บทที่ 4 บทที่ 4
อัศวเมศค่อย ๆ หันหน้ากลับมา มุมปากของเขามีรอยยิ้มหยันที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม นัยน์ตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัดที่ถูกลูบคม ชายหนุ่มไม่พูดอะไรสักคำ เขาเอื้อมมือไปกดปุ่มอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงานด้วยความใจเย็นอย่างน่าขนลุก
“มัตสึดะ... เรียกหัวหน้าฝ่ายบริหาร หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย และเลขาฯ ทุกคนเข้ามาในห้องทำงานของฉันเดี๋ยวนี้”
ไม่ถึงสองนาที บานประตูห้องทำงานเปิดออกกว้าง บรรดาผู้บริหารระดับสูงชาวญี่ปุ่นและทีมเลขานุการนับสิบคนก้าวเข้ามาจัดแถวยืนเรียงกันด้วยความสงสัย ทุกคนสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวประธานหนุ่ม ราณียืนตัวสั่นเทา หยาดน้ำตาแห่งความอัปยศไหลรินอาบแก้มเนียน เธออยากจะวิ่งหนีออกไปจากที่นี่ แต่ขาเจ้ากรรมกลับก้าวไม่ออก
อัศวเมศเดินไปยืนอยู่กลางห้อง ท่ามกลางบอร์ดบริหารและพนักงานทุกคน เขาชี้มือมาที่ราณีที่ยืนกอดอกตัวเองไว้ด้วยความโดดเดี่ยว ชายหนุ่มเหยียดรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะเอ่ยถามคำถามที่กรีดลึกและทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอจนย่อยยับต่อหน้าธารกำนัลด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงเป๊ะกริบ
“ทุกคนฟังให้ดี... ผู้หญิงคนนี้คือตัวแทนจากตระกูลเรืองวรากุลแห่งประเทศไทย ที่มาขอร้องอ้อนวอนให้เราช่วยชีวิตบริษัทเน่า ๆ ของพวกเธอ” อัศวเมศเว้นจังหวะ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของราณี ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด “ฉันแค่อยากจะถามเธอต่อหน้าทุกคนที่นี่ให้แน่ใจอีกครั้ง... ว่าข้อเสนอในสัญญาที่พ่อเธอให้พกติดตัวมาน่ะ แท้จริงแล้วมันรวมถึงการที่เธอ ‘รับจ้างขายตัว’ นอนกับฉันเพื่อแลกกับเงินทุนก้อนโตไปพยุงฐานะครอบครัวที่กำลังจะล้มละลายด้วยใช่ไหม? ตอบมาสิ... ว่าเธอตั้งใจจะเอาตัวเข้าแลกเพื่อเงินใช่หรือเปล่า!”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนค้อนปอนด์หนักหน่วงที่ทุบลงกลางใจของราณี สายตาทุกคู่ในห้องหันมาจับจ้องที่เธอเป็นตาเดียว แฝงไปด้วยความกังขาและดูแคลน หญิงสาวรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา ศักดิ์ศรีที่เธอเพียรรักษาชั่วชีวิตถูกชายใจทรามคนนี้เหยียบย่ำจนจมดินต่อหน้าผู้คนมากมาย โดยที่เธอไม่รู้เลยว่านี่คือจุดเริ่มต้นของนรกบนดินที่เธอต้องชดใช้ในบาปที่เธอไม่ได้เป็นผู้ก่อ
คำดูถูกที่บาดลึก
ความเงียบงันที่น่าอึดอัดโรยตัวลงปกคลุมห้องทำงานอันกว้างขวางของประธานแห่งเมธาวาริน กรุ๊ป สายตานับสิบคู่ของบรรดาผู้บริหารระดับสูงและทีมเลขานุการชาวญี่ปุ่นยังคงจับจ้องตรงมาที่ราณีเป็นตาเดียว บรรยากาศรอบกายราวกับถูกแช่แข็งด้วยคำถามอันโหดร้ายและป่าเถื่อนของอัศวเมศที่ยังคงดังก้องอยู่ในมโนสำนึกของทุกคน
“...แท้จริงแล้วมันรวมถึงการที่เธอ ‘รับจ้างขายตัว’ นอนกับฉันเพื่อแลกกับเงินทุนก้อนโตไปพยุงฐานะครอบครัวที่กำลังจะล้มละลายด้วยใช่ไหม?”
คำพูดนั้นกรีดลึกงัดศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงของราณีจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี หยาดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลรินอาบแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างเพรียวระหงสั่นเทาด้วยความอัปยศอดสูจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ มือเรียวบางทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเนื้อ เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านด้วยความโกรธและความเสียใจอย่างถึงที่สุด เธออยากจะตะโกนด่าทอผู้ชายใจร้ายคนนี้ให้สาสม อยากจะสะบัดหน้าแล้วเดินหนีออกไปจากห้องนี้ทันที
ทว่า... ภาพใบหน้าอันซูบซีดและแววตาสิ้นหวังของชัยณรงค์ พ่อบุญธรรมผู้มีพระคุณเหนือหัวลอยเด่นขึ้นมาในความทรงจำ ภาพของคฤหาสน์เรืองวรากุลที่กำลังจะถูกยึด และความล่มสลายของครอบครัวที่ชุบเลี้ยงเธอมากลายเป็นโซ่ตรวนเส้นหนาที่พันธนาการขาของเธอไว้ไม่ให้ก้าวเดินหนี
‘ถ้าเธอพังงานนี้... บริษัทของคุณพ่อจะต้องล้มละลาย ทุกคนจะต้องเดือดร้อนเพราะเธอ... อดทนไว้มิยู อดทนเพื่อคุณพ่อ’ หญิงสาวก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนหยาดน้ำตา สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ บังคับก้อนสะอื้นให้ลงไปในลำคออย่างยากลำบาก
เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบสายตากับนัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายของอัศวเมศ ราณีพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ แม้แววตาจะเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่หน่วงคลอ แต่เธอกลับฝืนยิ้มบาง ๆ ออกมา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่นและกล้ำกลืนฝืนทนอย่างที่สุด
“หากสิ่งที่คุณเรียวพูด... จะทำให้คุณพึงพอใจและยอมเปิดใจพิจารณาเอกสารข้อเสนอร่วมทุนของตระกูลเรืองวรากุล ฉันก็ไม่มีอะไรจะโต้แย้งค่ะ” ราณีเอ่ยภาษาอังกฤษด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ฉันยอมรับค่ะว่าตระกูลของเรากำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ และฉันเดินทางมาที่นี่เพื่อทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาบริษัทของคุณพ่อไว้... หากคุณจะมองว่าฉันเอาตัวเข้าแลกเพื่อเศษเงิน ฉันก็คงห้ามความคิดของคุณไม่ได้ค่ะ”
คำตอบที่เหนือความคาดหมายของราณีทำให้บอร์ดบริหารรอบ ๆ เริ่มกระซิบกระซาบกันด้วยความประหลาดใจในความใจเด็ดของหญิงสาว ทว่าสำหรับอัศวเมศแล้ว คำยอมรับและรอยยิ้มฝืนทนนั้นกลับยิ่งจุดประกายเพลิงแค้นในอกให้โหมกระหน่ำยิ่งขึ้น ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความรังเกียจชิงชัง
ในสายตาของเขา ราณีคือบุตรสาวสายเลือดแท้ ๆ ของชัยณรงค์ ศัตรูคู่อาฆาตที่บงการสั่งฆ่าล้างตระกูลเมธาวินเมื่อสิบหกปีก่อน ภาพเครื่องบินส่วนตัวของพ่อแม่ที่ระเบิดเป็นจลน์ต่อหน้าต่อตาตอนที่เขาอายุเพียงสิบขวบยังคงหลอกหลอนเขาอยู่ทุกค่ำคืน ความทุกข์ทรมานที่เขาได้รับมาตลอดชีวิตช่างเทียบไม่ได้เลยกับท่าทางเสแสร้งน่าสมเพชของผู้หญิงคนนี้
‘หึ! เลือดชั่วของไอ้ชัยณรงค์มันแรงจริง ๆ ขนาดลูกสาวมันยังยอมรับหน้าด้าน ๆ ว่ายอมขายเนื้อสดเพื่อเงิน สมแล้วที่เป็นตระกูลสารเลว!’ อัศวเมศคิดในใจด้วยความสะใจแกมเดือดดาล
