บทที่ 2 บทที่ 2

    สามปีต่อมา

    ​

    “รักฟรานนะคะ… ฟ้ารักฟรานที่สุด”

    ​

    อย่าไป… ฮึกก อย่าไปจากผม… เดี๋ยว ฮึกก

    ​

    เฮือก!!!

    ​

    ร่างโปร่งที่หลับไหลสดุ้งเฮือกตื่นมาท่ามกลางความมืด ในห้องนอนกว้างขวางตอนนี้กลับปกคลุมไปด้วยเสียงหอบหายใจของเขา ร่างกำยำบนเตียงดีดตัวลุกขึ้นนั่งพรางถอดถอนหายใจ เขามักจะฝันแบบนี้แทบทุกคืนตลอดสามปีจนเบื่อหน่าย

    ​

    หญิงสาวร่างเพรียวระหงคนนั้นที่ตามไล่ล่าเขาทุกครั้งยามหลับตาลง พอตื่นขึ้นมาเขาก็มักจะจำหน้าหรือชื่อเธอไม่ได้ จะมีแต่คำพูดแปลกๆพวกนั้นที่วนเวียนอยู่ในโพรงประสาท และตามหลอกหลอนเขาตลอดทั้งคืนจนนอนไม่หลับ 

    ​

    แม่งเอ้ย… เธอเป็นใครกันวะ

    ​

    พยายามนึกยังไงก็นึกไม่ออก ทั้งที่จิตใต้สำนึกมันบอกเขาว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ… 

    ​

    ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาจากฝัน เขามักจะหงุดหงิดตัวเองอยู่เสมอ และทุกครั้งที่นึกใบหน้าเธอไม่ออก หัวใจดวงโตก็จะปวดหนึบแปลกๆ ดั่งกับว่าอะไรบางสิ่งที่สำคัญมากๆได้ขาดหายไปจากชีวิตเขา 

    ฟึ่บ!

    ​

    มือหนาสางผมตัวเองแรงๆด้วยความสับสน ก่อนจะปรีดตัวลุกขึ้นจากเตียงเดินไปยันโซฟา แล้วรินไวน์ขึ้นกระดก มันมักจะเป็นแบบนี้ทุกคืน จิบไวน์ไปสมองก็พรางคิดเรื่องราวต่างๆ 

    ใบหน้าหล่อเสมองไปอีกด้านก็พบกับกระจกบานใหญ่ที่ตั้งไว้กำลังส่องสะท้อนเงาของตัวเอง ซึ่งตอนนี้มีเพียงกางเกงชุดนอนยาวปกปิดส่วนล่าง อกแกร่งกำยำเปลือยเปล่าเผยให้เห็นถึงรอยสักรูปหัวใจสีฟ้า แล้วตัวอักษรอังกฤษสามตัวที่เขียนเรียงกันอยู่ไต้รูปหัวใจ

    FRF… 

    คิ้วหนาขมวดยุ่ง มันหมายความยังไง จำไม่ได้เลยด้วยซํ้าว่าไปสักมันตอนไหน แล้วทำไมแทนที่รูปหัวใจจะเป็นสีแดง ทว่ากลับเป็นสีฟ้า อยู่ๆสมองก็พลันคิดถึงร่างเพรียวระหงในฝันนั้นอีกครั้ง 

    เธอช่างสวยสง่า แม้รูปหน้าของเธอในความทรงจำมันจะเลือนลาง ทว่าเขากลับรู้สึกคุ้นเคย ตลอดสามปีเต็มที่เธอตามหลอกหลอนเขาในฝัน เสมือนเราอยู่ด้วยกันตลอด เพียงแต่ว่ามีเส้นบางๆที่กั้นขวางอยู่ระหว่างโลกของเราเพียงเท่านั้น

    ​

    เธอเป็นใครกันแน่… 

    ​

    .

    .

    .

    .

