บทที่ 3 ตอนที่ 3 ยิ้มเข้าไว้นะเบบี๋

ดิว Part

สัมผัสอุ่นวาบโอบกอดมาจากทางด้านหลัง ความแนบชิดของผิวเนื้อที่ถูไถกับแผ่นหลังผมท่ามกลางสายน้ำ น้ำคำนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงจนรู้สึกถึงได้นั่นก็ทำให้ผมหันไปรั้งตัวไอ้โย ผลักดันผิวเนื้อเปลือยเปล่าของมันให้แนบชิดไปกับผนังห้องน้ำ ก่อนจะสอดนิ้วเกี่ยวรั้งกับนิ้วเรียวของว่าที่คุณหมอ

เพราะระดับความสูงไม่ได้เหลื่อมล้ำกันมากจนเกินไปเหมือนผมกับมิน ฉะนั้นแค่ก้มหน้านิดหน่อยปากและจมูกของเราทั้งคู่ก็ชิดใกล้จนแทบจะแนบสนิทติดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวท่ามกลางสายน้ำมันเป็นเหมือนตัวเร่งปฏิกิริยาดึงดูด ให้ปากเราทั้งคู่ต่างก็ขยับเข้ามาชิดจนสัมผัสกันและกัน

"อืมม ดิว" เสียงครางตอบรับกระซิบแผ่วเบาดังมาจากคนที่ผมลูบไล้ไปทั่วผิวเนื้อเย็นฉ่ำและตัวมันเองก็กำลังสั่นสะท้านจนน่าสงสาร ครับไอ้โยมันกำลังสั่นไปทั้งตัวเมื่อผมขบเม้มไปตามแอ่งชีพจรไล่มาถึงจุกสีแดงแปะสองเม็ดที่อกของมัน

"เฮ้ย! ดะ ดิว กูว่าไม่เหมาะมั้ง มันไม่ควรเป็นแบบนี้ปะมันควรจะเป็นแบบนี้มากกว่าเนอะ" ไอ้โยตะครุบมือผมที่ไล้ลูบกรีดนิ้วเล่นกับร่องก้นงอนของมัน มันรีบเอ่ยด้วยเสียงละล่ำละลักรั้งให้ผมไปยืนแทนตำแหน่งตัวเองแล้วเป็นฝ่ายลงลิ้นไล้เลียเล่นกับหน้าท้องจนถึงช่วงล่าง โพรงปากอุ่นอ้างับรับท่อนเนื้อของผมไปรูดรั้ง ลิ้นอุ่นของมันตวัดปาดเลียพร้อมกับนิ้วเรียวเองก็ขยับข้อมือรูดรั้งไปด้วย

"ดิว ดิวครับ อย่าเกร็งนะ" ถามว่าฝีไม้ลายมือการเล้าโลมของไอ้โยทำให้เคลิ้มไหมต้องยอมรับว่าทำให้ผมเคลิ้มได้ในระดับหนึ่ง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะลืมตัวจนถึงกับยอมให้ไอ้ขยะเปียกที่กำลังพยายามจะทำตัวเป็นคนเสียบให้มันสมหวังแบบนี้!

"หึหึ กูน่ะไม่เกร็งหรอกโย โทษทีนะ" หมับ! สวบ!ในจังหวะที่ไอ้โยพยายามเล้าโลมเอ่ยกระซิบคำปลอบโยนนั้นผมก็จับตัวมันให้ยืนหันหน้าแนบชิดติดผนังห้องน้ำ สองมือเหนี่ยวรั้งก้นงอนแบะร่องรอยผ่าด้านหลังแล้วดุนดันท่อนเนื้อของตัวเองให้ผ่านความฝืดของความซิงไอ้โยให้ได้ โดยไม่ไยดีกับเสียงโวยวายคร่ำครวญของคนที่ดิ้นรนออกจากพันธนาการในครั้งนี้ โดยที่เมินเฉยต่อการหดรัดเกร็งตัวปฏิเสธสิ่งที่กำลังบุกรุกล่วงล้ำเข้าไปในร่างกาย และโดยไม่สนใจว่าการเอาแต่ใจของตัวเองที่ดื้อจะบุกเข้าไปโดยไม่มีตัวช่วยอื่นใดให้ลื่นไหล

ไม่มีแม้แต่สารหล่อลื่นจากถุงยางอนามัยทั้งที่ร่างกายนี้บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าไม่เคยผ่านการใช้งานทางนี้มาก่อน แต่ผมก็ยังดันทุรังเอาตัวเองยัดเยียดเข้าไปจนหมดโดยไม่สนใจว่ามันจะสร้างความเจ็บปวดให้อีกคนมากแค่ไหน

เพียะ!! "กูเจ็บ ไอ้เหี้ย!" ไอ้โยเอี้ยวตัวหันหน้ามาฟาดมือใส่แขนผมเต็มแรง เมื่อตัวมันถูกดันจนแทบจะฝังร่างไปกับผนังห้องน้ำโดยมีตัวเองไล่ต้อนบดเบียดมันอยู่ด้านหลัง

"อยู่เฉย ๆ! ถ้าไม่เกร็งมึงก็ไม่เจ็บปะวะ" พอมันจะอ้าปากเถียงมือผมก็ทาบปิดปากมันไว้ด้วยความรำคาญ ก็บอกแล้วว่าอย่าให้โอกาสเหมือนคืนนั้นมาอยู่ในมือผมอีกเพราะตัวภาระอย่างไอ้ขยะเปียกควรโดนดีซะบ้างอยากรนหาที่ดีนัก

"อื้ออ" มือขวาผมยังปิดปากไอ้โยเอาไว้ แขนซ้ายก็โอบรัดล็อกเอวมันจนแน่น ท่อนล่างเองก็บดเบียดคว้านคลึงอยู่ในตัวไอ้โยทั้งที่ยังฝืดคับแน่นแบบนั้นอยู่พักใหญ่ จนรู้สึกถึงการผ่อนคลายของคนในอ้อมแขนที่เริ่มโอนอ่อนลง มือที่ใช้ปิดปากมันไว้ถึงเลื่อนมาจับยึดสะโพกงอนทั้งสองข้าง เพื่อจัดท่าทางแกมบังคับให้มันใช้ฝ่ามือตัวเองยันผนังห้องน้ำยืนแอ่นด้านหลังให้ผมสาวไอ้หนูเข้าออกอย่างย่ามใจ

ซ่าา สวบ ๆ ๆ พั่บ ๆ ๆ ๆ "อื้ออ ดะ ดิว บะ เบาหน่อย" ผมยังคงยืนกระแทกท่อนเนื้อรัวใส่ผนังนุ่มด้านในของไอ้โย โดยปล่อยคำร้องแผ่วเบาของมันให้ไหลไปกับเสียงน้ำจากฝักบัว

"เมื่อไหร่มึงจะเสร็จหา! กูเมื่อย!" พักใหญ่ไอ้โยก็หันมาแว้ดเสียงใส่อีกรอบ เมื่อผมยืนสาวท่อนเนื้อเข้าออกอย่างไม่อาทรร้อนใจอะไรและไม่มีท่าทีจะเสร็จง่าย ๆ ซะด้วย

"เฮ้อ วันนี้คงไม่เสร็จว่ะกูไม่มีอารมณ์ละ" มีเสียงบ๊วบเพราะถอดท่อนเนื้อออกจากผนังนุ่มดังให้ได้ยินเมื่อผมถอนหายใจแรงด้วยความเซ็ง ไม่รู้ว่าเซ็งอะไรไม่รู้ว่าเบื่อตรงไหนทั้งที่ผนังนุ่มนั้นทั้งตอดรัดขมิบเหนี่ยวรั้งไว้เหมือนไม่อยากให้ถอดถอนออก แต่ผมก็ละความสนใจจากไอ้โยที่ยืนหันหลังในท่าเดิมมาอาบน้ำอาบท่าและเดินออกจากห้องน้ำโดยไม่ได้หันกลับไปมองว่าคนที่เหลืออยู่จะมีปฏิกิริยายังไงบ้าง อารมณ์ตัวเองตอนนี้มันดิ่งสุดขีดจนไม่อยากสนใจสิ่งรอบตัวนอกจากภาพการยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ของมินกับคนที่มินรักเท่านั้น

"น้องดิวมึงไม่ควรทิ้งคนที่มึงเพิ่งเสียบไว้กลางทางนะหนูถึงมึงจะไม่เสร็จก็เถอะ แบบนี้มันเสียมารยาทนะเว้ยงี้จะมีสาวที่ไหนมาติดว้า" สักพักใหญ่ไอ้โยก็นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ ปากมันยังพล่ามไม่หยุดจนผมต้องเดินหนีออกมาหน้าระเบียงด้วยความรำคาญเสียงมันนั่นแหละ ไอ้นี่สงสัยจะบ้าจนไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งที่ตัวเองเพิ่งจะโดนเสียบมาแท้ ๆ

"เบบี๋ป๋าใช้พลังงานในการรองรับความหื่นของเบบี๋ตั้งนานจนพยาธิงอแงอีกแล้วเนี่ย ร้านข้างล่างยังเปิดอยู่ปะวะ" แต่ไอ้ขยะเปียกยังตามมาวอแวถึงข้างนอกว่ะ

