บทที่ 5 ตอนที่ 5 สุขสันต์วันเกิดนะโยเย
ดิว Part
"อ้าวไม่ใช่ของป๋าเหรอโทษที ๆ เห็นวางอ่อยแบบนี้ก็นึกว่าของป๋าน่ะสิ งั้นมาดูของขวัญที่ป๋าให้เบบี๋ดีกว่าเนอะ ชิ้นนี้ป๋าเลือกเพราะบ่งบอกความเป็นเบบี๋ที่สุดเลยนะแถมเมื่อคืนป๋าใช้เวลาห่อทั้งคืนด้วยแกะดูเลยสิ" ผมจ้องลึกลงไปในแววตาที่มองสบมา ไม่มีความโกรธเคืองไม่มีความน้อยอกน้อยใจไม่มีความรู้สึกอะไรที่สื่อสารตอบมา มีแค่แววตาความกระตือรือร้นที่จะให้ผมแกะห่อของขวัญกระดาษลายกล้วยหอมเท่านั้น แต่ตำแหน่งที่ผมตีมือมันไปเมื่อกี้ก็ยังมีรอยห้านิ้วปรากฏให้เห็นอยู่ชัดเจนพอสมควรนะ
"....นี่อะไร?"
"อะ งง ๆ ก็ตุ๊กตากล้วยหอมไงล่ะ แต่ป๋าอุตส่าห์ให้เขาสกรีนหน้าป๋าทับไปเราจะได้สิงอยู่ในที่เดียวร่างเดียวกันไง ชอบของขวัญชิ้นนี้มั้ยเบบี๋จะเอาไว้นอนกอดแทนตัวป๋าเวลาคิดถึงก็ได้นะ" ไอ้โยมันนั่งยืดหลังตัวตรงหน้าเชิดปากสาธยายถึงของขวัญที่มันภูมิอกภูมิใจนักหนา แต่ผมนี่สิตามไม่ทันกับความหมายแฝงไอ้ของชิ้นนี้เลยสักนิดคืออะไรของมันวะ
"อะไรคือเอาหน้าตัวเองไปแปะหมอนข้างแล้วให้ชาวบ้านเขาเป็นของขวัญ เอาความมั่นหน้ามั่นโหนกมาจากไหนว่ากูจะอยากได้วะโย เอาคืนไปเลยรกเตียงเปล่า ๆ"
"เบบี๋หนูดิวกล้วยหอมเนี่ยมันเปรียบเสมือนเบบี๋ไง ไม่ต้องถามหาที่มาที่ไปหรอกน่ะป๋าไม่บอกเว้ย แล้วที่ต้องเอาหน้าหล่อเหลาแปะไว้มันจะได้เหมือนว่าเรานอนด้วยกันทุกวันไงล่ะ ตื่นมาตอนเช้าเบบี๋ก็จะเห็นป๋าเป็นคนแรกก่อนหลับตานอนคนสุดท้ายที่ได้อยู่ในสายตาของเบบี๋ก็คือป๋า อีกอย่างหนูดิวจะได้ไม่ต้องนอนเหงาคนเดียวเพราะมีป๋านอนเป็นเพื่อนด้วยไงล่ะ มานี่ป๋าเอาไปเก็บไว้ในห้องให้ตั้งแต่คืนนี้เราจะได้นอนด้วยกันทุกคืนแล้วนะเบบี๋" พูดจบมันก็อุ้มหมอนกล้วยหอมที่มีรูปหน้ามันอมยิ้มขยิบตาสกรีนแปะไว้แล้วเดินลิ่วเข้าห้องนอนทันที ผมเองก็จนปัญญาจะห้ามปรามมันวันหลังค่อยโล๊ะไปไว้ห้องเก็บของก็ได้วะ
ติ๊ง โปรดปราณ : วันเกิดมึง มาที่ร้านก็แล้วกันกูเลี้ยง
ไลน์จากท่านโปรดพี่รหัสของผมที่ส่งมาให้ไอ้โยทำให้อดคว้าโทรศัพท์ของมันมาดูไม่ได้ วันเกิดมันวันไหนวะ
"แน่ะเบบี๋ยังไม่ทันไรนี่ทำตัวเป็นเมียแอบเช็กโทรศัพท์ผัวเลยนะ ผัวไม่มีกิ๊กมีเล็กมีน้อยหรอกน่ะไว้ใจได้ครับ"
"ท่านเขาไลน์มาบอกว่าวันเกิดมึงให้ไปจัดที่ร้านเดี๋ยวท่านจะเลี้ยง" ผมส่งโทรศัพท์คืนให้มันส่วนไอ้คำว่าผัวเมียที่มันชอบแอบอ้างว่าตัวเองเป็นผัวน่ะ ผมไม่ได้ใส่ใจจะทักท้วงแก้ไขอะไรทั้งนั้นขืนเถียงกับมันผมคงปวดประสาทตายซะก่อน มันอยากเป็นอะไรก็เป็นไปเอาที่สบายใจเลยแล้วกันได้ทุกตำแหน่งยกเว้นตำแหน่งคนที่อยู่ในหัวใจเท่านั้น เพราะตอนนี้พื้นที่ทั้งหมดของผมมันถูกยึดครองโดยเจ้าของช็อกโกแลตกล่องสีแดงนี้หมดแล้ว
