บทที่ 2 ดามใจ

ตอนที่2 ดามใจ

“เบาๆ หน่อยไอ้ห่า” เสียงไอ้องศาพูดห้ามผมขึ้นอย่างเหนื่อยหน่าย

ก็ตั้งแต่พวกผมมาถึงไนท์คลับผมก็เอาแต่กระดกเหล้าไม่ยั้งมือเลยเพื่อระบายความอัดอั้นในอกของตัวเองที่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด ที่นี่เป็นไนท์คลับพวกผมสามคนเอง เราหุ้นกันเปิดตั้งแต่ขึ้นมหาวิทยาลัยตามความชอบและอยากสร้างธุรกิจของตัวเองแบบไม่รอแบมือขอเงินพ่อแม่อย่างเดียว และส่วนมากนักท่องราตรีที่นี่ก็จะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยผมนี่แหละ

“ถ้าเดือนนี้ขาดทุนไม่ต้องสืบเลย” แล้วไอ้กีต้าร์ก็พูดบ้างอย่างไม่จริงจัง

“.....” แต่ผมไม่สนใจพวกมันหรอก ตอนนี้ผมยังเสียใจเรื่องพิ้งค์อยู่จนตั้งรับไม่ทันเหมือนคนเสียศูนย์ไปแล้ว

เพราะปกติผมเป็นคนรักคนยาก... ไม่สิที่ผ่านมาพิ้งค์เป็นคนแรกที่ผมเรียกว่าแฟนเลยถึงจะถูก เพราะที่ผ่านมาเจอแต่ที่ถูกใจแต่ไม่เคยคิดคบหาจริงจังอะไรจนมาเจอพิ้งค์ ก่อนคบกับพิ้งค์ผมก็เที่ยวผู้หญิงทุกวันไปเรื่อยตามประสาคนโสด แต่พอคบกับเธอผมก็เลิกนิสัยนั้นทันทีอย่างไม่ต้องรอให้เธอเรียกร้องด้วยซ้ำเพราะมันเป็นพื้นฐานของคนเป็นแฟนกันและผมก็พร้อมทำอย่างไม่เสียดายชีวิตอิสระอะไรสักนิด

“ไอ้ห่า พูดด้วยก็ไม่พูด” ไอ้กีต้าร์ส่ายหัวบ่นออกมาเมื่อผมเอาแต่เงียบเพราะในหัวเอาแต่นึกถึงเรื่องราวในอดีตของตัวเองกับแฟนที่ไม่อยากเรียกว่าเก่า

“ปล่อยมัน ให้มันเมาไป” ไอ้องศาพูดออกมาอย่างเอือมระอาและไม่คิดห้ามอีก

แต่ก็นั่นแหละ ถึงพวกมันจะพูดกันจนปากฉีกยังไงตอนนี้ผมก็ไม่สนใจฟังหรือเลิกกินหรอก ผมอยากกิน อยากเมา อยากลืม ถึงแม้จะรู้ดีว่าสุดท้ายยังไงแล้วก็ลืมไม่ได้ แต่ยังไงผมก็ขอกินหน่อยเถอะ อย่างน้อยเวลาเมามันก็ไม่ต้องคิดถึงหรือคิดถึงยังไงก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเหมือนตอนมีสติ และยังช่วยให้หลับได้ด้วย

อิงฟ้า

“แกจำเรื่องเมื่อวานที่เราเจอได้ปะ” พอมาถึงมหาวิทยาลัย ก้นฉันยังไม่ทันได้แตะเก้าอี้ดีด้วยซ้ำมารีนก็เปิดประเด็นทันทีอย่างตื่นเต้นกับเรื่องชาวบ้าน

“เรื่อง?” ฉันถามเพื่อนออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าพูดถึงเรื่องอะไรเพราะเมื่อวานเราก็เจอหลายเรื่องที่ฉันไม่รู้ว่าหมายถึงเรื่องไหน

“ก็เรื่องพี่เซฟกับแฟนเขาไง” มารีนพูดขึ้นให้กระจ่างว่ากำลังหมายถึงเรื่องไหน

“อ๋อเรื่องนั้นเหรอ... ทำไมล่ะ มีอะไรเด็ดกว่าเมื่อวาน” โอลีฟที่ได้ยินแบบนั้นก็ถามออกไปอย่างอยากรู้อยากเห็นทันที