"มึงไม่เสียใจเสียหน้าหรือเขินอายบ้างเหรอวะไอ้ขยะ" ร่างที่ดูจะบางกว่าผมแต่หนากว่ามินเดินมายืนพิงราวระเบียงไม่ไกลจากผมนัก กลิ่นบุหรี่จากนิ้วเรียวที่คีบเอาไว้ลอยมาแตะจมูกพร้อมกับใบหน้ากวนตีนยักคิ้วหลิ่วตาให้จนน่าเตะสักที

"เสียใจแต่ไม่แคร์ว่ะ ป๋าถือว่าเปิดประสบการณ์ใหม่ตายไปจะได้อวดยมทูตได้ว่าป๋าโยหมอหล่อคนนี้แหละลองมาหมดทุกอย่างในชีวิตละ เรื่องเสียหน้านี่มีนิดหน่อยแต่ไม่เป็นไร วันนี้ให้เบบี๋น้องดิวเสียบป๋าไปก่อนวันหน้าป๋าค่อยเสียบคืนเนอะ ส่วนเรื่องเขินอายไม่มีในพจนานุกรมของป๋าว่ะอิหนู ป๋าไม่อยากคิดมากเดี๋ยวจะแก่ก่อนวัยตอนนี้คิดอย่างเดียวคือหิวอะเบบี๋ ฮ่า ๆ ๆ" ผมมองรอยยิ้มทะลึ่งตึงตังเสียงหัวเราะอย่างเต็มเสียง มาพร้อมกับควันบุหรี่ที่มันพ่นใส่หน้าผมด้วยความเอือมระอา

ไอ้นี่เมื่อกี้มึงว่ากูไม่มีมารยาทนะแต่มึงมารยาทดีตายล่ะ เอาเสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นกูมาใส่โดยไม่เอ่ยขอแล้วยังจะพ่นควันบุหรี่ใส่หน้ากูอีกรู้งี้เมื่อกี้ไม่แทงไอ้ขยะให้เสียเวลาอาบน้ำหรอก

"มองป๋าทำไมวะเบบี๋อยากโดนเสียบบ้างเหรอ ป๋าติดไว้ก่อนได้ปะเมื่อกี้โดนเบบี๋เสียบซะจนแสบว่ะขายังสั่นอยู่เนี่ยแต่ถ้าเบบี๋จะขย่มเองก็โออยู่นะ" ยิ่งมองมันผมยิ่งเกลียด เกลียดในท่าทีที่ทำเป็นไม่ทุกข์ร้อนอะไร เกลียดในความไม่ยินดียินร้ายที่มันแสดงออกมาให้เห็น เกลียดที่มันชิลเสียจนไม่มีคุณค่าอะไรเลย เกลียดที่มันยังมีรอยยิ้มถึงแม้จะเพิ่งผ่านเรื่องเมื่อกี้มา ต่างกับผมแม้แต่แรงจะเฝ้ามองหัวใจของตัวเองยืนเคียงคู่หัวใจของคนอื่นยังแทบจะไม่มี

"มึงกลับไปเหอะกูจะพักผ่อน หิวนักก็ไปหาแดกเอาข้างหน้าหรือไม่มีค่าข้าวอีกเดี๋ยวกูให้" ว่าแล้วผมก็สาวเท้ากลับเข้าไปในห้องควักทุกแบงก์ในกระเป๋าเดินกลับมายื่นให้คนที่ยังหันหน้ามองไปยังค่ำคืนแห่งราตรี แผ่นหลังของมันสงบนิ่งดูไม่สะทกสะท้านอะไรเลย

"อะ กลับไปได้แล้วกูง่วง" ไอ้โยเอี้ยวตัวกลับมายิ้มแป้นให้ มือเรียวมันคว้าหมับแล้วยัดแบงก์ปึกนั้นใส่กระเป๋ากางเกง ผมรู้ว่ามันไม่ได้ดีใจกับเงินพวกนี้หรอกเพราะบ้านมันไม่ได้ยากจนข้นแค้นอะไรติดจะร่ำรวยมากด้วยซ้ำ

"เบบี๋นี่น่าตีจริง ๆ คิดยังไงถึงเอาเงินมาให้ป๋าเนี่ย แบบนี้มันเรียกว่าตบหน้าป๋าชัด ๆ"

" แล้วจะเอาปะล่ะ?"

