บทที่ 7 ตอนที่ 6.2 อย่างน้อย

โย Part

เทศกาลสอบผ่านพ้นไปอย่างทุลักทุเลสำหรับผม ไม่ให้ทุลักทุเลยังไงไหวล่ะก็ทุกครั้งไอ้ตุลย์จะเป็นติวเตอร์ให้ผมกับสองสาว ครั้งนี้มันมัวแต่เป็นครูสอนพิเศษติวตัวต่อตัวเสื้อผ้าไม่เกี่ยวให้น้องมินเมียมันนี่หว่า จะให้ไอ้นัทสอนผมกับสองสาวคงไม่วายเอาแต่นั่งฟังมันโดยไม่กล้าอ้าปากถามอะไรแน่ ห่านัทมันอารมณ์วัยทองจะตายชักเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ขืนไปตอแยกับมันมากพวกผมนี่แหละจะโดนมันมองด้วยสายตาเหยียดหยามในความโง่เขลากันซะเอง

เรียนหมอมันหนักและยากแบบนี้เปลี่ยนไปเรียนคหกรรมทันไหมวะ แต่เพราะมัววุ่นวายอยู่กับหนังสือหนังหาทำให้ผมไม่ค่อยได้ไปวอแวกับหนูดิวสักเท่าไหร่ นั่นเป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่บอกว่าข้อดีน่ะเพราะผมคิดถึงคำของเตี่ยต่างหากล่ะ จะว่าไปแล้วไม่ใช่ผมที่เงียบหายฝ่ายเดียวนี่หว่าเพราะพอผมเงียบไปหนูดิวเองก็ไม่ติดต่อกลับมาเหมือนกัน

ก๊อก ๆ "เฮียขึ้นอืดหรือยังนอนเป็นพะยูนเกยตื้นระวังจะลงพุงนะไปออกกำลังกายกันปะ เฮ้ยเฮีย! หน้าเป็นไรวะทำไมผื่นขึ้นเต็มหน้างี้อ่ะ" กำลังนอนเกลือกกลิ้งคิดนั่นคิดนี่อยู่ดี ๆ ไอ้ตี๋ก็เข้ามากวนอีกละ แต่น้ำเสียงตกใจและประโยคคำถามของมันนี่คืออะไรวะ?

"เอ้านี่ตัวเองเป็นอะไรยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ ผื่นขึ้นเต็มหน้าแล้วน่ะแพ้อะไรปะเนี่ย" ผมอิดออดบิดขี้เกียจก่อนจะเดินเบลอ ๆ ไปส่องกระจกดูหนังหน้าตัวเอง เออว่ะผื่นไรวะตอนไม่เห็นดันไม่คันพอเห็นปุ๊บเสือกคันปั๊บซะงั้น

"ไม่รู้ว่ะแต่เริ่มคันละ"

"อย่าเกาสิเฮีย ไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวยิมลงไปหาคาลาไมน์มาทาให้ ขึ้นมาต้องอาบเสร็จนะเฮียไม่ใช่ไปนอนหลับคาชักโครกอีกล่ะ" ไอ้ตี๋บ่นอะไรอีกสองสามคำแล้วเดินออกไปทิ้งให้ผมนั่งเมาขี้ตาอยู่ที่เดิม น้องหรือพ่อวะเนี่ย

"ไอ้เฮียโย! ยิมยังไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำนะ หม่าม้าหาคาลาไมน์ให้ยิมหน่อย อาเฮียเขาคันน่ะสงสัยไม่ได้อาบน้ำอาบท่ามาหลายวันป่านนี้จู๋ไม่เป็นสังคังแล้วเหรอ! " เสียงไอ้ตี๋น้องเวรตะโกนลั่นบ้าน ปลุกให้ผมรีบวิ่งจู๊ดไปปิดประตูห้องแล้วตาลีตาเหลือกรีบอาบน้ำอย่างไว ประแป้งจนหอมฟุ้งทุกอย่างเรียบร้อยในสามนาที ถ้าขืนให้หม่าม้ารู้ว่าผมไม่ได้อาบน้ำมาตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนหม่าม้าต้องเอาสกอตไบร์ทมาถูตัวเหมือนตอนเป็นเด็กแน่ ผู้หญิงอะไรใจคอโหดร้ายจริงจังน่ากลัวว่ะ