“ก็เมื่อวานหลังจากพวกเราเดินออกไปไม่นานใช่ปะ ก็มีผู้ใหม่ที่เป็นแฟนใหม่ของนางมารับด้วยเว้ย!” แล้วมารีนก็พูดถึงเหตุการณ์เด็ดกว่านั้นขึ้นอย่างตื่นเต้นทันที เพราะเมื่อวานหลังจากพวกเราได้ยินคำยืนยันเรื่องเลิก พวกเราก็เดินออกไปอย่างไม่ได้ยืนดูต่อให้เสียมารยาทเท่าไหร่

“โห่! งี้ก็หยามพี่เซฟชัดๆ เลยดิ!” โอลีฟได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าอย่างไม่อยากเชื่อและดูจะอินกับเรื่องซุบซิบไม่น้อย

“เออสิ! นางประกาศเลยนะว่านี่แฟนใหม่นาง และนางก็ไม่ได้รักพี่เซฟแล้วจ้า!” มารีนเล่าต่ออย่างออกรสออกชาติไม่น้อยทันทีกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่รู้เพื่อนฉันไปฟังมาจากไหนหรอก

“แบบนี้ก็แสดงว่านางมีผู้ใหม่มาก่อนแล้วค่อยมาเลิกกับพี่เซฟสิ?” โอลีฟพูดขึ้นตามสถานการณ์ที่มันก็คงเป็นแบบนั้นแหละ เพราะการบอกเลิกแฟนเก่าในขณะที่แฟนใหม่เดินเข้ามารับมันก็ต้องคบกันมาก่อนแล้วอย่างเดาไม่ยาก

“ก็ใช่สิ เพราะนางพึ่งบอกเลิกพี่เซฟเมื่อวานแต่นางก็ประกาศว่ามีผู้ใหม่แล้วนี่” มารีนเองก็ตอบรับแบบที่ใครก็คิดได้

“แบบนี้เพื่อนเราก็มีสิทธิ์สิ” แล้วโอลีฟก็หันมาทางฉันพร้อมกับพูดขึ้นด้วยสีหน้าท่าทางกระยิ้มกระย่องหยอกล้อ

“อะไรของพวกแก อย่ามามองฉันแบบนั้นนะ” ฉันที่นั่งฟังเงียบๆ ก็พูดออกไปอย่างไม่ไว้ใจกับสายตาของเพื่อนที่มันมองมาอย่างมีเลศนัย

“ตอนนี้พี่เซฟก็โสดแล้วอ่ะ แกก็ไปดามใจพี่เขาเลยสิ” มารีนเองก็รีบสำทับขึ้นอีกคน เร่งเร้าฉันออกมาอย่างกับเรื่องทั่วไป

“จะบ้าเหรอ เขาพึ่งเลิกกับแฟนจะให้ฉันเข้าหาเขา? ไม่เอาอ่ะ” ฉันปฏิเสธออกมาอย่างไม่เสียเวลาคิดเลยสักนิด เพราะรู้ดีว่าการเข้าไปตอนนี้มันก็เหมือนไปคั่นเวลาให้เขา เพราะไม่มีทางที่คนถูกบอกเลิกจะลืมแฟนเก่าตัวเองได้ในข้ามคืน

“ทำไมล่ะ ทียัยนั่นยังมีแฟนก่อนบอกเลิกได้เลย” โอลีฟเสริมขึ้นอย่างไม่เห็นว่ามันเป็นปัญหาตรงไหน

“แต่ฉันไม่ได้คิดกับพี่เซฟแบบนั้น” ฉันแย้งออกไปให้เพื่อนได้เข้าใจในความรู้สึกของฉันที่มีต่อรุ่นพี่อย่างเขา

ฉันแค่ปลื้มเขาเหมือนกับปลื้มหนุ่มๆ ทั่วไปเพราะพี่เขาหล่อเท่ตรงไทป์ฉัน และยิ่งเวลาที่เห็นตอนเขาอยู่กับแฟนเขาพี่เขาก็ดูรักและเทคแคร์แฟนเขาดีมากเลย ซึ่งมันก็เป็นโมเม้นท์ที่ฉันมทองเหมือนกับจิ้นศิลปินประมาณนั้น แต่ฉันก็ไม่เคยคิดเกินเลยขนาดอยากได้พี่เขาเป็นแฟนหรือคิดในทางชู้สาวอะไรแบบนั้น

“แล้วได้คนที่ปลื้มมาเป็นแฟนไม่ดีตรงไหนย๊ะ!” มารีนพูดขึ้นอย่างเห็นว่ามันไม่ได้เสียหายอะไรแม้จะเข้าใจคำว่าปลื้มของฉันดีก็ตาม

“ไม่อ่ะ พี่เขารักแฟนเขาจะตาย เขาไม่รักฉันหรอก” ฉันก็ยังคงแย้งออกไปเหมือนเดิมอย่างไม่ได้ลังเลอะไร ก็อย่างที่บอกว่าถึงฉันเข้าหาแต่พี่เขาตอนนี้พี่เขาก็ไม่ได้สนใจหรอก เพราะพี่เขารักพี่พิ้งค์จะตาย

“ไม่ลองจะรู้เหรอ” โอลีฟเสริมขึ้นอย่งผลักดันเหมือนกับไม่อยากให้ฉันยอมแพ้ง่ายๆ กับโอกาสที่พวกมันมองเห็นโดยที่ฉันไม่ได้มองว่าเป็นโอกาสอะไรสักนิด

“ไม่เอา แล้วพวกแกก็ไม่ต้องมาชงเลย ฉันไม่เอาด้วยหรอก” ฉันปฏิเสธออกมาอย่างเด็ดขาดไม่ไขว้เขวกับการคะยั้นคะยอของเพื่อน

ไอ้ปลื้มมันก็ใช่ แต่ฉันไม่พร้อมจะหน้าแตกหรือเสียใจกับการถูกปฏิเสธกับการเข้าหาผู้ชายครั้งแรกหรอกนะ ยิ่งรู้ดีอยู่เต็มอกอยู่แล้วยิ่งไม่คิดจะเข้าไปทำให้ความรู้สึกดีๆ เปลี่ยนไปเป็นแย่หรอก

“มีโอกาสแล้วไม่รีบคว้านะแก” แต่มารีนกลับไม่อยากให้ฉันยอมและปล่อยผ่านไปง่ายๆ ว่าออกมาอย่างเซ็งๆ ราวกับอยากให้ฉันคบกับเขาให้ได้ทั้งที่มันก็เห็นว่ายากแค่ไหน

“พอๆ เลิกพูดเรื่องนี้แล้วไปห้องเรียนดีกว่า” ฉันเห็นเพื่อนไม่หยุดเรื่องไร้สาระจึงห้ามด้วยการชวนไปเรียนออกไปให้พวกมันเลิกพูดได้แล้ว แต่มันเหลือเวลาอีกนานไงกว่าจะถึงเวลาเรียน และฉันรู้ว่าเพื่อนฉันมันไม่ยอมลุกง่ายๆ แน่

“งั้นฉันว่าเรามาทำให้ยัยฟ้าสมหวังดีกว่า” แล้วมันก็ไม่ยอมลุกอย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆ นั่นแหละ โอลีฟหันไปพูดกับมารีนแล้วมองฉันออกมาด้วยสายตาที่ไม่น่าไว้ใจ

ดูสิ่งที่มันพูดออกมาสิ มันทำเหมือนกับเป็นภารกิจที่พวกมันจะไม่ยอมปล่อยไปง่าย

“ไม่ต้องเลยนะ อย่าแม้แต่จะคิดด้วย” ฉันรีบห้ามเพื่อนออกไปทันทีด้วยความจริงจัง เพราะไม่อยากให้พวกมันคิดหรือทำอะไรแผลงๆ และจะทำให้ฉันหน้าแตกได้

“หึ! หึ!” แต่นอกจากพวกมันไม่รับปากคำเตือนของฉันแล้ว ยังมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาอย่างไม่น่าไว้ใจสุดๆ

แต่...

“น้องชอบเซฟเหรอ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป