บทที่ 11 บทที่ 9 เอามัน...
บทที่ 9 เอามัน...
Rooftop Bar บนโรงแรมตึกสูงใจการสุขุมวิทเป็นที่นัดพบของเจ้านายและหุ้นส่วน ร้านอาหารบรรยากาศเข้ากับการดื่มด่ำยามค่ำคืน แถมสามารถมองเห็นวิวเมืองได้แบบ 180 องศา ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งร้านโปรดปรานของเจ้านาย เมนูอาหารเบลเยียมสูตรต้นตำรับและคงไม่มีอะไรฟินเท่าไวน์แดงรสชาติดีที่กำลังอยู่ในกระพุ้งแก้มธันยวีร์ในตอนนี้ ลาภปากของจริง!
“คุณธันไม่มีธุระที่ไหนต่อหรือคะ?”
“ไม่มี วันนี้ธันต้องขับรถพาผมกลับ”
“อ้าว แล้วผู้ช่วยผู้ชายของคุณวัชล่ะคะ?”
“ส่วนมากเวลารีแลกซ์กัน ธันเป็นคนขับ”
“คุณธันตัวติดเจ้านายตลอดเลยนะคะ ไม่ว่าจะหันไปทางไหนเจอคุณวัชก็ต้องเจอคุณธัน”
“แน่นอนว่าเป็นอย่างนั้นครับ”
ไม่ว่าขจีวรรณจะพูดออกไปในลูกอื่น อวัชก็ออกตัวรับแทนธันยวีร์ทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่เธอพูดเหมือนว่าเลขาสาวหน้าสวยคนนี้กำลังเป็นก้างขวางคออยู่ แต่อวัชและธันยวีร์ก็ดูจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย
ยัยเลขานั่นแม้จะนั่งห่างออกไปโต๊ะข้าง ๆ แต่มันก็อยู่ในมุมที่เป็นโต๊ะเดียวกันอยู่ดี ไม่ว่าขจีวรรณจะพูดคุยอะไรกับอวัชเลขาหญิงชายของเขาก็ต้องได้ยินแน่นอนอยู่แล้ว มันมีเจ้านายที่ไหนทำกันแบบนี้!
“แต่จีคิดว่าเราจะส่วนตัวกว่านี้นะคะ”
“คุณจีอยากพูดคุยกับผมแบบส่วนตัวหรือครับ”
อวัชหันมามองหน้าคู่สนทนาและยกแก้วไวน์ในมือขึ้นดื่ม ในขณะที่ดื่มไวน์ไปด้วยดวงตาคมเข้มจ้องมองกลีบปากอวบอิ่ม ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของขจีวรรณ
“ไม่ว่าคุณจะพูดหรือแสดงอะไรออกมา สองคนนั้นเขามองไม่เห็นเราหรอกครับ” ริมฝีปากหยักคล้ำยกขึ้นก่อนจะยื่นแก้วไวน์มาชนกับเธอ มือบางประดับด้วยแหวนเพชรสามวงรีบหยิบแก้วไวน์ของตัวเองขึ้นมาชนกับอวัช
“จีไม่ได้ไม่ชอบลูกน้องคุณนะคะ เพียงแต่มันแปลก ๆ ไปหน่อยค่ะ”
“เดี๋ยวคุณจีก็ชินครับ”
หัวใจของขจีวรรณกวัดแกว่งรุนแรง ร่างสูงใหญ่โน้มเข้ามาใกล้ก่อนจะหยิบส้อมที่วางไว้ข้างอาหารจานหลักส่งให้กับเธอ
“ลองทานเนื้อดูครับที่นี่อาหารอร่อย” ดวงตาคู่นั้นของเขาทำเอาคนโดนมองสะท้านสั่นไหว
“ขอบคุณค่ะ”
“ทานเนื้อแล้วก็ดื่มไวน์ไปด้วย หมดแก้วเลยนะครับ” ขจีวรรณขบริมฝีปากเมื่ออวัชโน้มหน้ามากระซิบใกล้ หญิงสาวจิ้มเนื้อที่เขาบริการหั่นให้กับเธอเข้าปาก
กลิ่นน้ำหอมสุดร้อนแรงของอีกฝ่ายทำเอาขจีวรรณร้อนวูบวาบ ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์เหลือร้ายแบบที่แค่เขาขยับตัวก็รู้สึกได้ว่ามันดีไปหมด ยิ่งเขาพูด ยิ้ม และเอาใจใส่เธอแบบนี้ ขจีวรรณอดที่จะขยับกายเข้าไปใกล้ไม่ได้จนเรียกได้ว่าเหมือนจะคลอเคลียกัน
ทั้งรอยยิ้มและน้ำเสียงของอวัชมันกล่อมเกลาขจีวรรณน่าดู จากตอนแรกที่เหมือนว่าเขาตั้งแง่ แต่อยู่ ๆ กำแพงสูงชันก็พังครืนลงมาโดยที่ขจีวรรณไม่ทันตั้งตัว แม้ว่าเขาจะพูดน้อยก็ไม่เป็นไร อวัชก็ดื่มหนัก ยิ่งดื่มเขาก็ยิ่งไม่พูด แต่ก็ไม่ปฏิเสธยามเธอเข้าไปแนบชิด
ขจีวรรณกะพริบตาเชื่องช้ายกมือข้างหนึ่งวางที่ต้นแขนของอวัช เมื่อเขายกมือเรียกบริกรมาเปิดไวน์ขวดใหม่
“...ไหวไหมครับคุณจีหรือว่าไม่ไหวแล้ว” เขากระซิบถามเสียงแหบพร่า กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งออกมาจากลมหายใจ เธอหันไปมองหน้าเขาและอวัชก็ถอนหน้าออกไปก่อนจะส่งยิ้มบาดใจให้เธอ
“กะ ก็ไหวค่ะ” เธอยังคงดื่มต่อ ในเมื่อผู้ชายที่อยากได้เปิดไวน์ขวดที่สามให้ ขจีวรรณก็จะดื่ม
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ได้ เราออกไปเต้นรำกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยง อวัชในตอนที่ตัวแดง ๆ เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์มันเป็นอะไรที่บอกไม่ถูกจริง ๆ เนื้อตัวของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้าม ต้นแขนเขาหนั่นแน่น และที่สำคัญเขาแข็งแรงแบบที่ยกเธอลอยขึ้นได้ในมือเดียว
“ไปส่งคุณจีให้ถึงบ้านเธอด้วย...”
ธันยวีร์มองเจ้านายปิดจ๊อบขจีวรรณด้วยสายตาว่างเปล่า เหมือนว่าอวัชจะพยายามเรียนรู้ขจีวรรณแล้ว แต่ถ้าได้มอมไวน์ผู้หญิงจนหลับคาอกแบบนี้คือไม่ผ่าน…ไม่ผ่านที่ว่าคือไม่สามารถไปต่อบนเตียงได้
ร่างสูงของอวัชยืนสูบบุหรี่อยู่มุมด้านนอกของรูฟท็อป แผ่นหลังกว้างในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา กางเกงสแล็กสีน้ำเงินเข้ม ส่วนสูทวางพาดอยู่บนเก้าอี้ข้าง ๆ เธอ
เจ้านายเธอก็คือผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยขาดในเรื่องอย่างว่า และเป็นต้นแบบด้านมืดของผู้ชายทุกคนได้เป็นอย่างดี
แต่ทำไมธันยวีร์ถึงไม่นึกระแวงระวังผู้ชายของตัวเองบ้าง ในเมื่อเจ้านายก็ทำให้เธอเห็นออกจะบ่อย หรือว่าเธอชินกับความต่ำทรามพวกนี้ไปแล้วก็ไม่รู้ ไม่หรอก…ธันยวีร์ไม่ชินไม่อย่างนั้นที่มันยังเจ็บหน่วง ๆ ในอกข้างซ้ายนี่มันอะไร
“คุณผู้หญิงครับคุณผู้ชายให้มาเชิญไปนั่งด้านนอกครับ” เสียงบริกรฉุดธันยวีร์ที่กำลังมองอวัชออกจากภวังค์
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมองคนพูด ก่อนจะมองไปที่ร่างสูงของเจ้านายที่เดินผ่านประตูกระจกเข้ามาพอดี และเขาก็เดินเลยเธอไปเหมือนว่าตัวเองไม่ได้ให้ใครมาเรียกเธอ
โต๊ะยาวจำนวนแปดที่นั่ง เจ้านายนั่งอยู่มุมโต๊ะติดระเบียงแบบที่เห็นวิวทิวทัศน์ของมหานครกรุงเทพฯ ได้ชัดเจน ส่วนธันยวีร์และธนิกนั่งด้านในแต่เป็นโต๊ะเดียวกัน
ขจีวรรณกลับไปแล้วเจ้านายก็สั่งพนักงานให้รวมเป็นโต๊ะเดียว พนักงานเก็บโต๊ะและเปลี่ยนอุปกรณ์จานส้อมและแก้วไวน์ใบใหม่
“ค่ะ เดี๋ยวจะเดินไป” ธันยวีร์ตอบกลับบริกรที่มาเรียกเธอ
เลขาสาวชินเสียแล้วกับอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของเจ้านาย หญิงสาวหยิบสูทตัวเองและหยิบสูทเจ้านายพาดไว้บนแขนข้างเดียวกันและเดินไปลากเก้าอี้ตัวที่ขจีวรรณนั่งอยู่เมื่อครู่
“นึกว่าต้องจุดธูปเชิญ” อวัชตวัดสายตาดุดันมามองก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มจนเกลี้ยง และเขาก็ใช้ปลายนิ้วจับแก้วไวน์ฝั่งเธอและยื่นมันมาให้ทั้งที่ธันยวีร์ยังไม่ได้เก็บสูทที่พาดแขนเลยด้วยซ้ำ
“วาง ๆ ไปเถอะยังไงก็ต้องไปซัก อย่าลีลาผมอยากเมา” ธันยวีร์สบตาเจ้านายและก็เห็นเพียงความหงุดหงิดในดวงตาของเขา อยู่ ๆ ก็เกิดอารมณ์หงุดหงิดคงจะงุ่นง่านหาที่ลงไม่ได้ละมั้ง
“คุณวัชก็เมาทุกวันอยู่แล้วนี่คะ แล้วนี่คุณธนิกไปไหนคะ?” ธันยวีร์ไม่อยากถือสาเพราะไม่อย่างนั้นเธอคงเป็นโรคประสาทไปแล้ว
ธนิกบอกจะเลี้ยงไวน์เธอสามขวดเมื่อเจ้านายเสร็จภารกิจ และตอนนี้หายไปไหนเสียแล้ว
“มันไปส่งคุณจี บอกให้ผมเลี้ยงไวน์คุณแทน”
“อ้าวได้ไง คุณธนิกรับปากธันแล้ว”
ธันยวีร์จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทร. ถามธนิกให้รู้เรื่องว่าเทเธอได้ยังไง ไหนบอกจะโต้รุ่งกัน
“ทำไมธัน? ดื่มกับผมนี่มันไม่สนุกเท่าธนิกหรือไง คุณควรรู้นะธนิกมันคออ่อน ถ้าอยากจะเอามันต้องกับผม”
