บทที่ 6 ใกล้ตัวกว่าที่คิด
พอวางสายจากญาดาแล้วเขาก็ส่งคำขอเป็นเพื่อนไป รอไม่นานฝ่ายนั้นก็กดรับเป็นเพื่อนคงเพราะเห็นว่ามีเพื่อนร่วมกันคือญาดาและรูปไปรไฟล์ที่เขาใช้ก็เป็นรูปหนังสือนิยายเล่มแรกของเธอ ซึ่งวันนั้นเขาถ่ายของป้าอุ่นเก็บไว้
หลังจากกดวางสายจากญาดาแล้วกวีวัธน์ก็รีบคลิกลิงก์โปรไฟล์เฟซบุ๊กส่วนตัวที่ญาติผู้น้องส่งมาให้ทันที เขากดส่งคำขอเป็นเพื่อนไปยังบัญชีที่ใช้ชื่อจริงของเธอ และทุกอย่างก็เป็นใจเพราะรอเพียงไม่นานนัก หน้าจอก็แจ้งเตือนว่าฝ่ายนั้นได้กดตอบรับคำขอเป็นเพื่อนเรียบร้อยแล้ว
กวีวัธน์คาดเดาในใจว่า เธอคงเห็นว่าเขามีเพื่อนร่วมกันในเฟซบุ๊กคือญาดา และที่สำคัญคือรูปโปรไฟล์ที่เขาเพิ่งเปลี่ยนมาใช้สด ๆ ร้อน ๆ นั้น เป็นรูปถ่ายหน้าปกหนังสือนิยายเล่มแรกของเธอ ซึ่งในวันนั้นเขาแอบใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปเล่มของป้าอุ่นเก็บเอาไว้ด้วยความเร่งรีบ
ผู้บริหารหนุ่มจ้องมองหน้าต่างแชตอย่างลังเล ความคิดในหัวกำลังตีกันอย่างหนักว่าเขาควรจะส่งข้อความทักทาย แล้วเนียน ๆ หาเรื่องนัดเจอกับเธอเลยดีไหม แต่เมื่อคิดทบทวนดูอีกที เขาก็ต้องหยุดความคิดนั้นไว้ก่อนเพราะคิดว่ามันคงดูโจมจนเกินไป เขาอยากจะใช้เวลาส่องและทำความรู้จักกับตัวตนของเธอผ่านโลกออนไลน์ให้มากกว่านี้อีกสักหน่อย
เขาสารภาพจากใจจริงเลยว่า นักเขียนเจ้าของนามปากกา 'พริบพราว' คนนี้ ในสายตาของกวีวัธน์แล้ว เธอช่างดูมีเสน่ห์และน่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มมองรูปถ่ายของเธออย่างไม่รู้จักเบื่อ ตาคมจ้องใบหน้าเรียวรีรูปไข่รับกับดวงตากลมโต พวงแก้มใส และริมฝีปากอิ่มสวยและเผลอจินตนาการว่ามันจะรู้สึกดีสักแค่ไหนกัน ถ้าหากวันหนึ่งเขาได้ก้มลงไปสัมผัสริมฝีปากอิ่มคู่นั้น
เพียงแค่คิดเลือดลมในกายชายหนุ่มพลุ่งพล่าน สิ่งที่เคยหลับใหลไร้ กลับตื่นตัวขึ้นมาราวกับมีแรงกระตุ้น กวีวัธน์เริ่มชักจะไม่แน่ใจแล้วว่า ตอนนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับโรคประหลาดอะไรกันแน่
เมื่อหัวค่ำมีหญิงสาวหุ่นเย้ายวนอยู่ตรงหน้าแต่กลับไม่รู้สึกอะไร แต่พอเห็นรูปคุณนักเขียนเขากลับรู้สึกถึงเรื่องอย่างว่าจนต้องพาตัวเองไปจัดการในห้องน้ำอีกครั้ง เรื่องนี้กวีวัธน์คงไม่กล้าเล่าให้ใครฟังเพราะมันน่าอายเกินกว่าที่จะให้ใครรู้ ชายหนุ่มรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองเหมือนคนโรคจิตไปทีละนิด
และคืนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคืนที่ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่นอนหลับไปพร้อมกับนิยายของนักเขียนที่ชื่อพริบพราว
ชีวิตประจำวันของกวีวัธน์ไม่มีอะไรมาก ตื่นเช้าไปทำงาน ตกเย็นก็กลับบ้าน บางครั้งก็นัดสังสรรค์เพื่อนบ้างแล้วแต่ว่าใครจะว่างมานั่งดื่มกับเขาด้วย
ถ้าเป็นแต่ก่อนพอเลิกงานเขาก็จะออกไปทานข้าว ดูหนังฟังเพลงกับพรลภัสชีวิตช่วงนั้นมีความสุขจนไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องเลิกกันไปแบบนี้
เรื่องแฟนสาวนอกใจเขาเองก็พอรู้อยู่บ้างแต่คิดว่าคงเป็นแค่ข่าวลือ เพราะเธอเป็นคนมีเสน่ห์และมีเพื่อนมาก จึงไม่ได้ระแวงเลยว่าหนึ่งในเพื่อนที่เธอไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ จะเปลี่ยนสถานะมาเป็นคู่นอนของเธอในวันที่เขาบอกว่าติดงานและไปหาเธอไม่ได้
เพราะบาดแผลจากความรักที่ลงเอยด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรงในครั้งนั้น มันส่งผลให้กวีวัธน์ปิดตายหัวใจและไม่คิดจะเริ่มต้นคบหาจริงจังกับใครอีกเลยในชีวิตนี้ ตอนนี้เขาอยากจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดที่มีให้กับหน้าที่การงานอย่างเต็มที่
ชายหนุ่มเป็นรองประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นบริษัทของครอบครัว ซึ่งมีทั้งคอนโดมิเนียมหรู โครงการหมู่บ้านจัดสรรรวมไปถึงไปถึงที่ดินเปล่าอีกจำนวนมากที่บริษัทของเขาถือครองอยู่
วันต่อมาภายในห้องทำงานบนตึกสูงระฟ้า กวีวัธน์กำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ตาจ้องหน้าจอไอแพดอย่างมีสมาธิ จนกระทั่งเสียงเคาะประตูขัดจังหวะพร้อมกับการก้าวเข้ามาของเลขาสาว
“บอสอ่านนิยายด้วยเหรอคะ” ณิชามนเลขาสาวที่ทำงานกับเขามาสี่ปีถามด้วยความสงสัย เมื่อสายตาของเธอเหลือบมองเห็นหน้าจอไอแพดของเจ้านายที่กำลังเปิดค้างหน้านิยายรักเอาไว้ เพราะโดยปกติแล้ว ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอของเจ้านายหนุ่มบ้างานคนนี้ ถ้าไม่ใช่กราฟดัชนีหุ้นตัวแดงตัวเขียว ก็ต้องเป็นข่าวสารเจาะลึกในแวดวงธุรกิจและการลงทุนเท่านั้น
“ไม่เชิงครับ ช่วงนี้ผมเครียด ป้าอุ่นก็เลยแนะนำให้อ่านอะไรที่เบาสมอง” ชายหนุ่มแอบขอโทษป้าอุ่นอยู่ในใจที่เอาชื่อมาอ้าง
“อ้อ นินึกว่าบอสชอบอ่านงานของคุณพริบพราว” ณิชามนพยักหน้ารับยิ้ม ๆ ก่อนจะเอ่ยชื่อนามปากกานั้นออกมา ทำเอาหัวใจของกวีวัธน์กระตุกวูบ
“คุณก็อ่านงานของเธอเหรอครับ” กวีวัธน์พยายามซ่อนความตื่นเต้นแล้วถามกลับ
“ก็ต้องอ่านสิคะ ถ้าไม่อ่านเดี๋ยวเจ้าตัวก็จะงอนเอา” เลขาสาวหัวเราะคิกคัก
“หือ” บอสหนุ่มเลิกคิ้วอย่างสงสัย
“เธอเป็นเพื่อนนิค่ะ”
“อ้อ เหรอครับ” ชายหนุ่มทำเป็นพยักหน้ารับรู้เรียบ ๆ ทั้งที่ในอกตอนนี้หัวใจเต้นโครมครามราวกองรัว โลกมันจะกลมเกินไปแล้ว
“ค่ะ ถ้าป้าอุ่นของบอสอยากได้ลายเซ็นก็บอกนะคะ ฝากหนังสือมาให้ก็ได้ค่ะ”
“เดี๋ยวผมจะบอกป้าอุ่นให้นะครับ แกคงดีใจ”
“แล้วบอสล่ะคะ ไม่อยากรู้จักเพื่อนของนิบ้างเหรอคะ”
ณิชามนแกล้งถามหยั่งเชิง เพราะเห็นว่าเจ้านายหนุ่มรูปหล่อเพิ่งจะครองตัวเป็นโสดมาได้สักพัก และเพื่อนสนิทคนสวยของเธอเองก็ยังไม่มีใครจับจอง เลขาสาวเลยนึกสนุกอยากจะทำหน้าที่เป็นแม่สื่อแม่ชักแอบจับคู่ให้ทั้งสองคนเสียเลย
กวีวัธน์ไม่ตอบอะไร ใบหน้าหล่อเหลายังคงนิ่งสนิทราวกับไม่ใส่ใจ เพราะในใจลึก ๆ ของเขานั้นเต็มไปด้วยความตื่น เขาไม่อยากแสดงท่าทีให้ณิชามนจับพิรุธได้ว่าตัวเองกำลังสนใจและหมกมุ่นกับนักเขียนสาวคนนี้อยู่
