บทที่ 9 9

MAXWELL : PART

"เออ ฉันมันไม่มีหัวใจ แล้วใครใช้ให้เธอมารักฉันวะ" ผมพูดออกมาตามความรู้สึกของตัวเองโดยไม่ได้แคร์ด้วยซ้ำว่าคนฟังจะรู้สึกแบบไหน

เอาจริงๆ เถอะ ที่ผ่านมาผมก็ไม่เคยสร้างภาพในสายตาใคร ไม่เคยให้เกียรติผู้หญิงหน้าไหนทั้งนั้น ถ้าโอเคก็แค่หันมาคุยกัน แต่เมื่อใดที่ผมไม่ต้องการ ผู้หญิงพวกนั้นก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของผมเท่านั้นเอง

อย่างเวกัสก็เช่นกัน ไม่ใช่เธอคนแรกหรอ ที่ยอมเสียครั้งแรกให้กับผม ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่มีผมเป็นคนแรกเหมือนกันกับเธอ แต่ที่ผ่านมา กาลเวลามันก็พิสูจน์แล้วว่าผู้หญิงเหล่านั้นไม่สามารถใช้พรหมจรรย์ที่พวกเธอมีทำให้ผมหยุดที่พวกเธอได้ เพราะใจของผมมันไม่เคยคิดที่จะหยุดอยู่ที่ใคร

"ความรักมันห้ามกันไม่ได้..." 

"แต่ถ้าเธอรักฉัน เธอจะได้รับแค่ความเจ็บปวดเท่านั้น!" ผมตะคอกเสียงดัง แต่ก็ตามนั้น เวกัสน้ำตาคลอเบ้าทันที ขี้แย นิสัยเด็กๆ แบบนี้มันไม่ใช่สเปคผมเลยสักนิดเดียว

"หยุดความคิดที่จะถีบตัวเองมาแทนที่แม่ของมิลิน เพราะแม่ของมิลิน มีแค่คริสตินา แค่คนเดียว!" เวกัสหันหน้าหนีพลางยกมือปาดน้ำตาของตัวเองออกลวกๆ ร่างเล็กหันกลับไปจัดการสวมใส่รองเท้าผ้าใบของเธออีกครั้ง ก่อนที่ผมจะโยนเช็คที่เตรียมไว้ให้ยัยนั่นทันที

"ฉันให้" เวกัสปรายตามองเช็คที่ผมให้เพียงนิดก่อนที่เธอจะหยัดกายลุกขึ้น พลางจัดแจงกระเป๋าสะพายที่คล้องบ่า ทำเหมือนไม่เห็นว่าจำนวนเงินที่อยู่บนเช็คใบนั้นมันมากแค่ไหน

ห้าแสนที่ให้ มันมากกว่าที่ผู้หญิงทุกคนเคยได้ แต่ยัยนี่กลับทำเหมือนเงินผมเป็นขยะ ไม่แยแส และทำเพียงแค่ชายตาแล

"อย่าหยิ่งให้มาก แล้วท่าทีที่เธอทำมันไม่ได้ทำให้ฉันสนใจ!" 

"กัสไม่สวยเหรอคะ หรือกัสมีดีไม่สู้ผู้หญิงของพี่ตรงไหน" 

"ก็เมื่อไหร่ที่ผู้หญิงที่ฉันเคยเอา พยายามถีบตัวเองเพื่อหวังที่จะมาเป็นแม่ของลูกฉัน ฉันเขี่ยทิ้งทุกคน แม้แต่เธอ" 

"การที่กัสบอกว่าพี่คริสไม่มา กัสแค่ไม่อยากให้มิลินรอเก้อค่ะ กัสไม่ได้อยากทำร้ายความรู้สึกของน้อง กัสไม่ได้อยากทำให้น้องเสียใจ" 

"แต่มันก็เป็นเพราะคำพูดของเธอที่ทำให้ลูกของฉันเสียใจ หากเลือกได้ ฉันจะสั่งห้ามเธอไม่ให้มายุ่งกับลูกของฉันอีกเลย!" 

เวกัสหันหน้าหนีทันทีที่ได้ฟัง เธอเหยียบเช็คของผมทำเหมือนมันเป็นเศษกระดาษ จากนั้นก็ทำท่าจะเดินผ่านหน้าผมไป แต่เป็นผมที่คว้าแขนของเวกัสได้ทัน

"รับเช็คนั่นไป แล้วถือซะว่า...มันไม่เคยเกิดขึ้นเลยก็แล้วกัน!" คำตอบที่ผมได้ก็เป็นไปในรูปแบบที่ผมคิด เวกัสร้องไห้ แม้จะไม่มีเสียง แต่น้ำตาของเธอก็ไหล

"พี่แม็กซ์ลืมได้..." 

"ฉันไม่เคยจำ ไม่ว่าจะเอากับผู้หญิงคนไหนก็ตาม!" 

"แต่กัสไม่ลืม..." 

"มันเรื่องของเธอ จะรู้สึกหรือไม่รู้สึกอะไรกับฉันมันก็เรื่องของเธอ แต่ฉันจะเตือนในฐานะที่เธอแสนดีกับลูกของฉัน เธอควรหยุดความรู้สึกที่มีต่อฉัน เพราะถ้าเธอไม่ยอมหยุดมัน เธอจะเป็นเพียงของเล่นของฉัน เหมือนกับผู้หญิงทุกคน!" 

"ขะ ของเล่น" เวกัสทวนคำนั้น แล้วปัดมือของผมออกจากแขนของเธอทันที

"เก็บเช็คนั่นไป แล้วเธอจะมีสิทธิ์เข้าออกในบ้านฉันแบบเดิม แต่ถ้าหยิ่งมากนัก ก็ไม่ต้องมาเหยียบบ้านฉัน แล้วอย่าคิดว่าลูกฉันจะหลงเธอมาก แค่พี่เลี้ยงเด็กคนเดียว ฉันมีตัวเลือกให้มิลินเลือกเป็นสิบๆ  คน!" 

เวกัสมองต่ำที่กระดาษแผ่นเล็กที่เธอเหยียบ แล้วสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะก้มเก็บกระดาษแผ่นนั้นแบบที่ผมต้องการ

ก็แค่นั้น เกิดมาจะมีใครบ้าง ที่ไม่ต้องการเงิน!

"เกิดอะไรขึ้นเหรอแม็กซ์" เสียงที่ดังอยู่ทางด้านหลังส่งผลให้ผมละสายตาจากร่างบอบบางที่อยู่ในชุดนักศึกษา กระโปรงทรงเอสั้นๆ แต่แทนที่จะใส่ส้นตึกส้นสูงแบบที่ผู้หญิงคนอื่นๆ ชอบใส่กัน แต่ยัยนั่นกับใส่ผ้าใบสีขาว ส่วนด้านบน สวมทับด้วยเสื้อยีนส์แขนยาวปักลายเก๋ๆ ตามเดิม

"แม่ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกัน ชวนน้องทะเลาะอีกหรือเปล่า" แล้วแม่ของผมก็มองตามหลังเวกัสไปอีกคน

"ทำไมถึงชอบคิดว่าผมหาเรื่องยัยนั่นอยู่เรื่อยเลยล่ะครับ ผมควรโกรธยัยนั่นนะครับ ที่เอาเรื่องแย่ๆ ยัดใส่หัวมิลิน" 

"พูดอะไรบ้าๆ เขาพยายามช่วยต่างหากล่ะ ในเมื่อแม่ของมิลินไม่ยอมมา แล้วอยู่ดีๆ คนเป็นพ่อกลับหายไป มิลินนั่งหงอยคอยอยู่หน้าประตูบ้าน ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่แบบนั้น ต่อให้เวกัสไม่บอก แม่ก็ต้องบอกหลานของแม่อยู่ดี" 

"เอาเป็นว่าต่อไปนี้ผมจะไม่พยายามพึ่งพายัยนั่นก็แล้วกันนะครับ" ผมบอกแค่นั้น แล้วหวังจะเดินเข้าไปในตัวบ้าน แต่...

"เดี๋ยว!" ผมชะงัก เมื่อต้นแขนถูกมารดาจับเอาไว้

"เมื่อกี้แม่เห็นแว๊บๆ ว่าเวกัสร้องไห้ แล้วแม็กซ์ก็บังคับให้น้องรับอะไรสักอย่าง บอกแม่มาว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร" ผมชะงักไปเพียงนิด อดคิดไม่ได้ว่ามารดาจะได้ยินอะไรบ้าง

"ให้ของขวัญวันเกิดครับ" 

"ของขวัญวันเกิด? คืออะไร เป็นความลับไหม?" 

"ไม่มีอะไรมากมายหรอกครับ ไม่ใช่สิ่งสำคัญอะไร" ผมตอบเท่านั้นก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาทันที จริงๆ นั่นแหละ มันไม่มีอะไรสำคัญทั้งนั้น ไม่มีเลย

VEGAS : PART

ฉันเดินออกมาจากบ้านหลังนั้นด้วยหัวใจที่เจ็บจี๊ดหนักๆ เกิดมาไม่เคยแอบรักใครทั้งนั้น เขาเป็นผู้ชายคนเดียวเท่านั้น แล้วเขาก็เป็นผู้ชายคนเดียวที่ทำให้ฉันเจ็บมากเช่นกัน

ฉันยกมือปาดน้ำตาออกจากใบหน้าลวกๆ มองเวลาที่อยู่บนนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะเร่งฝีเท้าในการเดิน ตากลมโตมองหาแท็กซี่ที่อาจจะมีวิ่งผ่าน แต่ไม่มีเลยสักคัน วันนี้ฉันสายมาก ฉันควรรีบไปมหา'ลัยตั้งแต่ออกจากบ้าน แต่เป็นเพราะเป็นห่วงมิลินมากทำให้ฉันเลือกเข้าไปหาน้องก่อน แล้วดูสิ่งที่ฉันเจอสิ แย่ชะมัดเลย

เวลา 15:30 น.

ห้างสรรพสินค้า

"โอ๊ย รีบอะไรของแกนักหนาเนี่ย!" เสียงของมินตราแผดร้อง เมื่อถูกฉันลากให้ไปโซนที่ยัยนั่นต้องการไวๆ

"ฉันรีบกลับบ้าน แกเร็วๆ เลย อยากได้เครื่องสำอางแบบไหน ยี่ห้ออะไร แกรีบจัดเลย" เพราะเกิดมามีเพื่อนแค่คนเดียว เพื่อนอยากไปไหน ฉันก็เลยอยากตามใจเพื่อนบ้าง แต่เพราะมีเพื่อนสวย เป็นสาวมั่น เปรี้ยวและแซ่บมาก ที่ๆ เพื่อนของฉันอยากไปก็เห็นจะมีแต่โซนเสื้อผ้าและเครื่องสำอาง

"เร็วๆ สิมิ้นท์ ฉันรีบกลับมาก" ก็นั่นแหละ ที่วันนี้ฉันอยากกลับเร็วกว่าทุกวัน เพราะอยากกลับไปหามิลิน โดยไม่ต้องเห็นหน้าเขาคนนั้นเท่านั้นเอง

"รีบอะไรกันนักหนาเล่า ผู้หญิงกับการเลือกเครื่องสำอางมันเป็นของคู่กัน แกเองก็เหมือนกันนะกัส ควรเปลี่ยนสไตล์เป็นสาวเปรี้ยวแซ่บซี้ดแบบฉันบ้าง จะได้มีแฟนสักทีไง!" แล้วคำตอบที่ยัยมิ้นท์ได้รับ คือการที่ฉันส่ายหัวกลับไปกลับมา

ไม่ใช่ว่าฉันไม่แต่งตัวนะ ฉันแต่งตัวเหมือนเพื่อนวัยเดียวกันตามปกตินั่นแหละ แต่ไม่ได้หวือหวาหรือทำตัวให้เป็นที่โดดเด่นอะไรมากมาย เพราะฉันมองว่า มันไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น

"ไม่แต่งก็เรื่องของแกก็แล้วกัน แต่มานี่ๆ แกเป็นเพื่อนฉัน แกควรรู้ว่าเครื่องสำอางแต่ละชนิด มันช่วยให้ความสวยของเราเฉิดฉายในรูปแบบไหนได้บ้าง..." แล้วสุดท้ายฉันก็ต้องเดินตามยัยมิ้นท์อย่างไม่มีทางเลี่ยง ฟังในสิ่งที่นางพูดไปพลางๆ แม้จะไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย แต่สุดท้ายบางสิ่งบางอย่างมันก็เข้าหูฉันอยู่ดี

แล้วหลังจากที่ฉันและยัยมิ้นท์เสร็จธุระจากการซื้อของ ก็เป็นอีกครั้งที่ฉันรีบลากยัยมิ้นท์ออกจากห้าง แล้วด้วยความที่ไม่ทันระวัง

พลั่กกก! ทำให้ฉันชนเข้ากับร่างของคนหนึ่งคนเข้าอย่างจัง

"ขะ ขอโทษค่ะ" ฉันรีบยกมือไหว้ แต่ถึงกับชะงักไปเมื่อคนที่ฉันชนคือเขาคนนั้น คนที่ทำฉันร้องไห้เมื่อคืน ซ้ำยังกราดคำพูดแย่ๆ ใส่ฉันในตอนเช้า เขาคือคนคนเดียวกัน

"เวกัส..." เป็นพี่นิกกี้ที่เป็นคนทักฉัน ฉันยกมือไหว้เขาแบบที่เคยทำ ในขณะที่อีกคนทำเฉย เหมือนคนไม่รู้จักกัน

"มาช็อปปิ้งหรอ" พี่นิกกี้ถามซ้ำ พลางมองถุงกระดาษที่อยู่ในมือของฉัน ซึ่งมันล้วนแต่เป็นของยัยมิ้นท์ทั้งนั้น

"พาเพื่อนมาซื้อของค่ะ กำลังจะกลับ" ฉันรีบตัดบททุกอย่าง ดูๆ แล้ว เหมือนพี่แม็กซ์จะไม่อยากให้พี่นิกกี้ทักฉันด้วยซ้ำ

"อ้าวงั้นเหรอ กลับทางเดียวกันเลย พี่จะไปหามิลินพอดี กลับด้วยกันสิ!" 

"ถ้ามึงจะชวนคนอื่นกลับ ก็ให้ไปขึ้นรถมึง เพราะผู้หญิงสามคนที่จะนั่งรถของกูได้ ก็คือแม่กู มิลิน และแม่ของมิลิน คนอื่นไม่มีสิทธิ์!" พี่แม็กซ์ทิ้งท้ายประโยคด้วยการมองสบตาฉัน 

จุกมากนะ มันโคตรจุกเลย!

----

บทก่อนหน้า
บทถัดไป