ปัง ๆ ๆ ๆ "อาตี๋อาตี๋โยลื้อเปิดประตูให้อั๊วเดี๋ยวนี้เลยถ้าอั๊วเอากุญแจมาไขเองลื้อจะโดนแปรงถูพื้น! "

"ไรม้าโยอาบน้ำแล้วหรอกดมสิหอมฟุ้ง อะโด่" ขึ้นอั๊วขึ้นลื้อเมื่อไหร่ทุกคนจะรู้ดีว่านั่นเป็นสัญญาณเตือนจากสตรีผู้กุมอำนาจของบ้านนี้ แล้วใครจะยอมให้หม่าม้าเอาแปรงมาขัดตัวกันล่ะ ตอนเป็นเด็กผมเคยเห็นเฮียย้งโดนหม่าม้าเอาแปรงทองเหลืองมาขัดถูตัวเพราะมัวแต่เล่นเกมไม่อาบน้ำอาบท่า ภาพเฮียย้งโดนทารุณกรรมยังติดตาผมอยู่เลย

"แล้วนี่ไปทำอะไรมาผื่นขึ้นเต็มตัวเนี่ย ม้าดูกระจู๋ลื้อหน่อยซิสังคังกินแบบอาตี๋เล็กว่ารึเปล่า"

"เป็นแน่นอนอะม้า เมื่อกี้ตอนมาปลุกเฮียยิมเหม็นเน่าด้วยสงสัยจะไม่ได้อาบน้ำมานานแล้วมั้ง" ไอ้ห่าตี๋เล็กมันถือขวดคาลาไมน์เดินตามหลังหม่าม้าปากก็พ่นไฟฟ้องไม่ยอมหยุด เดี๋ยวกูจะฟ้องเตี่ยมั่งว่ามึงสั่งให้กูไปซื้อถุงยางกับบุหรี่ เหตุผลที่เตี่ยไม่ให้มึงใส่ถุงกับยัยริสามึงไม่รู้เหรอว่าเตี่ยอยากอุ้มหลานน่ะ

"ไร ๆ มองแบบนี้แอบด่าอะไรยิมอีกล่ะถอดเสื้อเลยจะทายาให้ อ้อถอดกางเกงให้หม่าม้าดูจู๋ด้วยว่าสังคังขึ้นรึยัง หึหึ"

"หม่าม้าโยโตเป็นหนุ่มแล้วนะจะมาดูจู๋โยไม่ได้มันไม่น่ารักเหมือนตอนเด็กแล้วนะม้า อีกอย่างโยไม่ได้เป็นสักหน่อยไปเชื่ออะไรกับไอ้ตี๋มันเนี่ยโยว่าแพ้อากาศมากกว่า" ผมต้องรีบเบรกหม่าม้าอย่างจริงจังเมื่อท่าทางคุกคามนั้นแสดงอย่างชัดเจนว่ากำลังจะทำอะไร

ถ้าให้หม่าม้าดูเดี๋ยวเอาผมไปคุยฟุ้งให้อาเจ็ก อาโกว อากู๋ อาอี๊ ฟังอีก ตอนตรุษจีนม.ห้าก็ทีหนึ่งแล้ว ตอนนั้นหม้าม่ากับเตี่ยเล่นคุยฟุ้งกลางโต๊ะกินข้าว ท่ามกลางเหล่าวงศาคณาญาติว่าจู๋ผมมันน่ารักน่าเอ็นดูขนาดไหนทำเอาผมโดนล้อจนถึงวันนี้อะ

ตึง ๆ ๆ "โยเยเป็นอะไรเมื่อกี้สีนวลบอกว่าโยเยผื่นขึ้นเหรอ นี่ดองเค็มกี่วันล่ะเตี่ยบอกแล้วว่าอย่าเกินสองวันไม่งั้นมันจะเปรี้ยว" จากที่ผมผื่นขึ้นบาง ๆ ตอนนี้หัวก็เริ่มปวดนิด ๆ เมื่อโดนรุมทึ้งโดยเตี่ยหม่าม้าไอ้ตี๋เล็กที่พากันข่มเหงน้ำใจปลดเปลื้องเสื้อผ้า จากนั้นเนื้อตัวผมก็อมชมพูเหมือนจู๋โอทอปเพราะคาลาไมน์ที่ชโลมไปทั้งตัวจนหมดขวดนั่นแหละ

"เอา ยิ้มหน่อยสิเฮียเตี่ยกับหม่าม้ายังแข่งกันยิ้มเลย สาม สอง หนึ่ง" ผมชูสองนิ้วแอ๊บแบ้วแข่งเตี่ยกับหม่าม้าที่เก๊กหล่อเก๊กสวยหน้าสู้กล้อง ไม่ถึงสองนาทีไอ้ตี๋มันก็แท็กซ์รูปผิวผ่องชมพูของผมหราเต็มหน้าวอลล์เฟซบุ๊ก และไม่ถึงห้านาทีบรรดาเหล่าอาแปะ อาโกว อาเจ๊ก ผองเพื่อนจนถึงแฟนคลับต่างก็เด้งคอมเมนต์แข่งกันพรึ่บพรั่บ

#ยิมครับยิม ได้แท็กซ์คุณและอีกสองคนในโพสต์

# เมื่อพี่หมอคัน ตี๋ยิมเลยจัดให้ #

ตุลย์ กุลปรีดาพงษ์ : เป็นอะไร

ยิ้มหวาน : ว้ายอิโย หัวนมมึงสีชมพูน่าดูดจริง ๆ

มายเดียร์ : เปิดผ้าห่มดูท่อนล่างที กูจะจับไส้เดือนไปเป็นเหยื่อตกปลา

นัทธี คนไม่ดีที่อยากย้อนเวลา : สวัสดีครับเตี่ย สวัสดีครับม้า

ดิว ดิษดินทร์ : ???

แต่คอมเมนต์สุดท้ายที่มีแต่??? นี่สิ ทำให้มือที่กำลังเขี่ยโทรศัพท์ต้องหยุดชะงักลงแล้วค่อย ๆ เงยหน้าเหลือบตามองเตี่ยกับหม่าม้าที่ปักหลักนอนบนเตียงผมและเขี่ยโทรศัพท์แข่งกันอยู่ ก็ไอ้ตี๋มันแท็กซ์ให้เตี่ยกับหม่าม้าด้วยและทั้งคู่เชี่ยวเรื่องโซเชียลจะตาย อีกอย่างผมมั่นใจว่าเตี่ยคงนอนคุยเรื่องหนูดิวให้หม่าม้าฟังแล้วล่ะมั้งเพราะอะไรน่ะเหรอ

คุณแม่ลูกสาม : หม่าม้าเองนะเด็ก ๆ โยเยเขาป่วยไม่สบายน่ะลูก ผื่นขึ้นเต็มตัวเนื้อตัวก็รุม ๆ ถ้าไม่หายยังไง เย็นนี้ม้ากับเตี่ยจะพาว่าที่คุณหมอ ไปหาหมอสักหน่อย ว่าแต่ในนี้มีใครเป็นแฟนโยเยบ้างมั้ยเด็ก ๆ ถ้ามีหม่าม้าจะได้วานให้มาเช็ดตัวให้ทีเพราะน้องโยเยอายของโอทอปน่ะค่ะลูก???