"เอาซี้ถ้าไม่เอามันจะเสียน้ำใจคนที่เขาตั้งใจให้หมด ปะกินพิซซ่ากันป๋ามีเงินละเดี๋ยวเลี้ยงเบบี๋เองนะ ไปโทรสั่งพิซซ่าดีกว่ามีเงินเลี้ยงดูปูเสื่อว่าที่เมียแล้วเว้ย แต่คืนนี้ป๋าจะนอนนี่เบบี๋ห้ามงอแงนะครับ เฮ้อ อย่าขมวดคิ้วบ่อยสิไม่งั้นจะแก่เร็วเชื่อป๋านะเพราะป๋าเป็นหมอ ปะเราไปสั่งพิซซ่าแล้วนอนตีพุงรอบอลมาเถอะ" มือของว่าที่หมอเอื้อมมาจับมือผมไว้มันกระชับมือเราทั้งคู่เข้าด้วยกันแล้วพาผมเดินกลับเข้ามาข้างใน เสียงพล่ามอย่างน้ำไหลไฟดับยังคงมีให้ได้ยินต่อเนื่อง ไม่รู้ว่าผมทนฟังได้ยังไงมารู้ตัวอีกทีมันก็นอนกางแขนกางขายึดพื้นที่บนเตียง จนผมต้องใช้เท้าถีบ ๆ ยัน ๆ มันให้ชิดอีกฝั่งหนึ่ง

"น้องดิวเบบี๋เดี๋ยวป๋าพาไปเที่ยวนะค้าบ อย่าร้องไห้อีกนะดิว ฟี้ ๆ ๆ " ถึงจะเป็นแค่เสียงแผ่วเบาแต่ในห้องที่มีแค่เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานอยู่และมันก็เงียบพอที่จะได้ยินประโยคสุดท้ายนั้นของไอ้ขยะเปียก ทำให้เท้าที่กำลังยกเพื่อจัดท่าทางเคลียร์สถานที่ให้ตัวเองได้นอนบ้างต้องหดลง อย่างน้อยคืนที่ผมว้าวุ่นใจแบบนี้ก็มีไอ้ขยะอยู่ด้วยล่ะวะ อีกอย่างเรื่องวันนี้ของผมกับไอ้โยคงเป็นแค่เหตุการณ์ที่เหมือนสายลมพัดผ่านมาเพียงวูบเดียว และพรุ่งนี้ก็คงจางหายไป..

"โย ไอ้โย! ขยะเปียกเมื่อไหร่จะลุกกลับบ้านกลับช่องตัวเองสักที มานอนเป็นภาระอยู่ได้กูจะไปเรียนแล้วเนี่ย" เป็นเช้าครั้งที่สองที่ผมต้องมายืนเท้าเอวมองขยะเปียกนอนน้ำลายยืด กางแขนกางขายึดเตียงนอนของตัวเอง แถมครั้งนี้ปลุกยังไงมันก็ยังไม่ลุกสักทีเดี๋ยวพ่อจะปลุกแบบครั้งก่อนซะเลย

"ไอ้โย ถ้ามึงไม่ตื่นกูถีบจริง ๆ นะ!"

พลั่ก ตุ๊บ! "โอ๊ย ไอ้เหี้ย!" สุดท้ายผมก็ต้องปลุกมันแบบเดิมด้วยการถีบไอ้ป๋าไปนอนแอ้งแม้งอยู่ข้างเตียง มันเองก็สะลึมสะลือเมาขี้ตาเต็มตาลุกมานั่งเอามือล้วงเข้าไป เอ่อ เกาไข่ตัวเองออกมาดมเห็นแล้วผมแทบกราบในความซกมกของมัน เนี่ยนะว่าที่คุณหมอทำไมมึงถึงสกปรกแบบนี้วะ

"อื้อ เบบี๋ถีบป๋าอีกแล้วนะค้าบอะไรจะรุนแรงสัสขนาดนี้วะ" ปากก็พูดจ้อมือมันยังล้วงไปเกาไข่ออกมาดมแถมทำหน้าฟินอีกต่างหาก

"มึงเป็นมนุษย์คนแรกที่กูเห็นเรื่องความโสโครกได้อย่างชัดเจนว่ะโย เป็นสังคังรึไงล้วงเข้าไปเกาอีกสิไข่เน่าของมึงน่ะ"

"ไหน ๆ ไข่ใครเน่าไม่มีอะค่ะเบบี๋อย่าใส่ร้ายป๋าสิคะ ถ้าไม่เชื่อเบบี๋ก็ต้องเข้ามาพิสูจน์เองนะ เอาปะล่ะตอนนี้ป๋าพร้อมออกศึกกับเบบี๋ละ อ่าา ห้อมหอมเหมือนกลิ่นอะไรสักอย่างว่ะนึกไม่ออก เบบี๋มาดมให้ป๋าหน่อยสิถ้าตอบได้เดี๋ยวมีค่าขนมให้" และแล้วไอ้ขยะเปียกมันก็ลุกขึ้นแก้เสื้อผ้าตัวเองออก จนเหลือแต่ตัวเปลือยเปล่าแล้วเดินอาด ๆ เข้ามาหา เป็นผมเองที่ต้องรีบถอยหลังเดินออกไปข้างนอกก่อนที่ขยะเปียกจะโดนตัว ไม่รู้มันไปเอาความมั่นอกมั่นใจมาจากตรงไหนถึงเอะอะก็แก้ผ้าโชว์ตลอด อย่าให้มีสถานการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีกเลยผมคงใจไม่เย็นแบบนี้อีก และคงได้เตะมันในสักวันหนึ่ง

หลังจากถีบหัวส่งไอ้โยลงป้ายรถเมล์เลยคอนโดไปไม่กี่ป้าย คืนนี้ก็ยังเห็นมันหน้าระรื่นมาช่วยงานสวดอภิธรรมศพแม่ของมินเหมือนเดิมและขากลับมันก็ยังเข้ามาตอแยวอแวขอกลับกับผมเหมือนเดิม ครั้นจะไม่ให้ไปมันก็มานั่งเอามือเกาะล้อรถจนน่าเหยียบเสียจริง

ผมต้องจำใจรับมันขึ้นรถมาและมันก็ยังหน้ามึนตามมานอนด้วยทุกวัน กระทั่งงานศพผ่านพ้นไปจนถึงวันเอาอัฐิแม่ดาไปลอยอังคารไอ้โยก็ตามติดผมแจเหมือนผมเป็นเมียของมันยังไงยังงั้น ทั้งที่มันนั่นแหละเป็นฝ่ายโดนเสียบอยู่เกือบทุกคืนน่ะ

"น้องดิวเดี๋ยวถ้าไปเห็นภาพบาดตาบาดใจอะไรก็อย่านอยด์ล่ะเบบี๋ ยิ้มเข้าไว้ยิ้มไปเถอะถึงมันจะไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่แต่อย่างน้อย มันก็ไม่ทำให้ใครมาเห็นว่าเรากำลังอ่อนแอนะครับ เชื่อป๋าเถอะ"

"ยิ้มเหมือนคนบ้าแบบมึงใช่ปะ อย่าบอกนะว่าที่มึงไม่เต็มบาทอยู่นี่เพราะกลัวคนอื่นจะมองเห็นความอ่อนแอน่ะ" ผมเหลือบตาไปมองไอ้คนที่เรียกตัวเองว่าป๋ามันกำลังรื้อค้นรถผมอย่างตั้งอกตั้งใจหาอะไรวะ?

"หาอะไรของมึงน่ะโย"

"หาเงินสิวันก่อนป๋าดูรายการพ่อบ้านใจกล้ามีพี่คนหนึ่งบอกว่าพี่แกเอาเงินซ่อนเมียไว้ในรถนี่แหละ เบบี๋ได้ซ่อนเงินไม่ให้ป๋ารู้บ้างมั้ยครับ ไม่เอาครับแบบนี้ไม่ทำนะมันเป็นเรื่องใหญ่มากที่ป๋ารับไม่ได้" ผมกระตุกมุมปากกับท่าทางจริงจังเอาเรื่องของมัน แทนตัวเองว่าป๋าแต่ตอนเอากันผมดันเป็นคนเสียบและพฤติกรรมของมึงมีแต่ความเป็นเมียหลวงมากอะโย

"มึงกำลังสับสนตัวเองอยู่นะโย ตกลงจะเล่นบทผัวทั้งที่นอนให้กูเสียบเป็นเมียเนี่ยนะ" คำว่าผัวกับเมียหลุดออกจากปากโดยที่ผมไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งกับคำพวกนี้และไม่ได้คิดอะไรกับไอ้โยมากไปกว่าการเอากันเฉย ๆ

"บ๊ะ เบบี๋คิดลึกอะไรกับป๋าปะเนี่ยอยู่ดี ๆ มาผัวมาเมีย แน่ะ ๆ อยากได้ป๋าเป็นเมียเหรอเบบี๋ ถ้าอยากได้ก็ขอกันดี ๆ ป๋าจะหลับหูหลับตาทำเป็นลืมไปว่าเราเคยบอกจะแค่เอากันมัน ๆ ชิล ๆ แต่ของแบบนี้มันต้องมีเงื่อนไขนะครับ เช่นเบบี๋ต้องให้ป๋าได้เป็นผัวบ้างผลัดกันเป็นผัวคนละวันก็ได้เพื่ออรรถรสในการร่วมเพศโอเคตกลงตามนี้นะครับ ตื่นเต้นเว้ย! คืนนี้จะได้ฟัดเบบี๋เจ้าของกล้วยหอมละ แล้วจะติดใจขาวอมชมพูของดีโอทอปห้าดาวของตระกูลป๋า ฮ่า ๆ ๆ ๆ " ผมส่ายหัวให้กับความอวดไอ้หนูขาวอมชมพูของไอ้โย แล้วหวนนึกไปถึงเมื่อคืนที่ไอ้สินค้าโอทอปคายน้ำออกมาสองรอบ ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก่อนจะคอพับคออ่อนปลุกไม่ตื่นเพราะผมจับรีดน้ำออกมาติด ๆ กันสามวันละ

นอกจากจะเล็กสั้นแล้วยังไม่อึดอีกกูล่ะสงสารคนที่จะมาเป็นเมียมึงซะจริง ว่าไปแล้วกูสงสารทุกคนที่อยู่รอบตัวมึงมากกว่ารวมถึงตัวกูด้วยสินะโคตรจะซวยที่มาเจอขยะเปียกเกาะหนึบไม่ปล่อยอยู่เนี่ย สงสัยผมคงต้องทำบุญชุดใหญ่เพื่อไล่ของเน่าเสียแบบมันให้ออกไปจากชีวิตแล้วมั้ง แค่คิดว่าถ้าวันหนึ่งต้องอยู่กับมันแบบผัวเมียจริง ๆ ผมคงเป็นคนบ้าเที่ยวฆ่าหั่นศพคนบ้าอย่างมันในสักวัน

"ดิวเว้ยไม่ได้ฟังพี่โยพูดเลยนะ น้อยใจว่ะเดี๋ยวจับปลาให้กินเลยนี่" พอลอยอังคารอัฐิแม่ดาเสร็จ ในขณะที่คนอื่นกำลังยืนคุยกันไอ้โยก็ลากแขนผมมาพล่ามเรื่องปลาอะไรของมันสักอย่างนี่แหละ

"อะไรของมึงอีกโย"

"น้องดิวมึงดูสิปลาตัวนั้นหน้าโคตรเหมือนน้องดิวเลยอะ" ผมแปลกใจในท่าทางของไอ้โยเหมือนกัน ตกลงมันจะอะไรยังไงอยู่กันสองคนนี่ป๋าเบบี๋พออยู่ท่ามกลางเพื่อนดันทำตัวเหมือนผมกับมันไม่มีอะไรกันซะงั้น

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องถามมันอยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะเอาที่สบายใจเลย แต่ขออย่ามาเพิ่มภาระให้ผมอีกก็พอเพราะแค่ตอนนี้ที่ผมต้องทนเห็นมินมีรอยยิ้มให้พี่ตุลย์ ความรักที่มินมีให้ผู้ชายคนนั้นมันแสดงออกมาอย่างเปิดเผย และพี่ตุลย์เองคงจะคิดตรงกันกับมินแล้วมั้งเล่นจุ๊บปากบนเรือท่ามกลางผู้คนขนาดนั้นนั่นเท่ากับเป็นการประกาศสถานะชัด ๆ

"น้องดิวเมื่อกี้ได้ฟังที่พี่โยพูดบ้างปะ"

"มีอะไรก็รีบพูดคนอื่นเขาจะกลับกันหมดแล้วนะ หรือมึงจะนอนเฝ้าวัดอยู่นี่วะ"

"น้องดิวพี่โยบอกว่าไอ้ปลาพวกนี้มันหน้าเหมือนน้องดิว เราควรลงไปจับเอามันไปเลี้ยงที่ห้องดีปะ" ผมก้มมองตามที่ไอ้โยเพ้อหาแล้วแทบจะถีบมันให้หน้าทิ่มกับโคลน ไอ้เหี้ย! แบบนี้ด่ากันจะ ๆ เลยดีกว่า

"แน่ะ ๆ หน้าแดงใหญ่เลยน้าชอบล่ะสิที่พี่โยชมว่าหน้าเหมือนปลาน่ะ ไม่ต้องซาบซึ้งอะไรหรอกนะน้องดิวยังไงเราก็คนกันเองเดี๋ยวก็ได้เปลี่ยนกันเป็นผัวแล้วเนอะ" ท้ายประโยคมันเบาเสียงลงจนได้ยินแค่เราสองคน แต่ใบหน้าที่ทำตาลอยไปถึงดาวอังคารมันน่าหมั่นไส้ชะมัด ฝันไปเถอะว่ามึงจะได้แดกตูดกูน่ะ

"โยพวกกูจะกลับกันแล้วนะมึงสองคนมัวแต่ทำอะไรกันอยู่เนี่ยน้องดิวขา อย่าเสวนากับไอ้โยมันบ่อยนะคะเดี๋ยวน้องดิวจะถูกมันล่อลวงเอาค่ะไอ้นี่กะล่อนจะตายหลอกสาวไปฟันแถมให้ผู้หญิงเลี้ยงข้าวอีกมันเลวค่ะ" พี่ยิ้มเดินหน้ามุ่ยจิกตาใส่ไอ้โย

แต่พอมายืนข้างผมปุ๊บแขนเล็ก ๆ ของพี่เขาก็คว้าแขนผมไปกอด ยื่นหน้าแลบลิ้นใส่ไอ้โยจนผมอดหัวเราะไม่ได้ พี่ยิ้มเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งถ้าผมไม่ปักใจกับมิน ผมคงชอบผู้หญิงบุคลิกแบบพี่ยิ้มนี่แหละ กระฉับกระเฉงคล่องตัวสดใสชัดเจนมีรอยยิ้มติดบนหน้าตลอดเวลา เหมือนใครวะ?

"แหม ๆ ไอ้ยิ้มอย่าบลัฟฟ์กันนักเลยมึง ขนาดมึงไม่สาธยายความชั่วของกูน้องดิวมันก็ยี้ใส่ปานกูเป็นขยะเปียกละ ขืนมาฟังความเลวจากปากของมึงอีกกูคงทั้งเละทั้งเหม็นกว่าขยะเน่าค้างปีเลยมั้ง น้องดิวอย่าไปฟังสาวทึนทึกมันใส่ร้ายพี่โยนะค้าบพี่โยเป็นคนดีขนาดไหนน้องดิวก็รู้ใช่ม้า"

"โทษทีที่ไม่รู้ว่ะ เรากลับกันเถอะพี่ยิ้มปล่อยคนบ้าให้อยู่กับวัดกับวานี่แหละเผื่อจะหายบ้าได้บ้าง"

"เดี๋ยวสิน้องดิวปากแบบนี้ระวังจะโดนขาวอมชมพูตีปากนะครับ ไอ้ยิ้มมึงมาดูปลาหน้าเหมือนน้องดิวสิ มึงอยากได้ไปเลี้ยงปะล่ะเดี๋ยวน้องดิวจะลงไปจับมาให้ แต่กูอยากได้ไปเลี้ยงสักสองสามตัวว่ะมีตั้งเยอะเลยนะเว้ย"

"ปลาอะไรของมึงอิโย อิเหี้ยนี่มึงว่าน้องดิวหน้าเหมือนปลาตีนเหรอหา! แต่ดูดี ๆ หน้าเหมือนอิโปรด อินัท อิตุลย์ว่ะ นั่น ๆ ตัวนั้นเหมือนมึงมากอะโย"

"เออว่ะสันคางคล้ายกูอยู่ ยิ้มตัวนั้นที่ทำปากยื่นปากยาวมาแต่ไกลนั่นมันมึงชัด ๆ ฮ่า ๆ ๆ เราลงไปจับมันปะกูจะเอาไปให้เตี่ยรู้จักลูกที่พลัดพรากจากเตี่ยมาตั้งนาน แล้วกูจะเรียกร้องและเป็นคนดูแลผลประโยชน์ให้น้องปลาเท้าของกูเอง" พี่ยิ้มเดินไปชะโงกหน้าดูสิ่งที่ไอ้โยเชื้อเชิญ แต่พอเห็นฝูงปลาที่ไอ้โยพูดถึงเท่านั้นแหละผมก็ส่ายหัวเดินหนีมนุษย์หญิงชายคู่นั้นทันที

ขอโทษที่ผมตกหล่นคุณสมบัติของพี่ยิ้มเมื่อกี้น่ะ เพราะมีอีกอย่างที่พี่ยิ้มมีเยอะจนล้นนั่นก็คือความบ้าเหมือนไอ้คนที่นอนให้ผมเสียบเกือบทุกวันนั่นแหละ

"มินร้อนมั้ยเดี๋ยวพี่แวะซื้อน้ำร้านหน้าวัดให้นะ"

"ไม่ร้อนเท่าไหร่ครับ แต่พี่ตุลย์นั่นแหละคงจะร้อนมากล่ะสิเหงื่อออกเต็มเลยมินเช็ดให้นะ" ถ้อยคำเอื้อนเอ่ยอย่างเป็นห่วงเป็นใยของคนทั้งคู่ ทำให้เท้าทั้งสองข้างของผมหยุดเดิน พร้อมกับหัวใจก็นับหนึ่งถึงร้อยเพื่อจะสงบสติอารมณ์ตัดความอิจฉาที่มีต่อพี่ตุลย์ออกไป

"ดิวกลับก่อนนะมิน มีอะไรก็โทรมาได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงครับ"

"ขอบใจมากนะดิวขับรถดี ๆ ไม่ต้องอยากเป็นไบรอัน โอคอนเนอร์ล่ะ" มิน ส่งยิ้มให้ผมเหมือนเดิม ยิ้มที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตามความหมายของรอยยิ้มนั้น ก็ไม่เคยเหมือนกับรอยยิ้มที่มินมีให้ผู้ชายคนที่ยืนจับมือกันอยู่ในตอนนี้สักที ผมยอมรับว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกแย่มากแต่มันก็เป็นแค่ความรู้สึกที่พูดออกมาไม่ได้อยู่ดี

"ดิว แฮก ๆ ๆ รอพี่ด้วยสิวะ แหมะ ไอ้นี่สงสัยจะไม่มีเชื้อสายชาวสุพรรณมาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกันสิ น้องมินสุดที่รักของพี่โยพี่กลับก่อนนะครับ รักษาเนื้อรักษาตัวให้อยู่รอดปลอดภัยจากเงื้อมมือไอ้หมอหื่นด้วย น้องดิวเรากลับกันเถอะพี่โยรีบว่ะ"

"รีบไปไหนของมึงนัดใครไว้อีก ระวังจะไปทำสาวป่องขึ้นมาให้เตี่ยมึงเป็นลมเล่นอีกล่ะโย"

"ไอ้ตุลย์ไอ้คนชอบใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นอีกคนละ ทำไมชีวิตกูถึงมีแต่พวกเต้าข่าวแบบพวกมึงวนเวียนเป็นสัมภเวสีอยู่รอบตัววะ กูเนี่ยเป็นคนดีที่สุดในตระกูล อาม่าบอกว่าบรรดาลูกหลานทั้งหมดกูนี่แหละที่อาม่าภูมิใจที่สุด อีกอย่างตอนนี้กูมีเบบี๋คนใหม่แล้วเว้ยคนนี้กูจริงจังซะด้วย ว่าจะปะเหลาะให้เตี่ยไปขอมาเป็นสะใภ้เร็ว ๆ นี้ด้วยนะเออ ฮ่า ๆ ๆ " ถึงจะมีเสียงพูดคุยอยู่รอบตัวแต่ตาผมก็ยังจับจ้องไปที่แววตามีความสุขของมินอยู่ดี อย่างน้อยตอนนี้มินก็ยิ้มอย่างมีความสุขนั่นก็เพียงพอแล้ว

"ดิวไปนะมิน ฝากมินด้วยนะครับพี่ตุลย์" ไอ้โยที่กำลังพล่ามอยู่หุบปากลงฉับพลันเมื่อผมเอ่ยลากับคนทั้งคู่

"คนของกู กูดูแลได้ขอบใจ" คำพูดนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพี่ตุลย์ตั้งใจประกาศตัวเรื่องมิน และตั้งใจเตือนให้ผมรับรู้ว่าไม่ควรเข้าไปวุ่นวายกับมินมากจนเกินความพอดีอีก

"อะ เออ ไปกันเถอะน้องดิว พี่โยปวดขรี้ ขืนช้ากว่านี้เบาะฟอร์จูนเนอร์ของน้องดิวคงได้มีเปื้อนกันมั่งล่ะ" ไอ้โยดึงแขนผมให้เดินกลับมาที่รถโดยมีเสียงพี่ตุลย์ไล่ตามหลังมาอย่างมีนัย

พี่ตุลย์ไม่ใช่คนโง่แค่สบตากันผมก็รู้ว่าพี่ตุลย์คงจะเห็นอะไรบางอย่างระหว่างผมกับไอ้โยแล้วมั้ง บางอย่างที่เปลี่ยนไปในด้านความสัมพันธ์ของร่างกายที่แตะระดับสูงสุด และบางอย่างที่คงเดิมในด้านความสัมพันธ์ทางจิตใจที่ยังติดลบเหมือนเคย

"เพลา ๆ ลงบ้างนะโย ดูเหมือนเด็กในสังกัดคนใหม่ของมึงมันจะไม่ถนอมมึงสักนิดเลยนะ ร่างกายไม่ถนอมก็ไม่ว่ากันอย่างน้อยขอให้ถนอมจิตใจกันหน่อยอย่าปล่อยให้เขาเอาไปยำจนเละล่ะ" มือข้างที่ว่างอยู่ของไอ้โยยกขึ้นมาเป็นการตอบรับให้เจ้าของเสียงนั้น แต่คำที่ลอยมาตามสายลมของไอ้โยนั่นต่างหากที่ทำให้ผมรีบสาวเท้าเดินจากมันมาขึ้นรถ

"น้องดิวได้ยินใช่มั้ยล้า ห้ามป๊อดนะเว้ยเบบี๋คืนนี้เวรป๋าเป็นผัวป๋าจะเลียให้เบบี๋ล้มเลยค้าบสัญญา!" เออกูจะรอดูมึงนะ คืนนี้ถ้ามึงไม่เลียให้กูล้มกูนี่แหละจะเตะให้มึงล้มเองไอ้ป๋าขยะเปียก!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป