บทที่ 1 บทที่ 1

พ่อบุญธรรมมอบภารกิจ

ภายในห้องทำงานอันหรูหรากว้างขวางบนชั้นบนสุดของคฤหาสน์ตระกูลเรืองวรากุล บรรยากาศกลับตลบอบอวลไปด้วยความเงียบสงันอันน่าอึดอัด แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะราคาแพงทอดเงายาวของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งลงบนพื้นพรมทอมือเนื้อหนา

ชัยณรงค์ เรืองวรากุล ประมุขของบ้านและประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทเรืองวรากุลอินเตอร์เนชั่นแนล ยืนหันหลังให้ประตู สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานกว้างที่บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยหยาดฝนที่โปรยปนลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด มือของเขากำแก้วบรั่นดีไว้แน่น คิ้วขมวดมุ่นราวกับแบกรับความทุกข์และความเครียดทั้งหมดของโลกใบนี้เอาไว้ ใบหน้าที่เคยภูมิฐานและเปี่ยมด้วยอำนาจบัดนี้ดูซูบซีดและโรยรากว่าที่เคยเป็นอย่างเห็นได้ชัด

เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ ก่อนที่บานประตูไม้สักสลักลายวิจิตรจะถูกเปิดออกช้า ๆ ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสีครีมเรียบง่ายก้าวเข้ามาในห้องด้วยความระมัดระวัง ราณี เรืองวรากุล หรือ มิยู หญิงสาววัยยี่สิบเศษผู้มีใบหน้าหวานซึ้งดวงตากลมโตฉายแววบริสุทธิ์ มองแผ่นหลังของชายผู้มีพระคุณเหนือหัวด้วยความห่วงใยจับใจ

“คุณพ่อเรียกมิยูมา มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่าคะ?” น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยถามอย่างอาทร เธอสังเกตเห็นความผิดปกติและความตึงเครียดภายในบ้านมาหลายวันแล้ว และนั่นทำให้เธออยู่ไม่เป็นสุขเลย

ชัยณรงค์ถอนหายใจยาวแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ หมุนตัวกลับมา ใบหน้าของเขาปรับเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดและท้อแท้อย่างสุดแสน เขาวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะทำงานแล้วส่งยิ้มที่เต็มไปด้วยความฝืนทนมาให้บุตรสาวบุญธรรม ชายผู้ที่ชุบเลี้ยงเธอมาตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ชายผู้ที่ให้ชีวิตใหม่ ให้การศึกษาที่ดีที่สุด และให้ใช้นามสกุลอันทรงเกียรติ สำหรับราณีแล้ว ชัยณรงค์คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เป็นทั้งพ่อและผู้มีพระคุณที่เธอพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนพระคุณที่ล้นฟ้านี้โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ

“มาแล้วหรือมิยู... นั่งลงก่อนสิลูก” ชัยณรงค์ผายมือไปยังเก้าอี้หลุยส์ตัวหรูฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงาน ราณีเดินเข้าไปนั่งอย่างว่าง่าย ดวงตาคู่สวยจับจ้องใบหน้าของผู้เป็นพ่อไม่กะพริบ

“ช่วงนี้คุณพ่อดูเครียด ๆ นะคะ มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับบริษัทหรือเปล่าคะ มิยูเห็นคุณพ่อไม่ค่อยทานข้าวเลย แถมนอนดึกทุกวัน” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความกังวลใจ

ชัยณรงค์ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง แกล้งทำเป็นสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่ผ่านการแสดงอย่างแนบเนียน “มิยู... พ่อกำลังจะหมดตัว บริษัทเรืองวรากุลที่พ่อสร้างมากับมือ กำลังจะล้มละลายในไม่ช้า”

คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของหญิงสาว ราณีเบิกตากว้างด้วยความตกใจและไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง “อะ...อะไรนะคะคุณพ่อ? มันเป็นไปได้ยังไงคะ? ไหนคุณพ่อเคยบอกว่าโครงการที่ร่วมทุนกับต่างชาติต่าง ๆ กำลังไปได้ดีไม่ใช่หรือคะ”

“มันเป็นแค่ภาพลวงตาน่ะลูก” ชัยณรงค์โกหกคำโตด้วยสีหน้าแนบเนียน “ตอนนี้เราถูกคู่ค้าหักหลัง สายป่านทางการเงินของเราขาดสะบั้น พ่อพยายามทุกวิถีทางเพื่อประคองทุกอย่างไว้ ไม่อยากให้ลูกและแม่ต้องลำบาก แต่ตอนนี้พ่อมาถึงทางตันแล้วจริงๆ พ่อฮึดสู้จนหยดสุดท้าย... จนกระทั่งความหวังสุดท้ายปรากฏขึ้นมา”

ราณีรีบขยับตัวไปข้างหน้า มือเรียวบางเอื้อมไปกุมมือที่เริ่มเหี่ยวย่นของพ่อบุญธรรมเอาไว้แน่นเพื่อประคับประคอง “ความหวังอะไรคะคุณพ่อ? บอกมิยูมาเถอะค่ะ ถ้ามีอะไรที่มิยูพอจะช่วยได้ มิยูยินดีทำทุกอย่างเลยค่ะ!”

แววตาของชัยณรงค์วูบประกายแห่งความสมประโยชน์ขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะถูกซ่อนไว้ภายใต้ความโศกเศร้าอย่างรวดเร็ว เขากระชับมือราณีตอบ “มีความหวังเดียวเท่านั้นมิยู... นักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจากญี่ปุ่น เขาคือประธานแห่ง เมธาวาริน กรุ๊ป กลุ่มบริษัทที่กุมอำนาจทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตอนนี้ ใคร ๆ ก็เรียกเขาว่า ‘เรียว’ หรือชื่อจริงของเขาคือ อัศวเมศ เมธาวิน”

ราณีนิ่งฟัง นามสกุลเมธาวินฟังดูคุ้นหูคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่งในอดีต แต่ในเวลานั้นความกังวลเรื่องครอบครัวทำให้เธอไม่ได้เอะใจอะไร ชัยณรงค์กล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เขากำลังขยายฐานการลงทุนมาที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเขาสนใจในสัมปทานที่ดินผืนงามของเราที่พ่อถือครองอยู่ ถ้าเราสามารถเจรจาให้เขามาร่วมทุนหรือซื้อขายหุ้นในส่วนนี้ได้ บริษัทของเราก็จะรอดพ้นจากภาวะล้มละลายและกลับมามั่นคงทันที”

“ถ้าอย่างนั้น คุณพ่อก็ส่งทีมเจรจาไปเลยสิคะ หรือจะให้มิยูช่วยประสานงาน จัดเตรียมเอกสารอะไรให้บ้าง มิยูพร้อมสแตนด์บายค่ะ” หญิงสาวเสนอตัวด้วยความกระตือรือร้น

ชัยณรงค์ส่ายหน้าช้า ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความลำบากใจ “ไม่ได้หรอกมิยู... อัศวเมศคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้าถึงยาก เย็นชา และระแวงคนมาก เขาไม่ยอมพบตัวแทนหรือนักธุรกิจหน้าไหนทั้งนั้น แต่เขาส่งสาส์นลับมาถึงพ่อ... เขาบอกว่าต้องการเจรจากับคนในตระกูลเรืองวรากุลโดยตรง และต้องเป็นคนที่บริสุทธิ์ใจ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง พ่อสืบมาว่าเขาชอบความตรงไปตรงมา พ่อจึงคิดว่าไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าลูกอีกแล้ว”

“มิยูหรือคะ?” ราณีชี้เข้าหาตัวเองด้วยความประหลาดใจ หัวใจเริ่มเต้นรัวด้วยความกังวล “แต่คุณพ่อคะ มิยูไม่เคยจับงานบริหารธุรกิจใหญ่โตขนาดนี้เลยนะคะ มิยูเรียนจบด้านศิลปะและภาษามา จะไปคุยเรื่องข้อตกลงทางการเงินระดับพันล้านกับมาเฟียธุรกิจแบบนั้นรู้เรื่องได้ยังไงคะ มิยูกลัวจะทำให้งานคุณพ่อพัง...”

บทถัดไป