"ไปด้วยกันมั้ยเบบี๋ใกล้ ๆ ป๋านัดอีกทีนะครับ เบบี๋ต้องรักษาสิทธิ์ของตัวเองนะเว้ยถ้าไม่ไปแล้ววันนั้นเกิดป๋าเมาคว้าอิหนูคนใหม่มากกอย่ามาหาว่าป๋านอกใจล่ะ" ประโยคเอ่ยชวนของไอ้โยน่าสนใจอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ได้สนใจเรื่องมันจะไปคว้าใครมากกนะเรื่องของมันสิไม่เกี่ยวกับผมนี่ ความสัมพันธ์ของผมกับมันพูดง่าย ๆ ก็แค่เซ็กซ์เฟรนด์เท่านั้น แต่ที่ผมสนใจคือคนที่ไปร่วมงานต่างหากล่ะ
"พี่ตุลย์ไปด้วยปะ"
"จะถามว่าเมียไอ้ตุลย์มันไปด้วยมั้ยก็ถามมาเถอะเบบี๋อ้อมนั่นอ้อมนี่เปลืองน้ำลายนะหนูแต่ป๋าจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไหลตามน้ำไปด้วยก็ได้ ไปครับมันไปทั้งผัวทั้งเมียนั่นแหละ ง่วงว่ะขอป๋านอนแป๊บนะเดี๋ยวตื่นมาจะพาไปกินข้าวข้างนอกตอนนี้เบบี๋ไปกินโจ๊กรองท้องก่อนละกันเดี๋ยวเย็นจะไม่อร่อยเตี่ยป๋าคงเสียใจแย่" ไอ้โยทิ้งตัวนอนตะแคงบนพรมกลางพื้นห้องแขนข้างซ้ายของมันถูกใช้งานแทนหมอนเปลือกตาเริ่มปรือไปทุกที สุดท้ายมันก็หลับในท่านอนตะแคงตัวงอหนุนแขนตัวเองอยู่พื้นห้องนั่นแหละ
หลับง่ายจริงนะมึงกินง่ายนอนง่ายแบบนี้มีไว้ติดห้องคงไม่เป็นภาระอะไรมากนักหรอกมั้ง อย่างน้อยก็ไม่เหงาใจและความคิดถึงใครบางคนคงจะเบาบางลงได้มั่งแหละ หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะครับ
"พักนี้ไม่ค่อยได้ไปกินข้าวด้วยกันเลยนะมินแฟนหวงรึไง"
"อย่าว่าแต่นายดิวเลยขนาดปันมินยังไม่ค่อยมีเวลาให้พูดแล้วน่าน้อยใจเนอะยัยชม เอาแบบนี้มั้ยพวกเราแท็กทีมกันเขี่ยพี่ตุลย์ไปไกล ๆ แล้วฉกมินมากกสักสองสามวันมั้ยจองคิวเลยคนละวัน แต่ปันจองคิวแรกนะ" หลายวันต่อมาผมถึงมีโอกาสได้เจอมินสักที เป็นอย่างที่ปันปันบ่นนั่นแหละตั้งแต่มินกับพี่ตุลย์ย้ายมาอยู่ด้วยกันพี่แกก็ทำตัวติดกับมินตลอดยกเว้นเวลาเรียนนี่ล่ะมั้งถึงห่างกันได้ ปันปันเองก็คงเหงาคงน้อยใจจริง ๆ คู่นี้เขาไปไหนมาไหนด้วยกันยังกับแฝดอินจันเลยนี่นา
"ว่าไปนั่นเลย แต่ปันปันงอนมินจริงเหรอ เอ..ไหนเคยบอกคนสวยเขาไม่ค่อยงอนกันไงล่ะตอนนี้ปันปันไม่อยากสวยแล้วเหรอครับ ดิวดูปันปันสิหน้างอจนจมูกจะชนคางละ" ยิ้มอ่อนของมินยังคงละมุนละไมเห็นทีไรก็ทำให้ผมใจสั่นได้เสมอ พอกับน้ำเสียงนุ่มนวลที่ยังทำให้ผมรักได้เสมอเช่นกัน
"ปันปันเขาไม่แคร์เรื่องนี้หรอกมินเพราะเขาขี้เหร่อยู่แล้วนี่ หึหึ" ปันปันจิกตาพลางเอี้ยวตัวไปกระซิบกับชมพู่สายตาทิ่มแทงก็ยังคงส่งถึงผมกับมินที่หัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน ปันปันเอ๊ยนึกว่าผมไม่รู้หรือไงว่าภายใต้คำจิกกัดเมื่อกี้ปันปันเองก็เจ็บปวดเรื่องมินกับพี่ตุลย์มากเหมือนกัน ก็ปันปันน่ะคิดอะไรไม่ต่างจากผมสักเท่าไหร่หรอกเพียงแต่เธอเลือกที่จะเก็บความรู้สึกนั้นและให้คงเหลือแค่มิตรภาพของความเป็นเพื่อนไว้แค่นั้นเอง
นั่งคุยกันไม่ถึงครึ่งชั่วโมงผู้ชายที่ผมกับปันปันไม่อยากเห็นหน้าที่สุดก็ปรากฏตัวมารับคนของเขากลับไป ทิ้งไว้แค่ประโยคที่พี่ตุลย์เอ่ยดักถึงเรื่องไอ้โยเพื่อเจตนาบอกผมเป็นนัย ๆ ว่าเขารับรู้เรื่องของผมกับเพื่อนเขาแล้ว นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องเกรงกลัวอะไรนี่ใครจะรู้อะไรใครจะเห็นอะไรก็ช่างสิ ถึงยังไงคนที่รู้ดีถึงความสัมพันธ์แบบนี้ก็มีแค่ผมกับเจ้าของวันเกิดคืนนี้เท่านั้น
ความสัมพันธ์ที่ไม่รู้ว่าจะโบกมือลากันเมื่อไหร่ความสัมพันธ์ที่เราทั้งคู่ไม่เคยคิดจำกัดคำนิยามใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากใช้การกระทำเป็นเครื่องแสดงให้ต่างฝ่ายต่างเข้าใจได้เองโดยไม่ต้องมีคำพูดอื่นใดออกมา
"ถึงไหนแล้วอะหนูดิวป๋ารอเป็นชาติกว่าแล้วนะค้าบ" เสียงขี้เล่นของไอ้โยแว่วดังมาตามสาย ตั้งแต่วาเลนไทน์จนวันนี้ก็หลายวันแล้วที่ผมกับมันไม่ได้เจอกันเลยเพราะต่างคนต่างติดภารกิจกับการเรียนทั้งคู่ จะมีก็แต่มันที่ไลน์มาหรือโทรมากวนอยู่บ่อยครั้งเหมือนวันก่อนที่มันโทรมาบังคับขู่เข็ญให้ผมไปงานวันเกิดของมันนี่แหละ
"อีกไม่เกินสิบนาที แต่ถ้ามึงไม่โทรมาทุกห้านาทีป่านนี้กูคงถึงแล้วล่ะมั้ง" มันโทรมาตามผมทุกห้านาทีโดยให้เหตุผลว่ากลัวผมเปลี่ยนใจเลี้ยวรถกลับดื้อ ๆ ถ้ากูจะเปลี่ยนใจต้นเหตุคงเพราะมึงโทรมาจี้ทุกห้านาทีมากกว่า
"ป๋าก็เป็นห่วงหนูดิวเบบี๋ของป๋าไง ไม่อยากให้เหงาระหว่างขับรถเลยยอมเสียค่าโทรศัพท์โทรมาคุยเป็นเพื่อนนะเนี่ยซึ้งใจในความหวังดีของป๋าล่ะซี้"
"ได้ข่าวว่ามึงโทรไลน์นะไอ้โยไส้แห้ง ไม่มีแม้แต่ค่าน้ำมันรถอย่างมึงน่ะนะจะมีเงินโทรศัพท์โทรหาใครเขา"
"แหม พูดจาไม่น่ารักเลยนะ ป๋าแค่อยากช่วยชาติประหยัดเห็นว่าไปทางเดียวกันก็ชวนไปด้วยกันเลยดีกว่าจะเอารถไปทำไมสองคันมันเปลืองพลังงานเว้ย อีกอย่างโทรไลน์ก็เสียตังค์ปะค่าเน็ตน่ะ อะโด่ไม่รู้อะไรแล้วมาหาว่าป๋าไม่ลงทุน" ผมต้องยอมให้กับความแถจนสีข้างถลอกของมัน เสียค่าเน็ตบ้าอะไรล่ะผมเคยไปนอนคอนโดของมันเคยเข้าออกที่นั่นบ่อยพอสมควร มันน่ะชอบไปเกาะไวไฟฟรีที่ล็อบบี้หรอกเกาะไวไฟเขาแชตป้อหญิงยังไม่พอตัวมันปากมันยังป้อพนักงานต้อนรับไปด้วยเถอะ ยอมใจให้ความกะล่อนของมันเลย
ไม่ถึงสิบนาทีผมก็มาจอดรถดูไอ้ว่าที่หมอป้อพนักงานที่ล็อบบี้ด้วยท่าทางแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามันอยากลากเขาไปผสมพันธุ์ใจจะขาดอยู่แล้ว เฮ้อ กูล่ะสงสารคนโชคร้ายที่จะมาเป็นแฟนมึงจริง ๆ ใครแม่งโคตรซวยวะ และเหมือนมันจะยังไม่รู้ตัวว่าถูกผมจ้องหมายหัวอยู่ มารยาทดีมากนะไอ้ขยะเปียกโทรเร่งกูยิก ๆ แต่ตัวเองดันป้อหญิงจนกูมาร้องเพลงรอได้เป็นสิบเพลงละ
ตรู๊ด ๆ ๆ "ว่าไงหนูดิวช้ามากนะป๋ารอจนเหงือกแห้งแล้วเนี่ย"
"กูก็นั่งรอมึงป้อหญิงจนรอไม่ไหวจะหมุนล้อกลับคอนโดแล้วเหมือนกัน" เป็นผมที่ต้องโทรไปหามันเองไม่งั้นคืนนี้คงไม่ได้ไปไหนหรอก พอได้ยินที่ผมบอกมันรีบหันซ้ายหันขวาแล้ววิ่งหน้าเชิดปากฉีกจะถึงหูมาขึ้นรถอย่างไว
"มานานยังหัวก็ไม่ล้านขี้น้อยใจจังเลยว้า" ผมนิ่งไม่ตอบอะไรขืนตอบไปมันก็อ้าปากพ่นลมแถนั่นแถนี่มาอีก
"เบบี๋ไม่มีของขวัญวันเกิดให้ป๋าเหรอ นี่ถามจริงจังเอาสาระตกลงมีปะ" ตั้งแต่ขึ้นรถมานี่เป็นรอบที่สามที่ปากมันทวงถามถึงของขวัญแต่มือก็ยังค้นเก๊ะรถค้นนั่นนี่ไปทั่ว พอเจออะไรแปลกตามันก็จะเค้นถามจนผมต้องอ้าปากตอบ นิสัยเหมือนเมียหลวงขึ้นไปทุกวันแล้วนะมึงไอ้ป๋า
"เบบี๋ทำไมไม่มีวะหาจนรอบรถแล้วนะเว้ยเอาไปซ่อนที่ไหนอะ เอ๊ะ! หรือซ่อนในนี้รึเปล่า" ว่าแล้วมือเรียวของมันก็คว้าหมับเข้าเป้าผมและขยำเล่นทันที เฮ้อ มึงหาอะไรวะกูยังงงกับพฤติกรรมของมึงอยู่แล้วกูจะตอบมึงได้ไหมเนี่ยโย
"กูขับรถอยู่นะโย ขยำเล่นไปเถอะถ้าลูกกูตื่นกูจะจับยัดปากมึงให้กล่อมมันหลับ"
"ป๊าด เบบี๋จะยัดปากป๋าบนรถท่ามกลางสี่แยกไฟแดงเลยเหรอไม่เวิร์คมั้งเดี๋ยวลงโซเชียลดังข้ามคืนอีก เอาสาระแล้วนะที่ป๋าถามเมื่อกี้ก็ถามหาของขวัญไงล่ะทำไมหาไม่เจอวะ อย่าบอกนะว่าเบบี๋มาตัวเปล่าไม่มีอะไรติดไม้ติดมือมาให้จริง ๆ โห..เรื่องแบบนี้ไม่ต้องให้ทวงปะมารยาทขั้นพื้นฐานต้องให้สอนด้วยเหรอเบบี๋ อื้ออ" รถติดไฟแดงปุ๊บผมก็คว้าคอเจ้าของวันเกิดรั้งมาใช้ลิ้นปิดปากมันปั๊บ มันเองก็ตวัดลิ้นตามเกาะเกี่ยวไล่ต้อนผมอย่างไม่กลัวเกรงเช่นกัน มือเย็นล้วงเข้ามาในเสื้อเชิ้ตของผมลูบไล้แผ่วเบาจนไอ้หนูผมดีดผึงอึดอัดอยากออกจากร่มผ้าทันที
ปี๊นน จ๊วบบ "กูนี่แหละของขวัญวันเกิดของมึง ไว้คืนนี้กูจะให้แกะก็แล้วกัน" เสียงบีบแตรจากรถคันหลังเบรกกิจกรรมที่กำลังจะเริ่มเข้าจังหวะให้หยุดชะงักลงซะก่อน ไอ้โยมันหน้าหงิกงอด่าไฟเขียวไฟแดงด่าตำรวจจราจรด่าเพื่อนร่วมถนนด่าแม้กระทั่งหมาแมวที่เดินอยู่ข้างทางด้วยสาเหตุที่ทำให้มันอารมณ์ค้างกลางสี่แยก จนผมต้องออกปากเอ่ยถึงของขวัญที่มันทวงแล้วทวงอีกตั้งแต่ขึ้นรถมา มันถึงยอมหุบปากเลิกด่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกแล้วหันมาร้องเพลงลุงขี้เมาแทน เฮ้อ กูมีเมียเต็มไหมวะเนี่ย แต่..เมียงั้นเหรอ?
"ดิวสัญญาอะไรกับกูสักข้อได้ปะอันนี้กูจริงจังนะมึง" ก่อนจะก้าวขาลงจากรถไอ้โยก็รีบคว้าแขนเอ่ยเสียงจริงจังจนผมต้องหันมาเลิกคิ้วให้ จะมาไม้ไหนของมันอีกวะ
"เรื่องอะไรล่ะถ้าทำได้ก็จะทำให้"
"ต่อให้ต้องเห็นอะไรไม่ว่ามันจะเจ็บปวดมากแค่ไหนทำให้เสียใจมากเท่าไหร่แต่ชีวิตก็ยังต้องเดินต่อไป อย่ารักใครจนทำร้ายหัวใจตัวเองอย่าให้ความรักฉุดรั้งตัวเองจมอยู่กับความทุกข์ใจถ้ารักแล้วต้องทุกข์ใจนั่นไม่ใช่ความรักหรอก ถ้าเห็นแล้วเจ็บมองแล้วปวดรับรู้แล้วทรมานก็หลับตานะไม่ต้องห่วงกูจะดูแลระวังความปลอดภัยให้มึงเอง กูรับรองว่ามึงลืมตาขึ้นมาตอนไหนกูก็จะอยู่ข้าง ๆ คอยเป็นกำลังใจให้เสมอจะไม่ทิ้งมึงแน่นอนกูสัญญา" ผมเข้าใจในสิ่งที่มันพยายามสื่อสารออกมา เข้าใจว่ามันคงกังวลกับสิ่งที่ผมต้องเผชิญในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เข้าใจว่ามันคงเป็นห่วงความรู้สึกของผมที่ต้องเห็นมินกับพี่ตุลย์อยู่ด้วยกัน และโดยไม่ต้องคาดเดาผมก็รู้สึกได้ว่างานนี้พี่ตุลย์คงจะแสดงความเป็นเจ้าของมินใส่ผมอีกแน่ ไอ้โยมันก็คงจะพอรู้เหมือนกันถึงได้พูดดักทางผมไว้แบบนี้
"กูจะถือว่ามึงหวังดี แต่กูเชื่ออยู่อย่างนะโยคนบางคนผ่านมาเพื่อให้กูรักแต่คนบางคนผ่านมาเพื่อให้กูจำ ตอนนี้คนที่ผ่านมาเพื่อให้กูจำดันเป็นคนที่กูรักด้วยสิ กูว่าความรู้สึกที่กูมีให้มินมันไม่ใช่แค่ต้องการครอบครอง เพราะสำหรับมินน่ะเป็นความรักที่กูขอแค่ได้เห็นเขาบ้าง ได้นั่งกินข้าวกับเขาบ้างได้พูดคุยกันบ้างได้รับรู้เรื่องราวข่าวสารกันบ้างได้มาสบตากันบ้างก็พอแล้ว ถึงกูจะเป็นทุกข์กับสิ่งที่ต้องรับรู้และต้องทนเห็นแต่กูก็เชื่อว่านั่นคือความรัก เข้าไปข้างในกันเถอะ" ผมไม่ได้ตอบรับคำขอจากไอ้โย ถึงจะรู้ว่ามันหวังดีแต่ความหวังดีผิดที่ผิดทางโดยที่ผมไม่ต้องการแบบนี้ มันเป็นการก้าวก่ายจนดูล้ำเส้นเกินไป อีกอย่างก็เป็นความหวังดีที่ผมยังไม่ต้องการด้วยสิ
"แหม น้องดิวกูรึก็ปรารถนาดีไม่อยากเห็นซึมหรอกถึงได้เตือนไว้ก่อนน่ะ อย่าขี้แยกลางวงล่ะไอ้หนู ปะเข้าไปกันเหอะกูเสี้ยนเหล้าละ" ไอ้โยเอื้อมมือมาขยี้หัวผม แวบเดียวเท่านั้นที่ผมมองเห็นบางอย่างมันแปลกออกไปบางอย่างที่ทำให้ใจผมกระตุกแล้วหล่นวูบมาเฉย ๆ บางอย่างที่ดูเหมือนว่าเลือนหายไปนานแสนนาน บางอย่างที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร
"สุขสันต์วันเกิดครับพี่โย ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะครับ"
"ขอบใจมากน้องมินสุดที่รักของพี่โย" และแล้วพี่ตุลย์ก็เดินกอดเอวมินมาเป็นคู่สุดท้ายของโต๊ะนี้ เรียกว่าเป็นคู่เดียวดีกว่าเพราะแต่ละคนยังไม่มีคู่ทั้งนั้นนี่รวมถึงผมกับไอ้โยถึงจะมาด้วยกันแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคู่กันอีกนั่นแหละ อ้อ มีไอดอลผมอีกคนที่ซุกเด็กกินเงียบยังไม่มีใครรู้ใครเห็นนอกจากขี้ข้าแบบผมที่ดันไปสู่รู้เรื่องท่านกับน้องลาบเข้าน่ะสิคู่นี้ก็ไม่รู้ว่าตกลงคืออะไรกันแน่
"ดิวมาพร้อมพี่โยเหรอ อั้นแน่ะตกลงมีซัมติงกันจริงด้วย ดีแล้วที่คนนั้นของดิวเป็นพี่โยดีใจจังคนที่มินรักทั้งสองคนเขามีช่วงเวลาแสนดีร่วมกันอย่างนี้ จะบอกอะไรให้นะเห็นพี่โยเฮฮาร่าเริงตลอดเวลาน่ะแต่ลึก ๆ แล้วพี่เขาเป็นคนจริงจังและใจเด็ดมากกว่าที่ดิวคิดเยอะเพียงแต่พี่เขาไม่แสดงออกมาเท่านั้น ปันปันบอกมินว่าพี่โยน่ะเคย"
"คุยอะไรกันครับมินหัวจะชนกันอยู่แล้วพี่หวงมานั่งนี่ครับ" มินพูดยังไม่ทันจบคุยกันไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำพี่ตุลย์ก็มาทวงมินคืนซะแล้ว แถมพี่แกยังโชว์หวานดูดปากมินเยาะเย้ยผมอีกต่างหาก สายตาที่พี่ตุลย์ส่งมาให้นั่นคือคำเตือนนัย ๆ ว่ามินเป็นคนที่มีเจ้าของแล้ว สองมือผมต้องกำแน่นเมื่อพี่ตุลย์อุ้มมินเดินผ่านหน้าผมไปยังชั้นสองของร้านและผมก็รู้ดีว่าจากนี้เขาสองคนจะมีกิจกรรมอะไรในห้องนั้น มันเจ็บจี๊ดเหมือนกันแต่ไม่ได้มากถึงกับทนไม่ไหว อาจเป็นเพราะว่าผมได้เตรียมใจที่จะเห็นภาพพวกนี้มาก่อนหน้าแล้วมั้ง ก็เขาเป็นผัวเมียอยู่ด้วยกันแล้วนี่หว่า
"นายดิวทำหน้าให้มันดีหน่อยนี่วันเกิดพี่โยนายจะมานั่งหน้าบึ้งหน้าเหมือนคนกำลังจะตายทุกนาทีแล้วยังกระดกเหล้าพรวด ๆ เพราะช้ำใจไม่ได้ ยังไงก็ต้องให้เกียรติเจ้าของงานเขา ดูฉันสิยังทนได้เลย" ปันปันเขยิบมานั่งด้านข้างเอียงตัวกระซิบกระซาบขึ้นมาผมถึงหันไปมองเจ้าของวันเกิดที่ส่งยิ้มมาให้ผมทันที คล้ายว่าเขาเองก็รอให้ผมหันไปมองอยู่เหมือนกัน
นี่สินะที่โยมันบอกไว้ก่อนเราจะลงจากรถเมื่อกี้ เปลือกตาผมเริ่มหนักอึ้งลงไปทุกทีเมื่อย้อนนึกถึงเรื่องราวก่อนหน้านั้น สุดท้ายผมก็หมดแรงจนต้องเอนหลังพิงโซฟาหลับตาหลีกหนีภาพเมื่อกี้ที่ยังติดตาอยู่ ภาพที่ตอกย้ำว่ามินมีเจ้าของอย่างชัดเจน
"โหลเทส จุ๊ ๆ เหล่าหนุ่มหล่อสาวสวยทั้งหลายรบกวนขอคั่นเวลากันสักนิด คือวันนี้เป็นวันพิเศษสุด ๆ วันนี้เมื่อยี่สิบเอ็ดปีที่แล้วสะใภ้ตระกูลจิรวัฒน์ได้ให้กำเนิดทารกชายน่ารักน่าดูเอ็นเพราะเจี๊ยวชมพูที่สุดในปฐพี จวบจนวันนี้ทารกน้อยได้เติบโตอย่างสูงค่าและสง่างาม เป็นว่าที่หมอหล่อที่สุดในประเทศไทยเขาคนนั้นชื่อหมอโย กีรติ กระผมเองค้าบ เพราะงั้นหมอจะเลี้ยงป๊อปคอนโต๊ะละกล่อง เงียบทำไมล่ะครับตบมือสิ" ในหูผมยังได้ยินเสียงคุ้นหูของไอ้โยดังแว่วเข้ามา พร้อมกับเสียงตบมืออีกทั้งยังมีการตะโกนโหวกเหวกโวยวายอย่างกับเชียร์ฟุตบอลดังลั่นร้าน
หึหึ นี่มันหน้ามึนถึงกับขึ้นไปอวดความเป็นเจี๊ยวโอท็อปบนเวทีเลยเหรอ แล้วมึงจะไปเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าป๊อปคอนกล่องละร้อยห้าสิบต่อโต๊ะวะ สงสัยงานนี้คงไม่พ้นภาระท่านโปรดอีกแล้วมั้ง
"แต่ ๆ ก่อนที่จะได้กินป๊อปคอนของหมอหล่อ ต้องฟังหมอร้องเพลงก่อนนะเว้ย ดนตรีมา"
อีกไกลแค่ไหนจนกว่าฉันจะใกล้บอกที อีกไกลแค่ไหนจนกว่าเธอจะรักฉันเสียที มีทางใดที่อาจทำให้เธอสนใจได้โปรด บอกกับฉันให้รู้ที ว่าสุดท้ายแล้วฉันยังมีความหมาย
#ไกลแค่ไหนคือใกล้ เก็ทสึโนวา
เสียงนุ่มไม่มีเค้าโครงความกะล่อนไม่มีความขี้เล่นไม่มีความเป็นขยะเปียก แต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าเหมือนเพลงที่เพิ่งร้องไปเมื่อกี้ และนั่นก็คือเพลงที่ผมเคยแท็กซ์เฟซบุ๊กไปให้มินในครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ ทำให้ผมค่อนข้างเข้าใจหัวอกของคนที่กำลังตกอยู่ในสภาวะนี้พอสมควร นั่นทำให้ต้องเปิดเปลือกตาตัวเองมาดูว่าเจ้าของเสียงเพลงอยู่ในสภาวะอารมณ์ไหน และแล้วคืนนี้หัวใจผมต้องหล่นมาที่ตาตุ่มอีกครั้งเมื่อคนที่เพิ่งส่งยิ้มสดใสให้ผมเมื่อกี้ตอนนี้เขาก็ยังคงส่งยิ้มมาให้เหมือนเดิม แต่มันกลับเป็นรอยยิ้มที่อ่อนล้าเหลือเกินมันดูท้อแท้จนผมอดสงสารไม่ได้
"กูว่ามึงไม่โง่พอที่จะไม่รู้ว่ามันคืออะไรนะไอ้ดิวหรือรู้แต่เลือกทำเป็นไม่รู้มากกว่า"
"หึหึ ก็นะผมเป็นน้องท่านนี่หว่าพี่เป็นไงน้องมันก็เป็นงั้น ขืนผมฉลาดกว่าท่านก็เป็นการหักหน้าท่านแย่สิครับ" และผมก็ได้รับรางวัลในการต่อปากต่อคำกับท่านโปรดเป็นผลัวะใหญ่ ๆ เล่นเอามึนไปหลายสิบวินาทีเหมือนกัน
"เป็นไงหนูดิวอึ้งล่ะสิได้ฟังเสียงอันไพเราะเพราะพริ้งของป๋าน่ะ วันนี้วันเกิดป๋ามาชนแก้วปรนนิบัติพัดวีป๋าหน่อยมา"
"โยมีอะไรจะบอกกูมั้ย" ผมมองลึกเข้าไปข้างในดวงตาคู่นั้นเพื่อมองให้เห็นในสิ่งที่ผมเคยมองผ่านไป พอคิดดูให้ดีแล้วไอ้โยมันไม่ใช่สายรับนี่หว่า ถึงมันจะไม่อกผายไหล่ผึ่งมองแวบเดียวก็รู้ว่าโคตรแมนเหมือนเพื่อนผู้ชายในกลุ่มนี้แต่มันก็ไม่ได้เอวบางร่างน้อยออกแนวอาตี๋เจ้าสำอางมากกว่า ส่วนประวัติฟันหนุ่มฟันสาวของมันน่ะเหรอ หึหึ ยาวเหยียดกว่าทุกคนในนี้อีกมั้ง ที่สำคัญมันมีแต่กินเขาและไม่เคยเป็นฝ่ายถูกกินข้อนี้ผมมั่นใจมากว่าตูดมันน่ะผมเป็นคนเปิดซิงแล้วทำไมมันยอมวะ?
"บอกอะไรไม่มีอะไรนี่หว่าเมาปะเนี่ยถ้าเมาจะได้กลับกันเลย อ้อลืมไปมีนิดหน่อยว่ะ ทุกคนก็อยากเป็นความสุขของใครสักคนทั้งนั้นกูก็เหมือนกัน" เพราะไอ้โยมันย้ายก้นมานั่งใกล้จนแทบจะขาเกยขาเพราะมันเอนตัวมากระซิบแผ่วเบาข้างหูเพลงในผับที่เปลี่ยนมาเปิดเพลงฟังสบาย
เพราะความมืดสลัวมันเป็นใจให้ฉกฉวยโอกาส เพราะแอลกอฮอล์ที่ยกดื่มจนนับแก้วไม่ทัน เพราะความเจ็บช้ำกับภาพติดตาเมื่อกี้หรือเพราะความหอมเย็นจากกลิ่นตัวของเจ้าของวันเกิดก็ไม่รู้ ที่ทำให้ผมรั้งคางอาตี๋ขี้เล่นขึ้นมาพร้อมกับก้มหน้ากดริมฝีปากตัวเอง ค่อย ๆ ดูดดึงกลีบปากที่เผยออ้ารับลิ้นชื้นผมอย่างยินดี เสียงรอบข้างทุกเสียงแปลเปลี่ยนเป็นแค่เสียงจอแจไม่ได้อยู่ในความสนใจอะไร แตกต่างจากกลิ่นแอลกอฮอล์ในลมหายใจของเราทั้งคู่มันโชยมาให้ได้สำนึกว่าเราต่างมึนเมากับราตรีนี้มากแค่ไหน ปลายลิ้นนุ่มชื้นของเรายังคงหยอกล้อเล่นกันอยู่อย่างนั้น
ผมไม่รู้ว่าเราอยู่ในวังวนของจูบนี้นานแค่ไหน ไม่รู้ว่าใครจ้องมองหรือเห็นการกระทำของเราบ้างไหม ตอนนี้ผมรู้แค่ว่าถ้าผมเปิดเปลือกตาขึ้นมาผมก็จะเจอไอ้คนที่เรียกว่าตัวภาระขยะเปียก จะเจอไอ้คนที่บ้าบอคอแตกไปวัน ๆ จะเจอนักเรียนแพทย์ไส้แห้งที่ขยันเอาอาหารจากบ้านใส่ปิ่นโตมาให้อยู่บ่อยครั้ง จะเจอคนที่ชอบแทนตัวเองว่าโยเยเวลาโทรไปอ้อนขอเงินเตี่ยกับหม่าม้ามัน จะเจอคนที่บอกว่าจะไม่มีวันทิ้งผมก่อนที่เราจะเข้ามาที่นี่ และเจอคนที่ผมปฏิเสธความหวังดีเมื่อกี้ไปอย่างไร้เยื่อใย
จุ๊บบ "ขอให้มีความสุขตลอดไปนะ สุขสันต์วันเกิดครับโยเย"
"อื้อ ขอบใจสำหรับของขวัญวันเกิดชิ้นนี้ คำว่าตลอดไปน่ะกูแบ่งให้มึงครึ่งหนึ่งนะดิว" ผมว่าเสียงกระซิบแผ่วเบาของเราทั้งคู่มันดังก้องกังวานเข้าไปในหูมากกว่าเสียงสรรพสิ่งรอบตัวซะอีก บางทีบนโลกใบนี้คนที่ผ่านมาเพื่อให้ผมรักและผ่านมาเพื่อให้ผมจำ อาจไม่ได้มีแค่คนเดียวในโลกก็ได้ ภาวนาขอให้มันเป็นแบบนั้นเถอะครับ