จอย ศิรชา : ขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นสะใภ้นะคะคุณม้า

น้ำผึ้งเดือนห้า : หนูเองค่ะหม่าม้าที่เป็นแฟนพี่หมอหล่อ อยากไปกราบแทบตักขอเช็ดตัวให้พี่หมอหล่อจังเลยค่ะ

หม่าม้าติด??? ไว้ทำไมวะถึงโยจะไม่ค่อยทันคนแต่โยก็รู้หรอกว่าที่หม่าม้าสื่อถึงใครน่ะ หลากความคิดเห็นยังกระหน่ำมาเรื่อย ๆ จากหลายคน ยกเว้นเจ้าของเมนต์??? ที่เงียบหายไป

เฮ้อ แค่เมนต์เดียวมาไวไปไวแท้นะหนูดิว ป๋ายังไม่ทันได้แนะนำสะใภ้ให้หม่าม้ารู้จักเลย งั้นไว้รอให้หนูดิวไม่มีพันธะทางใจก่อนก็แล้วกัน รับรองว่าวันนั้นป๋าจะเดินหน้าออดอ้อนให้เตี่ยไปขอหนูดิวให้มาเป็นลูกสะใภ้ของบ้านนี้เลย สัญญาครับ

ก๊อก ๆ "เฮียนอนอีกแล้วเหรอ เตี่ยเรียกให้ลงไปข้างล่างมีแขกมาหาน่ะ"

"อื้อ ใครวะเอามุ้งมาขายปะ กูไม่เอากูชอบนอนโก่งตูดให้ยุงมันกัดเล่น"

"เฮียไม่ลงไปใช่ปะโอเคเดี๋ยวไล่แขกกลับไปก่อน" ผมยังนอนเลื้อยตัวอุ่นเพลีย ๆ ตั้งแต่เมื่อเช้าโดยมีสมุนไพรจีนสารพัดของเตี่ยที่ต้มมาให้กิน ถ้าพรุ่งนี้ไม่หายสงสัยจะได้ไปโรงหมอจริงละ

พออ้าปากบอกไอ้ตี๋ให้ไล่แขกขายมุ้งกลับไปเสร็จก็คว้าเอาผ้าห่มคลุมโปงเหมือนเดิม เสียงปิดประตูและเสียงฝีเท้าของไอ้ตี๋เดินจากไปสติสัมปชัญญะผมก็เตรียมจะไปเฝ้าพระอินทร์ต่อเหมือนกัน แต่เสียงเปิดประตูกับฝีเท้าแผ่วเบาแรงยวบข้างตัวนี่คงเป็นไอ้ตี๋มันมากวนอีกน่ะสิ อะไรนักหนาวะคนจะหลับจะนอนเว้ย!

"ได้ข่าวว่าผื่นขึ้นเหรอ อะเอาคาลาไมน์มาให้ละ" เสียงทุ้มแหบที่ไม่ได้ยินมาตั้งหลายวันดังผ่านผืนผ้านวมแว่วเข้าสู่โสตประสาทหู คำด่าหลากหลายที่จะอ้าด่าเพราะนึกว่าเป็นไอ้ตี๋เมื่อกี้ รีบหุบทันทีแต่กลับมีรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากเข้ามาแทน มาหาป๋าถึงที่แบบนี้ถ้าไม่กินก็ไม่ใช่พี่หมอโย พี่หมอหล่อที่สุดในปฐพีแล้ว

ขอโทษนะครับเตี่ย ถ้าคนที่โยจะเดินจับมือในวันนี้ไปด้วยกันวันข้างหน้า เขาอาจจะกลายเป็นแค่คนที่เดินสวนทางกันกับโยก็ได้ แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งขอให้เราได้เคยจับมือกันมันก็ยังดีไม่ใช่เหรอครับ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป