บทที่ 5 หาแฟนใหม่

ตอนที่5 หาแฟนใหม่

“ผู้มองแกเต็มอ่ะ” พอเดินเข้ามามารีนก็กระซิบข้างหูฉันอย่างระริกระรี้ทั้งที่เขาก็มองกันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวสักหน่อย

“ทำนิ่งๆ ไว้ ไม่ต้องไปสนใจ แพงค่ะ” โอลีฟบอกฉันออกมาอย่างกับกำลังทำภารกิจอะไรของพวกมันก็ไม่รู้ เล่นเอาฉันเหนื่อยตั้งแต่พึ่งเดินเลย

“อืม” ฉันตอบรับกลับไปให้พวกมันเลิกพูดมากแล้วพยายามเดินไปที่โต๊ะโดยไม่สนใจคนรอบข้าง

แต่ไม่ใช่เพราะทำตามที่เพื่อนบอกนะ เพียงแต่ฉันไม่อยากสนใจใครและไม่อยากให้ใครมาสนใจฉันเหมือนกัน แล้วถ้าถามว่าเคยมาเที่ยวไนท์คลับแบบนี้ไหมก็ก็ต้องเคยมาเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วเพียงแต่ไม่บ่อยเท่าไหร่เพราะฉันไม่ค่อยชอบเสียงดังเท่าไหร่ แล้วทุกครั้งที่มาก็มักจะถูกเพื่อนตัวดีของฉันจับสลัดคราบแต่งตัวราวกับตุ๊กตาของเล่นของพวกมัน

แล้วก็ไม่รู้นะว่าฉันสูงขึ้นหรือเพราะเพื่อนฉันกันแน่ที่มันสูงเริ่มอัปเลเวลมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะกระโปรงที่พวกมันเอาให้ฉันใส่แต่ละครั้งนี่รู้สึกได้เลยว่าความยาวมันร่นขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะปิดอะไรไม่อยู่แล้วอ่ะ จนตอนนี้ฉันคิดว่าปหน้าที่ขึ้นปีสามคงมาเที่ยวไม่ได้แล้วล่ะ เพราะถึงตอนนั้นกระโปรงคงอยู่ใต้แก้มก้นฉันไปแล้วแน่ๆ

แล้วดีนะที่มารีนมันจองโต๊ะ VIP ชั้นสองไว้ ไม่งั้นคงต้องไปกระเบียดกระเสียดกับคนอื่นๆ กันข้างล่างให้ฉันปวดหัวแน่เลย เพราะฉันไม่ค่อยชอบความอึดอัดไม่ชอบให้ใครมาโดนตัวเท่าไหร่โดยเฉพาะคนแปลกหน้าที่เข้าหาหวังฉวยโอกาส การมาเที่ยวแบบนี้สำหรับฉันจะสนุกคือนั่งดื่มเงียบๆ ฟังเพลงหรือดูคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยอย่างไม่ต้องใช้สมองเท่าไหร่

เซฟ

“เห้ย! นั่นน้องอิงฟ้านี่หว่า” ระหว่างที่พวกผมนั่งกินเหล้าอยู่โต๊ะประจำกันเหมือนทุกๆ วัน อยู่ๆ เสียงไอ้กีต้าร์ก็ดังขึ้นด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับมองไปยังโต๊ะหนึ่งข้างหน้า

“จริงด้วยว่ะ สวยโคตรๆ เลย” ตามด้วยไอ้องศาที่ปกติถ้าไม่สวยจริงมันจะไม่เอ่ยปากชม แต่นี่ถึงกับพูดออกมาอย่างง่ายดาย

“อยู่มหาวิทยาลัยก็เห็นใส่แต่กระโปรงเหนือเข่าพอดี พอมาใส่แบบนี้แม่งคนล่ะคนเลยอ่ะ” ไอ้กีต้าร์ยังคงพูดต่อถึงผู้หญิงคนนั้นอยู่ราวกับไปรู้เห็นชีวิตเขาอยู่ไม่น้อยจนได้รู้ว่าเขาใส่เสื้อผ้าแบบไหน

“แต่งชุดนักศึกษาก็น่ารัก พอแต่งแบบนี้ก็สวยเซ็กซี่ นี่แหละแม่ของลูกกู” แล้วไอ้องศาก็พูดขึ้นราวกับเพ้อฝันเอากับไอ้กีต้าร์อีกคนอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครทำให้มันเสียอาการได้ขนาดนี้

“ไอ้ห่า! ของกู!” ไอ้กีต้าร์ได้ยินแบบนั้นก็โต้เถียงกันออกมาอย่างกับเขาจะเอาพวกมัน

“มึงถามน้องเขายัง ว่าเขาเอามึงหรือเปล่า” ไอ้องศาถามกลับอย่างไม่อยากยอมแพ้เหมือนกับตัวมันเองก็ไปถามน้องเขาแล้วอย่างนั้นแหละ

“พูดเหมือนน้องเขาจะเอามึง” ไอ้กีต้าร์เถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ในความเป็นจริงเหมือนกัน

“ไม่ลองก็ไม่รู้ น้องเขายังไม่มีแฟนด้วย” ไอ้องศาพูดอย่างมุ่งมั่นและไปรู้ถึงขนาดว่าเขามีแฟนหรือไม่ยังไม่มีด้วยซ้ำ ผมไม่รู้เลยว่าพวกมันไปเสือกเรื่องผู้หญิงคนอื่นขนาดนี้

“งั้นกูไปก่อนนะ” ไอ้กีต้าร์ได้ยินแบบนั้นก็ไม่รอช้าพูดจบก็ลุกเดินออกไปทันทีราวกับกลัวจะถูกไอ้องศาตัดหน้า

“อ้าวไอ้ห่า! งั้นชวนพวกน้องมานั่งนี่เลย!” ไอ้องศาที่ไม่ได้ตั้งตัวก็ตะโกนตามหลังไอ้กีต้าร์ไปอย่างไม่อยากวิ่งตามไปให้ดูน่าอับอาย

“.....” ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจหัวข้อสนทนาของพวกมันเท่าไหร่มีแต่เสียงของพวกมันที่เข้าหูผมเอง เพราะตอนนี้ผมอยากเมาอยากลืมเรื่องทุกอย่างออกไปให้หมดโดยเฉพาะความเจ็บปวดและความทรงจำที่แสนไร้เยื่อใยของพิ้งค์

กระทั่ง...

“เชิญครับ” ผ่านไปสักพักเสียงไอ้กีต้าร์ก็ดังขึ้นอย่างกะล่อนอ่อนโยนตามประสาอยู่ต่อหน้าหญิง ดังขึ้นพร้อมกับเสียงรองเท้าคนเดินมามากกว่าหนึ่งที่โต๊ะ

ซึ่งมันก็คงจะไปชวนผู้หญิงที่พวกมันพูดถึงเมื่อกี้มานั่งนั่นแหละ แต่ผมไม่ได้เงยหน้าไปมองใคร เหม่อมองระดับโต๊ะเตี้ยตรงหน้าและยังดื่มอยู่เหมือนเดิมเงียบๆ กับตัวเอง

“ขอบคุณค่ะ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นก่อนพวกเธอจะพากันเดินเข้ามานั่งที่โซฟา แต่ผมก็ไม่ได้โฟกัสใครสักคนเพราะไม่ได้อยากรู้จักใครในตอนนี้ หลับหูหลับตาดื่มอยู่อย่างเบื่อหน่าย

“นี่เพื่อนพี่ครับ” ไอ้กีต้าร์แนะนำเพื่อนตัวเองขึ้นอย่างกับสุภาพบุรุษไม่หยุด

“องศาครับ” แล้วไอ้องศาก็รีบแนะนำตัวทันทีราวกับกลัวคนอื่นจะไม่รู้จัก

“ส่วนไอ้ที่นั่งอาบเหล้าอยู่นั่นมันชื่อเซฟ” เสียงไอ้กีต้าร์แนะนำผมออกไปพร้อมกับคำจิกกัด แต่ผมก็ไม่ได้เงยมองใครสักคน

“โอลีฟค่ะ” เสียงของฝ่ายนั้นแนะนำตัวบ้าง

“มารีนค่ะ” แล้วก็อีกคนที่ดังขึ้น กระทั่งอีกคน...

“อิงฟ้าค่ะ”

พอได้ยินแบบนั้นก็ไม่รู้ว่ามันจะไปพามาทำอะไรเยอะแยะขนาดนั้นให้รำคาญ ถ้าจะเอากลับก็จัดการควบกันเองนะเพราะผมไม่สนใจ แล้วก็คุยเงียบๆ ไปอย่างมาชวนผมคุยแล้วกัน

“ตามสบายเลยนะ อยากดื่มอะไรสั่งกันเลยครับ” ไอ้กีต้าร์พูดออกมาเสียงหวานอย่างสายเปย์โชว์สาว

‘แต่ทีกูแดกแม่งว่าผับเจ๊ง ทีแม่งเลี้ยงสาวนี่ไม่ขาดทุนเลยนะไอ้ห่า!’

“ขอบคุณค่ะ” เสียงหวานของหญิงสาวดังขึ้นซึ่งเป็นปกติอยู่แล้วกับการได้กินของฟรี

“ไม่เกรงใจแล้วนะคะ” เสียงอีกคนดังขึ้นตอบรับอย่างหยอกล้อเป็นกันเอง แต่ก็ปกติของพวกคนชอบเที่ยวนั่นแหละที่จะสนิทกันเร็วเข้าถึงง่าย

“ตามสบายเลยครับ” ไอ้องศาพูดขึ้นอีกคนอย่างเป็นกันเองท่าทางสบายๆ ในป๋าโชว์หญิง

แต่เอากับพวกมันเถอะ ไม่แปลกที่จะทำตัวสองมาตรฐานแบบนี้

“แล้วนี่เรียนเป็นยังไงกันบ้างครับ” หลังจากนั่งดื่มและทำความรู้จักกันมาสักพัก ไอ้กีต้าร์ก็ชวนคุยถึงเรื่องเรียนเหมือนกับเป็นคนมีสาระทั้งที่ปกติแม่งชวนคุยแต่เรื่องกำกวมใต้สะดือ

ผมไม่ได้อยากยุ่งอยากคุยกับใคร แต่เสียงยังคงคอยวนเวียนเข้าหูให้ได้ยินตลอด แม้สายตาจะยังจดจ้องไปยังระดับสายตาที่โต๊ะบ้าง แก้วในมือบ้างไม่ได้โฟกัสสิ่งใดเพราะในหัวมีแต่เรื่องยุ่งเหยิงให้คิดไปหมด

“ก็หนักพอตัวเลยค่ะ นี่แค่ปีสองเองไม่รู้ว่าปีสามจะขนาดไหน” ผู้หญิงคนหนึ่งพูดคุยตอบรับออกมาอย่างดูคุยกันลื่นไหลไม่น้อยราวกับรู้จักกันมาก่อน

“แล้วสาวบริหารสนใจจะคบหนุ่มถาปัตย์บ้างไหมครับ” เสียงไอ้องศาดังขึ้นถามอย่างหยอกล้อติดตลกแต่หวังฉิบหาย

แต่เดี๋ยวนะ คำว่าบริหารที่ไอ้องศาพูดออกมาทำไมมันทำให้อยู่ๆ ผมนึกถึงสิ่งที่พิ้งค์พูดกับผมจังวะ

“หาแฟนใหม่สิ อ้อเด็กคณะพิ้งค์ก็ได้นะ มีอยู่คนหนึ่งอ่ะเขาชอบเซฟ ชื่ออะไรนะ”

“อิงฟ้า ปีสองน่ะ”

พอผมคิดได้แบบนั้นไม่รู้อะไรดลใจให้ผมก็เงยหน้าเพื่อมองผู้หญิงที่มาร่วมโต๊ะทันที แต่ปัญหาคือคนไหนชื่ออิงฟ้าวะ ก็ตอนแนะนำตัวผมไม่ได้มองหน้าใครด้วยไง พอตอนนี้ก็เลยไม่รู้ว่าใครคือคนที่ถูกพูดถึง

“แหม~ ถามตรงๆ แบบนี้จะให้ตอบยังไงคะ” แล้วผู้หญิงคนหนึ่งก็ตอบออกมาด้วยรอยยิ้มหยอกล้ออย่างมีจริตจะก้านไม่ได้เกรงกลัวอะไรสักนิด

“ก็ตอบมาตามตรงเลยสิครับ” ไอ้กีต้าร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มหยอกล้อดูเข้าทางมันไม่น้อยกับการเจอผู้หญิงมีชั้นเชิง

“ถ้าอยากได้เรือนหอสวยๆ ก็มาคบกับพี่ได้นะ” ไอ้องศาก็ไม่น้อยหน้ารีบหยอดมุกออกไปจนทำให้ผมเผลอเหล่มองมันอย่างละเหี่ยใจ

“พอดีเลยค่ะ มารีนฝันอยากได้เรือนหอสวยๆ เหมือนกัน” แล้วผู้หญิงชุดดำก็ตอบไอ้องศาออกมาด้วยชื่อตัวเอง และมันทำให้ผมรู้ว่าเธอชื่อมารีน

“มึงเล่นมุกแบบนี้กูก็ตันดิวะ” ไอ้กีต้าร์หันไปโวยวายใส่ไอ้องศาราวกับถูกแย่งมุกจีบสาวที่ทำให้สาวๆ เพ้อฝันได้ง่ายๆ

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่องศาออกแบบเรือนหอแล้ว พี่กีต้าร์ก็ออกแบบบ้านให้โอลีฟก็ได้” แล้วผู้หญิงชุดสีเทาก็พูดออกมาบ้างราวกับปลอบประโลมหยอกล้อ และครั้งนี้ผมก็ได้รู้ว่าคนนี้ชื่อโอลีฟ

งั้นแสดงว่าคนที่ชื่ออิงฟ้าก็คือผู้หญิงชุดสีขาวที่นั่งดื่มเงียบๆ อยู่สินะ

“.....” ผมนั่งมองผู้หญิงที่ชื่ออิงฟ้าอย่างไม่วางตาด้วยความรู้สึกบางอย่าง

จนผ่านไปสักพักเห็นเธอก้มไปกระซิบกับเพื่อนคนหนึ่ง ก่อนจะลุกแล้วเดินออกไปจากโต๊ะ ผมคิดว่าเธอน่าจะไปห้องน้ำนั่นแหละ

“อ้าวไปไหนวะ” แล้วไอ้กีต้าร์ก็ถามออกมาด้วยความสงสัยเมื่ออยู่ๆ ก็เห็นผมลุกขึ้นอย่างไม่บอกกล่าว

“ห้องน้ำ” ผมตอบแค่นั้นอย่างไม่ได้มองมันก่อนจะเดินออกไป

ด้วยท่าทีปกติ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป