บทที่ 5 บทที่ 5

ชายหนุ่มตบโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่นจนผู้บริหารทุกคนสะดุ้งโหยง ก่อนจะหันไปสั่งงานด้วยภาษาญี่ปุ่นเสียงเฉียบขาด “ทุกคนออกไปให้หมด! การประชุมวันนี้ยกเลิก และห้ามใครพูดเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องนี้ออกไปข้างนอกแม้แต่คำเดียว!”

บรรดาพนักงานและผู้บริหารระดับสูงรีบก้มหัวคำนับชำเลืองมองราณีด้วยสายตาเวทนากึ่งดูแคลน ก่อนจะพากันทยอยเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งบานประตูคู่ใหญ่ปิดสนิทลง เหลือเพียงความเงียบและรังสีอำมหิตระหว่างชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยไฟแค้นและหญิงสาวผู้บอบช้ำ

อัศวเมศก้าวสืบเท้าเข้าหาตัวราณีช้า ๆ ร่างสูงใหญ่กำยำเงื้อมงำบดบังแสงไฟจนราณีรู้สึกเหมือนกำลังถูกอสูรร้ายกลืนกิน เขาเอื้อมมือหนาไปกระชากซองเอกสารสีน้ำตาลในมือของเธอมาเปิดออกช้า ๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองเนื้อหาด้านในแวบหนึ่ง ก่อนจะฉีกเอกสารสัญญาข้อตกลงร่วมทุนมูลค่าพันล้านนั้นออกเป็นสองซีก... สามซีก... และขยำมันเป็นก้อนกลมโยนทิ้งลงบนพื้นพรมอย่างไม่ไยดี

“คุณเรียว!” ราณีอุทานด้วยความตกใจ ปราดจะเข้าไปเก็บเศษกระดาษเหล่านั้นทว่าถูกมือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างแล้วกดตรึงไว้กับผนังห้องอย่างแรง

“คิดว่ากระดาษโง่ ๆ สองสามแผ่นนี้มันมีค่าพอจะชดเชยสิ่งที่ตระกูลเธอทำไว้รึไง!” อัศวเมศเค่นเสียงลอดไรฟัน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย “เธอบอกเองไม่ใช่เหรอราณี... ว่าเธอยอมรับคำดูถูก ยอมทำทุกอย่างเพื่อเงินก้อนนี้”

“ปล่อยฉันนะคุณเรียว! ฉันเจ็บ!” ราณีพยายามดิ้นรนสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมที่แน่นหนาดุจคีมเหล็ก ทว่าเรี่ยวแรงอันน้อยนิดของเธอมีหรือจะสู้แรงของชายหนุ่มที่ฝึกฝนวิชาการต่อสู้มาอย่างหนักชั่วชีวิตได้

“เจ็บงั้นเหรอ? มันยังน้อยไปสำหรับสิ่งที่เธอและพ่อของเธอต้องชดใช้!” อัศวเมศกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม สายตาเลื่อนลงมองริมฝีปากบางที่สั่นระริกด้วยความรู้สึกสะใจลึก ๆ “ในเมื่อเธอบากหน้ามาเสนอตัวเป็น ‘สัตว์เลี้ยง’ ของฉันถึงที่นี่แล้ว มีหรือที่ฉันจะปฏิเสธ... แต่จำไว้ซะนะราณี เงินทุนที่เธอต้องการ ฉันจะไม่จ่ายให้แม้แต่เยนเดียวตราบใดที่ฉันยังทรมานเธอไม่สาแก่ใจ!”

ชายหนุ่มปล่อยมือจากข้อมือของเธออย่างแรงจนร่างบางเซถลันไปกระแทกกับขอบโต๊ะ ราณียกมือขึ้นกุมข้อมือที่ขึ้นรอยแดงช้ำ น้ำตานองหน้าด้วยความรู้สึกมืดแปดด้าน ความหวังที่จะช่วยครอบครัวพังทลายลงตรงหน้า ชายคนนี้ไม่ใช่แค่นักธุรกิจที่เย่อหยิ่ง... แต่เขาคือปีศาจที่จ้องจะทำลายล้างเธอโดยที่เธอไม่รู้สาเหตุเลยด้วยซ้ำ

อัศวเมศหันหลังกลับไปกดโทรศัพท์สายใน เรียกคนสนิทของเขาเข้ามาทันที ไม่นานนัก ประตูห้องทำงานก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ มัตสึดะ ชายหนุ่มร่างใหญ่หน้าตาขรึมสนิทซึ่งเป็นบอดี้การ์ดและคนสนิทที่อากิโอะส่งมาช่วยงานอัศวเมศตั้งแต่เด็ก

“ครับท่านประธาน” มัตสึดะก้มศีรษะรับคำสั่ง

อัศวเมศเหยียดสายตามองมองราณีที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้องราวกับเธอเป็นเพียงสิ่งของไร้ค่า ก่อนจะสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและเย็นชาที่สุด

“พายายผู้หญิงคนนี้ไปกักตัวไว้ที่เรือนรับรองท้ายคฤหาสน์เมธาวิน... แล้วสั่งคนของเราให้เฝ้าเธอเอาไว้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ห้ามปล่อยให้คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว ถ้ายายล่มสลายตระกูลเรืองวรากุลนี่หนีรอดไปได้ หรือติตต่อหาใครข้างนอกแม้แต่คนเดียว... ฉันจะเด็ดหัวพวกแกทุกคน!”

“รับทราบครับ” มัตสึดะรับคำเสียงหนักแน่น ก่อนจะผายมือและส่งสัญญาณให้ลูกน้องอีกสองคนลากตัวราณีออกไป

ราณีไม่ได้ขัดขืนหรือส่งเสียงร้องขอความเห็นใจอีกต่อไป แววตาของเธอแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าและยอมรับชะตากรรมอันโหดร้าย หญิงสาวถูกคุมตัวเดินออกไปจากห้องทำงานหรูหรา มุ่งหน้าสู่กรงขังลึกลับในคฤหาสน์ของมาเฟียหนุ่ม โดยมีสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งของอัศวเมศมองตามหลังไปพร้อมกับเพลิงแค้นที่กำลังเริ่มต้นแผดเผาเหยื่อผู้บริสุทธิ์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนับจากนี้

ความจริงของผู้ล่า

หยาดพิรุณนอกหน้าต่างกระจกคฤหาสน์เมธาวินยังคงตกลงมาอย่างหนักหน่วง เสียงฟ้าร้องครืนครั่นสะท้อนสะท้านเป็นระยะประหนึ่งจะขุดรากถอนโคนความลับอันดำมืดที่ถูกซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของ เมธาวาริน กรุ๊ป อัศวเมศในวัยยี่สิบหกปีทอดสายตามองออกไปในความสลัวรางของราตรี คลื่นอารมณ์กรุ่นแค้นที่ปะทุขึ้นหลังจากได้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของราณีในวันนี้ ไม่ได้ช่วยให้ไฟในอกของเขาดับลง ทว่ามันกลับปลุกความทรงจำอันเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ควันปืน และเสียงระเบิดกึกก้องที่จดจำฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณมาเนิ่นนานถึงสิบหกปีให้ตื่นขึ้นมาหลอกหลอนอีกครั้ง

ภาพความทรงจำในอดีตเริ่มฉายซ้ำฉากแล้วฉากเล่า... ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เขาอายุเพียงสิบขวบ

ในตอนนั้น เขาคือ เด็กชายอัศวเมศ เมธาวิน หรือ ‘เรียว’ ทายาทเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐีตระกูลเมธาวิน ผู้นำทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมรายใหญ่ของเอเชีย ชีวิตในวัยเยาว์ของเรียวเต็มไปด้วยความสุข ความอบอุ่น และเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะรักในอ้อมกอดของบิดาและมารดา บิดาของเขาเป็นชายผู้อ่อนโยนทว่าหนักแน่นในหลักการ ส่วนมารดาเป็นสตรีผู้อ่อนหวานกิริยางดงาม โลกทั้งใบของเด็กชายช่างสดใสและปลอดภัยราวกับไม่มีวันพังทลายลงได้

กระทั่งค่ำคืนเปลี่ยนชีวิตคืนหนึ่งมาถึง... ค่ำคืนที่บิดามารดาของเขาต้องเดินทางไปลงนามในข้อตกลงธุรกิจสำคัญที่เกาะส่วนตัวในต่างแดน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป