเฉย ทั้งที่ความจริงเขาเพิ่งจะหยิบมันลงมาจากห้องนอนแล้วแอบเอาไปวางเนียน ๆ ไว้ตรงนั้นเมื่อครู่นี้เอง

“เฮ้อ...โล่งอกไปทีป้านึกว่าจะหายไปซะแล้ว” หญิงสูงวัยถอนหายใจยาวพลางเอามือทาบอก

“ป้าอุ่นชอบอ่านนิยายเหรอครับ” ชายหนุ่มถามขำ ๆ ชวนคุยแก้เขิน

“ใช่ค่ะ ป้าชอบอ่านโดยเฉพาะของคุณพริบพราวยิ่งชอบอ่านมาก นี่ก็รอเล่มใหม่ของเธออยู่ไม่รู้จะออกมาเมื่อไหร่ป้าเก็บเงินแล้ว ออกช้าเหลือเกินป้าคงต้องไปทวงถามทางเพจแล้ว”

“ท่าทางจะชอบจริงๆ นะครับ ถึงขั้นตามไปทวงเลย”

“ก็คนมันชอบนี่คะคุณวัธน์ มีแค่ป้าคนเดียวที่ไหนล่ะที่ไปทวง แฟนๆ หลายคนก็ถามถึงกันบ่อย แต่บางครั้งป้าก็สงสารเธอ” ป้าอุ่นเปลี่ยนสีหน้าเป็นเห็นใจ

“ทำไมเหรอครับ” จู่ๆ เขาก็อยากรู้เรื่องของนักเขียนขึ้นมาซะอย่างนั้น

“ก็มีบางคนไปวิจารณ์เธอว่างานเขียนเริ่มถอยหลังลงคลอง บทหวานๆ ก็เริ่มไม่ค่อยมี ไม่เหมือนกับตอนแรกที่เธอเขียน อย่างเล่มที่ป้าลืมไว้เมื่อวานนั้นเป็นเรื่องแรกของเธอเลยนะคะ ป้าอ่านไม่รู้กี่รอบแล้วก็ยังชอบ ดีนะคะที่ไม่หายถ้าอย่างนั้นป้าคงเสียดายแย่เลยเพราะหาซื้อไม่ได้แล้ว”

กวีวัธน์ยิ้มมุมปาก อย่าว่าแต่ป้าอุ่นอ่านแล้วชอบเลย ขนาดคนที่ไม่เคยแตะต้องหนังสือนิยายประโลมโลกอย่างเขา พอได้ลองเปิดอ่านยังรู้สึกว่านิยายมันดึงดูดอารมณ์มาก แม้ชีวิตนี้จะไม่เคยคิดจะอ่านนิยายมาก่อน แต่พอได้ลองอ่านผลงานของพริบพราวเล่มนี้ เขาก็ถึงกับวางไม่ลงเลยทีเดียว

หลังจากรับประทานอาหารเช้าฝีมือรสเลิศของป้าอุ่นเรียบร้อยแล้ว กวีวัธน์ก็ย้ายตัวเองมานั่งเคลียร์งานต่อในห้องทำงานส่วนตัวอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเวลา ความมั่นใจในความเป็นชายที่เคยสูญสิ้นไปเริ่มกลับมาเต็มเปี่ยม เย็นวันนี้เขาจึงทำใจกล้า นัดหมายหญิงสาวสวยหุ่นดีคนหนึ่งไว้ที่โรงแรมหรูย่านชานเมือง กะว่าคืนนี้แหละ เขาจะจัดเต็มบทรักให้สมกับที่อัดอั้นมานานสามเดือนจนถึงเช้าเลยทีเดียว

ชายหนุ่มออกจากบ้านในเวลาหนึ่งทุ่ม กะเวลาให้ถึงโรงแรมสองทุ่มตามเวลาที่นัด

ผู้หญิงที่นัดมาวันนี้เขาเป็นคนเลือกจากรูปทั้งหมดที่โมเดลลิ่งแห่งหนึ่งส่งมาให้ เลือกคนที่มีรูปร่างและลักษณะใกล้เคียงกับผู้หญิงที่อยู่บนปกนิยายมากที่สุด

แต่แล้วทุกอย่างมันก็พังไม่เป็นท่า ไม่ว่าเด็กที่เรียกมาจะพยายามมากแค่ไหนทุกอย่างก็ไม่เป็นผล สุดท้ายกวีวัธน์ก็เลยจ่ายค่าเสียเวลาบวกกับค่าปิดปากให้กับผู้หญิงคนนั้นอีกจำนวนหนึ่ง

เขาขับรถกลับมาถึงบ้านในเวลาตีหนึ่ง สายตาคมมองไปทั่วห้องหวังว่าวันนี้ป้าอุ่นจะลืมหนังสือไว้อย่างเดิม

แล้วเขาก็ถอนหายใจเมื่อหาจนทั่วก็ไม่เจอหนังสือเล่มนั้น เขาจำได้ว่าป้าอิ่มพูดถึงเพจนักเขียนที่ชื่อพริบพราว ชายหนุ่มหยิบไอแพดขึ้นมาค้นหาจนเจอเพจที่ว่า

นับว่าเป็นเรื่องดีที่หนังสือของพริบพราวมีแบบอีบุ๊กด้วย แต่กวีวัธน์ก็รู้สึกผิดหวังเพราะเล่มที่เขาอ่านเมื่อวานไม่มีจำหน่ายในรูปแบบอีบุ๊ก แต่ก็ยังดีที่มีเล่มอื่นให้อ่านบ้าง

ชายหนุ่มกดซื้อและเปิดอ่านเล่มอื่นทันที และแล้วความรู้สึกตื่นตัวเหมือนเมื่อคืนก็ค่อย ๆ กลับมาอีกครั้ง แต่เนื่องจากเวลานี้เป็นเวลาดึกดื่นค่อนคืนมากแล้ว ร่างกายล้าเกินไป เขาเลยจำเป็นต้องช่วยตัวเองเพื่อปลดปล่อยไปก่อน

ในหัวสมองของหนุ่มนักธุรกิจเริ่มวางแผนการครั้งใหม่ไว้ในใจพรุ่งนี้เขาจะลองเรียกเด็กจากโมเดลลิ่งมาลองดูอีกสักครั้ง และรอบนี้เขาจะไม่ลืมเอาไอแพดไปด้วยอย่างแน่นอน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป