บทที่ 8 บทที่ 6 ตามไม่ทัน
บทที่ 6 ตามไม่ทัน
“ธันเข้าใจค่ะ ไม่ได้คิดจะพูดเรื่องนี้เพียงแค่คิดว่าคุณควรจะสมนาคุณธันมากกว่าเงินหนึ่งแสนบาท เพราะธันต้องประสาทเสียกับอดีตผู้หญิงของเจ้านายเกือบสามวันเต็ม ๆ”
“หนึ่งแสน และก็ตั๋วเครื่องบินพาแม่คุณมาเที่ยวที่ไทย” ธันยวีร์เอ่ยปากขอบคุณอย่างไม่ได้คิดตื่นเต้นอะไร
เลขาสาวไม่ได้คิดซาบซึ้งอะไรอยู่แล้ว เพราะทุกโบนัสของเจ้านายที่ให้เธอมา มันก็แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความประสาทแดกที่เธอจะต้องอยู่กับมันเหมือนกัน
“ธนิกบอกว่าแฟนคุณบุกมาที่ทำงาน มีปัญหากันเหรอ?” หน้าตาบอกบุญไม่รับของเลขาสาว แม้จะสวยดูดีก็ใช่ แต่แววตาเหนื่อยล้าคู่นี้ของธันยวีร์กำลังกวนใจเขา
“เรื่องส่วนตัวค่ะ ธันขอไม่ตอบ” เธอเด็ดขาดเสมอจนบางทีอวัชอดที่จะกระเซ้าเย้าแหย่ไม่ได้
“พูดอย่างกับว่าเรื่องของผมมันไม่ส่วนตัวนัก เรื่องแอนด้าคุณไม่รู้หรือไง?” อวัชพูดทิ้งท้าย ก่อนจะหันไปสนใจเอกสารต่อ
คนเป็นเลขาเลิกคิ้วขึ้นแปลกใจเพราะชื่อ แอนด้าเหมือนจะไม่อยู่ในความทรงจำของธันยวีร์เลย เลขาสาวถอนหายใจอย่างระอา เธอกะพริบตาเชื่องช้าและสุดท้ายก็ยอมพูดเรื่องส่วนตัวให้เจ้านายได้รับรู้
“ธันเลิกกันแล้ว เพราะจับได้ว่าเขาไปนอนกับเซลขายบ้านที่เรากู้ร่วมซื้อเป็นเรือนหอ” ธันยวีร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับว่าเรื่องที่เธอเล่าไม่ใช่เรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจอะไร
อวัชเงยหน้าจากเอกสารไปมองเลขาสาว และเมื่อธันยวีร์เห็นเขามองเธอก็ถอนหายใจใส่ อันที่จริงมองกันดี ๆ ธันยวีร์เหมือนจะไม่โอเคเท่าไหร่
“ไม่น่าเชื่อนะ” อวัชนึกถึงเด็กหนุ่มรุ่นน้องหน้าตาดี ขาวตี๋แต่งตัวสะอาดสะอ้านเป็นถึงวิศวกรโรงงานผลิตอะไรสักอย่าง และคบกับธันยวีร์มาสามปีแล้ว
ช่วงที่จีบกันใหม่ ๆ อวัชเห็นเลขาของเขาได้ดอกกุหลาบช่อโตทุกวัน แฟนเด็กของเธอส่งดอกไม้จีบอยู่เป็นปีกว่าธันยวีร์จะยอมคบด้วย
“ใช่ค่ะไม่น่าเชื่อ เขาไม่ยอมรับแต่จนด้วยหลักฐานเพราะธันตามพวกนั้นอยู่หนึ่งเดือน”
“คุณเป็นคนอดทนเก่ง”
“แน่นอนว่าธันอดทนเก่ง แต่ธันไม่ได้โง่”
“แล้วจะทำยังไงต่อไปจะแต่งกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ก็เลิก และธันต้องการเงินที่ธันเสียไปคืน ไม่ว่าจะดาวน์บ้าน ค่ากระเบื้อง บิลต์อิน ห้องส้วม หรืออะไรก็แล้วแต่ ธันต้องได้คืนทั้งหมด” เธอเผลอกระแทกเสียงออกมา ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อตั้งสติเมื่อนึกได้ว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่อดีตแฟนของเธอ
“แต่คุณเป็นคนเต็มใจออกเงินพวกนั้นไปก่อนเอง ฟ้องร้องกันคงจะได้คืนก็คงยาก” ธันยวีร์หลุดหัวเราะในหัว เธอคิดไปถึงครั้งสุดท้ายที่นัดเคลียร์กัน ฝั่งนั้นไม่มา!
“ให้ด้วยความเสน่หา การเรียกคืนแทบเป็นศูนย์” คำพูดของเจ้านายเหมือนกับดีดน้ำมันเข้ากองไฟ คนฟังอย่างธันยวีร์รู้สึกแสบร้อนไปหมด
ไอ้หนุ่มตี๋นั่นคงจะใช้บัตรเครดิตของธันยวีร์สำหรับค่าใช้จ่ายตรงนั้น อวัชรับฟังด้วยสีหน้าเรียบ ๆ แต่แววตาของชายหนุ่มกำลังยิ้มเยาะหญิงสาว
“เราจะแต่งงานกัน ธันก็ไม่คิดว่าเขาจะหลอก คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ”
“มันไม่ได้จะหลอกคุณ มันแค่หาเศษหาเลยก็เท่านั้น”
“หาเศษหาเลยก่อนจะแต่งงาน แถมยังกับคนที่ขายบ้านให้เรา คุณคิดว่าเขาควรจะได้รับโอกาสจากธันเหรอคะ กลับไปคบก็โง่เต็มทนแล้ว ถึงธันจะขาดทุนก็ไม่สนใจหรอกค่ะ และไม่จำเป็นต้องฟ้องร้องด้วย ธันให้เขาเอาเงินมาคืนและธันจะโอนบ้านให้เขารับสภาพหนี้ไป”
เลขาเขายอมขาดทุนเพื่อได้เงินสดมากำ แถมยังไม่ต้องเป็นหนี้ด้วย ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้น เมื่อเห็นแววตาอาฆาตมาดร้ายของหญิงสาว
“นึกถึงเรื่องดี ๆ ต่อกันบ้าง…”
“ธันแยกระหว่างเรื่องดีกับไม่ดีค่ะ แต่นี่มันไม่เกี่ยวและเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของธัน”
ก็นั่นแหละธันยวีร์เลขาเขา เธอตอกหน้าเจ้านายจนหน้าหงาย ทั้งที่มือข้างหนึ่งของเธอยังคงกำแบล็กการ์ดวงเงินหนึ่งแสนของเขาไว้อีกด้วย
อวัชชอบใจผู้หญิงร้ายกาจแบบธันยวีร์นี่แหละ เธอเป็นคนตรง ๆ และฉลาดแบบที่บางครั้งเขาก็ตามเลขาคนสนิทไม่ทัน