    ​

    @ฮ่องกง ณ คฤหาสน์ หลิว 

    ​

    “ฟ้าคิดดีแล้วใช่มั้ยลูก จะไปจริงๆใช่มั้ย”

    ​

    “ฟ๊าตัดสินใจดีแล้วค่ะม๊า”

    ​

    ฟ้าลันดาพยักหน้าเบาๆให้กับผู้เป็นมารดา ทว่านํ้าเสียงกับแววตาเธอนั้นหนักแน่นยิ่งกว่าอะไร บ่งบอกว่าแม้จะห้าม เธอก็คงไม่ฟัง 

    คุณหญิงชลิดาได้แต่ลอบถอนหายใจให้กับนิสัยดื้อรั้นของลูกสาวที่ไม่เคยเปลี่ยน ระยะเวลาสามปีหลังจากเหตุการครั้งนั้น ทำให้ฟ้าลันดากลายเป็นคนที่นิ่งเงียบ แววตาเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวอยู่ตลอด และท่านรู้ดีถึงเรื่องเจ้าคิดเจ้าแค้นของลูกสาวเป็นอย่างดี หากไม่ได้สะสางสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ เธอก็คงไม่มีทางยอมรามือแน่ๆ นิสัยนี้ก็คงจะได้มาจากป๊าตัวเองนั่นแหละ ป่านนี้ถ้าหากท่านยังมีชีวิตอยู่ ผู้ชายคนนั้นที่แตะต้องลูกสาวคงได้ตายกันไปข้าง 

    ​

    ใช่ ม๊าเธอเป็นหญิงไทยธรรมดาคนหนึ่ง ที่ได้รักกับคุณชายใหญ่ของตระกูลหลิว ซึ่งก็คือป๊าเธอนั่นแหละ ตระกูลหลิวเป็นตระกูลเก่าแก่และเป็นที่รู้จักในฮ่องกงเป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงทว่ากิจการธุรกิจก็มากมายมหาศาลทั้งในฮ่องกงและไทยเป็นหลัก

    ​

    “เฮ้อ… ถ้าลูกคิดดีแล้ว ม๊าก็จะไม่ขัด ม๊าเชื่อว่าลูกม๊าโตพอที่จะจัดการชีวิตตัวเองได้”

    ​

    ปีนี้เธอก็อายุ 26 แล้ว แน่นอนว่าโตพอแล้วล่ะ โตพอที่จะจัดการคนที่มันยํ่ายีเธอจนกินไม่ได้นอนไม่เคยหลับสนิทมาจนถึงทุกวันนี้… 

    ​

    “ม๊าอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับเฮียนะคะ ถ้าเฮียรู้คงไม่ยอมให้ฟ้าไปแน่ๆ”

    ​

    โชคดีที่ตอนนี้เฮียครามไปจัดการเรื่องบริษัทที่ไทยจึงง่ายต่อการจะปิดไม่ให้เขารู้สักพัก ขอเพียงให้เธอบินไปถึงอิตาลีก่อน ส่วนเฮียจะรู้หลังจากนั้นก็คงจัดการได้ทีหลัง 

    ​

    ใช่ จุดหมายปลายทางของเธอตอนนี้คืออิตาลี ดินแดนที่เธอไม่เคยไปเหยียบอีกเลยตลอดในระยะเวลาสามปีนี้ เนื่องด้วยสภาพจิตใจที่ยํ่าแย่บวกกับที่เฮียสั่งห้ามเด็ดขาดว่าไม่มีทางให้ไปเหยียบที่นั่นอีก เพราะกลัวว่าจะได้ไปเจอกับผู้ชายคนนั้น 

    ​

    ทว่าเมื่อสามวันก่อน อยู่ๆก็เหมือนโชคชะตาลิขิตให้เราได้กลับไปเจอกันอีกครั้ง เพราะมีอีเมลส่งผ่านผู้จัดการเธอมา ถึงความต้องการตัวนางแบบชื่อดังอย่างเธอให้ไปเดินแบบให้กับงานแฟชั่นโชว์ระดับประเทศในครั้นนี้ ซึ่งสปอนเซอร์ใหญ่ในครั้งนี้ก็คือเขาไงล่ะ…

    ​

    อยากจะกลับไปเห็นสภาพเขาดีนัก คงจะมีความสุขมากมายเลยสินะที่ไม่มีเธออยู่ในชีวิต มีไว้ให้มากๆล่ะ ก่อนที่จะได้ริ้มลองรสชาติความเจ็บปวดที่เธอกำลังจะนำไปให้เขาด้วยมือ 

    ​

    ฉันกับคุณ เราต้องตายกันไปข้าง ฟรานเชสโก้…

    ​

    ​

    ​

    ​

บทก่อนหน้า
บทถัดไป