บทที่ 5 ความพยายาม
ภายในห้องสวีตสุดหรูของโรงแรมใจกลางเมือง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบงันชวนอึดอัด ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่นั่งอยู่บนขอบเตียงในสภาพกึ่งเปลือย คิ้วเข้มขมวดแน่นจนแทบชนกัน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงอย่างคนอารมณ์เสียถึงขีดสุด
“พี่วัธน์ขา น้องเอยรออยู่นะคะ”
เสียงหวานของน้องเอยปลุกชายหนุ่มที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ ให้หันมามองหน้าเธออีกครั้ง เมื่อครู่เธอทำให้เขาได้ปลดปล่อยไปแล้วด้วยปากเล็กๆ ของเธอ และมันถึงเวลาที่เขาควรจะเดินหน้าต่อ แต่แล้วเจ้าน้องชายของเขากลับไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด
“ขอโทษนะครับ น้องเอย พอดีพี่นึกได้ว่ามีธุระด่วน” กวีวัธน์เอ่ยเสียงเรียบพลางขยับตัวลุกขึ้นยืน เขาต้องรีบไปจากที่นี่เพราะอายเกินกว่าจะทนอยู่ต่อ
“พี่วัธน์จะมาทิ้งกันไว้อย่างนี้ไม่ได้นะคะ” หญิงสาวออดอ้อนด้วยเสียงหวานพลางเข้ามาเบียดกายนุ่มกับท่อนเอ็นที่หลับใหลไปแล้วอย่างยั่วยวน
“ไม่ต้องกังวลนะครับ เดี๋ยวจ่ายพิเศษให้ พี่ต้องไปจริงๆ ครับ”
กวีวัธน์ระบายลมหายใจยาว ขยับตัวออกห่างแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโอนเงินให้กับเด็กสาวตามราคาค่าตัวที่โมเดลลิ่งแจ้งไว้ พร้อมกับกดแถมเงินค่าเสียเวลาให้อีกเท่าตัวเพื่อตัดรำคาญ ก่อนที่เขาจะรีบแต่งตัวและเดินออกจากห้องพักของโรงแรมหรูมาอย่างคนหัวเสียและหงุดหงิดตัวเองอย่างที่สุด
เมื่อครู่ที่เขาได้ปลดปล่อยและเสร็จสมไปหนหนึ่ง มันไม่ใช่เพราะสัมผัสของเด็กสาวคนนั้นทำให้เขามีความสุขเลยสักนิด แต่เป็นเพราะก่อนที่เธอจะก้าวเท้าเข้ามาในห้อง เขาเพิ่งจะนั่งอ่านนิยายอีโรติกฉากแซ่บถึงใจของนามปากกาพริบพราวจนอารมณ์ค้างอยู่ต่างหาก
กวีวัธน์ไม่รู้ว่าอาการที่เป็นอยู่นี้มันเพราะอะไร ทำไมร่างกายของเสือร้ายอย่างเขา ถึงกลายสภาพเป็นคนที่มีอารมณ์ตอบสนองได้เฉพาะกับการอ่านนิยายเท่านั้น เพราะความสงสัย ชายหนุ่มจึงรีบโทรศัพท์ไปปรึกษากับอิศเรศทันที โดยไม่สนใจเลยว่าเวลานี้มันจะดึกดื่นค่อนคืน และเจ้าตัวที่เป็นคุณหมอจะกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่หรือไม่
“เรื่องด่วนเหรอวัธน์โทรมาดึกเลยนะ” เสียงงัวเงียของปลายสายถามขึ้น
“ขอเวลาคุยด้วยหน่อยว่างไหม” กวีวัธน์ตอบเสียงเครียด
“ว่างแค่ครึ่งชั่วโมงนะคุยมาเลย” อิศเรศสัมผัสได้ถึงความไม่ปกติของเพื่อนจึงยอมสลัดความง่วงทิ้ง
กวีวัธน์เล่าอาการของตัวเองให้กับเพื่อนฟังอย่างไม่มีอะไรต้องอาย ทางด้านอิศเรศฟังแล้วก็ทั้งสงสารและทั้งขำที่เพื่อนของตัวเองกลายเป็นคนมีอารมณ์ตอนอ่านนิยายแต่พอขึ้นเตียงจริงๆ กลับปลุกเจ้าน้องชายไม่ขึ้น
“ฉันว่านายน่าจะลองไปเจอนักเขียนคนนี้ดูนะ เผื่อว่าเธอจะช่วยนายได้” อิศเรศเสนอ
“จะให้ฉันเดินไปบอกเขายังไง คุณช่วยผมหน่อยนกเขาผมไม่ขันแต่มันขันตอนอ่านนิยายของคุณ เขาจะได้หาว่าฉันเป็นบ้าน่ะสิ”
“ไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก ก็แค่ไปคุยด้วยตีสนิท จากนั้นก็ลองถามว่าเธอไปเอาเรื่องราวจากไหนถึงเขียนได้ดีขนาดนั้น”
“ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกน่า ก็แค่ลองไปคุยด้วย ตีสนิททำความรู้จัก จากนั้นก็ลองเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามดูว่าเธอไปเอาข้อมูล หรือไปเอาเรื่องราวมาจากไหนถึงเขียนได้ดีและปลุกอารมณ์ได้เก่งขนาดนั้น”
“มันน่าอายจะตาย”
“ลองก่อนน่า บางทีนักเขียนเขาก็มีข้อมูลดี ๆ เยอะ ไม่ได้บอกให้ไปนอนกับเขาสักหน่อยแค่ไปลองคุยด้วย”
“ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เห็นแค่นามปากกากับเพจที่เขาคุยกับแฟนคลับของเขา” กวีวัธน์บอกข้อมูลเท่าที่มีอันน้อยนิด
“มันจะยากอะไรถามญาดาสิ” อิศเรศหมายถึงลูกพี่ลูกน้องของเขาที่ทำงานเป็นบรรณาธิการอยู่สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง
“นั้นสิ ลืมนึกไปเลย ขอบใจนะเดี๋ยวจะลองโทรถามยายดาดู”
พอวางสายจากเพื่อนไปแล้วเขาก็โทรศัพท์ไปหาญาติผู้น้องทันที
“พี่วัธน์คะ มันใช่เวลาไหม ดาจะนอนแล้วโทรมาอะไรตอนนี้” เสียงแหลมของญาดาดังลอดสายออกมาทันทีที่กดรับ
“พี่มีเรื่องจะถาม ขอเวลาแค่ 5 นาที”
“เรื่องอะไรถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญนะน่าดู”
“สำคัญสิ มากด้วยถ้าดาช่วยพี่ สิ้นปีนี้เตรียมแพ็กกระเป๋าไปทัวร์ยุโรปได้เลย แถมพ็อกเก็ตมันนี่อีกให้อีกด้วย”
เมื่อได้ยินข้อเสนอคนปลายสายก็ตาโตทันที แต่พอได้ยินว่าชายหนุ่มต้องการอะไรเธอก็ไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่
“พี่วัธน์ ดาไม่รู้ว่าพี่อยากจะเอาข้อมูลนักเขียนไปทำไม”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกน่า พี่ก็แค่อยากรู้จัก พี่อ่านงานของเขาแล้วมันสนุกดี ป้าอุ่นก็เป็นแฟนคลับของเขา พี่ก็เลยอยากรู้จักเผื่อจะได้พาป้าอุ่นไปเจอตัวจริง”
“ให้ป้าอุ่นมาหาดาก็ได้ เดี๋ยวดาแนะนำให้รู้จักเองนะค่ะ”
“พูดแบบนี้แสดงว่าดาจะไม่ช่วยพี่”
“เหตุผลของพี่มันดูไม่ค่อยเมคเซ้นส์เท่าไหร่”
“พี่รู้ว่ามันไม่เมคเซ้นส์แต่เชื่อเถอะพี่อยากเจอเธอจริง ๆ อยากรู้จัก”
“จะจีบเธอเหรอคะ ดาบอกก่อนเลยรุ่นน้องคนนี้นิสัยดีและสวยมากถ้าพี่วัธน์คิดจะควงเล่นๆ อย่าหวังเลยว่าดาจะช่วย”
“พี่ไม่คิดอะไรแบบนั้นเลย ดาก็รู้ว่าพี่เพิ่งผิดหวังเรื่องความรักมานะ พี่ไม่อยากกลับไปเป็นแบบเดิมอีกแล้ว”
“หมายถึงจะอยู่เป็นโสดแบบนี้ตลอดเหรอคะ”
“เป็นโสดก็ดีไม่ใช่เหรอ”
“ดีตรงไหนคะ”
“ถ้าไม่ดีแล้วดาจะโสดมาจนถึงตอนนี้เหรอ” คนพูดหัวเราะร่วนเพราะเขาไม่เคยเห็นญาดามีแฟนเลยสักคน
“พูดแบบนี้ไม่อยากจะช่วยแล้ว”
“โอ๋ๆ คนเก่ง พี่ขอโทษ บอกมาเถอะนะว่าเธอเป็นใคร”
“ดาบอกพี่ก็ได้แต่สัญญาก่อนว่าจะไม่ทำอันตรายเธอจะไม่คุกคามเธอ”
“สัญญาเลยว่าแต่เธอสนิทกับดามากไหม”
“ค่ะ พราวเป็นเพื่อนรุ่นน้องของดา”
เมื่อได้ยินคำตอบอันน่าพึงพอใจ กวีวัธน์ก็ยิ้มออกมาในความมืด เขารู้สึกว่าเรื่องมันง่ายกว่าที่คิดเอาไว้เยอะมาก ถ้าหากนักเขียนคนนั้นเป็นถึงเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทของญาดา การที่เขาจะเข้าหาและพูดคุยกับเธอก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรอีกต่อไป
“นัดให้พี่หน่อยได้ไหม”
“ช่วงนี้ดาไม่ว่างเลยค่ะ แล้วพราวก็กำลังยุ่งเรื่องต้นฉบับอยู่ด้วย”
“งั้นพี่จะเจอเธอได้ตอนไหน”
“คงอีกสักพัก แต่ถ้าพี่รอไม่ไหวก็ติดตามเพจเธอไปก่อน”
“พี่ติดตามอยู่แต่ก็ไม่เห็นมีรูปหรือข้อมูลส่วนตัวเลย”
“ลองเข้าไปหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวสิ เดี๋ยวดาส่งลิงก์ให้”
“ขอบใจมาก”
กวีวัธน์เอ่ยขอบคุณญาติผู้น้อง ก่อนจะวางสายไปพลางจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ รอคอยลิงก์โปรไฟล์ของหญิงสาวที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล
