บทที่ 4 พี่เลี้ยงจำเป็น (3)

บรรยากาศห่มคลุมด้วยความเงียบงันจนอึดอัด วาดจันทร์ห่อตัวหนูน้อยด้วยผ้าขนหนูหลังจากเสร็จไปแล้วหนึ่งคน ส่งให้ตะวันวาดรับช่วงต่อโดยที่ตนเดินออกไปอุ้มอีกคนหนึ่งเข้ามา งานทาแป้งคงไม่ยากอะไรหญิงสาวจึงปล่อยให้เขาทำเอง

เมื่อออกมาจากห้องน้ำ สายตาก็สบเข้ากับร่างขาวโพลนที่นอนเล่นเปล่งเสียงอ้อแอ้อยู่บนเบาะ จนหญิงสาวอดที่จะหัวเราะออกมาด้วยความขบขันไม่ได้

“แป้งหมดกระป๋องหรือยังคะ”

ตะวันวาดไม่โต้ตอบ แต่เขาก็แอบลอบยิ้มไม่ให้หล่อนเห็นเพราะมันก็ดูตลกจริงๆ อย่างที่หล่อนแซว ใบหน้าเล็กขาวโพลนจนมองเห็นแต่ลูกตาดำที่จับจ้องมองมา...เมื่อยามได้สบตากับลูก ใบหน้าของปานจันทร์ก็ลอยเด่นมาแทนที่

“ใบบัวเขาติดต่อเธอมาบ้างไหม”

วาดจันทร์ชะงักมือที่กำลังทาแป้งให้แฝดคนพี่ เมื่อคำถามที่ไม่อยากตอบโพล่งออกมา

“เอ่อ…ไม่...เลยค่ะ ใบตองโทรไปก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์”

ตะวันวาดนิ่งเงียบไปพักใหญ่ สักพักเหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้เพราะเพิ่งผ่านสิ้นเดือนมาไม่กี่วัน

“เธอโอนเงินให้ใบบัวหรือยัง”

"เอ่อ..."

คนฟังไม่กล้าพูด เพราะจะให้บอกออกมาตรงๆ ว่ายังไม่ได้เงินจากเขาที่เป็นค่าใช้จ่ายในเดือนนี้เลยสักบาท แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปให้พี่สาวตนหล่อนก็ไม่กล้าที่จะทวงถาม คิดว่ารออีกสักวันสองวันเขาคงให้เธอเองโดยไม่ต้องเซ้าซี้ให้รำคาญ

ถึงอย่างไรเขาก็ตัดกันไม่ขาดเพราะเยื่อใยสายสัมพันธ์นั้นยากที่จะตัดกันได้ง่ายๆ แม้อีกฝ่ายจะทำผิด…ทำไมหล่อนจะไม่รู้ในพฤติกรรมของพี่สาวตน เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ตะวันวาดหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง ปานจันทร์กลับใช้มันหมดไปกับการซื้อของและสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเป็นว่าเล่น หล่อนรู้แม้กระทั่งว่าพี่สาวตนนั้นกำลังติดต่อกับผู้ชายอีกคนที่พบกันบนสื่อออนไลน์...

คิดมาถึงตรงนี้แล้วบางทีก็อยากบอกเขาให้รู้ตัว...แต่นั่นคือเรื่องละเอียดอ่อนที่หล่อนไม่ควรไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องของผัวเมีย แม้จะสงสารเขามากเพียงใดแต่หล่อนก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยุ่งให้สองคนต้องผิดใจกัน เชื่อว่ากาลเวลาจะทำให้ตะวันวาดรู้ความจริงทั้งหมดด้วยตนเอง…

.....

'ตายล่ะ ใบบัวไม่อยู่เสียด้วยสิ’

สุดาเหลือบมองผู้มาเยือนที่ยืนอยู่หน้าบ้านตน ในอ้อมกอดของทั้งสองอุ้มฝาแฝดเอาไว้คนละคน แววตาหลุกหลิกมองหน้าลูกเขยและลูกสาวคนเล็กสลับกันไปมาด้วยความกระอักกระอ่วนใจ...หล่อนปั้นหน้าไม่ถูกตั้งหลักไม่ทัน เพราะไม่คิดว่าลูกเขยจะอุ้มลูกมาตามเมียกลับบ้านแบบไม่บอกกล่าวเช่นนี้....มาพร้อมกับวาดจันทร์ลูกสาวตัวดีที่ไม่เคยเข้าข้างคนในครอบครัว

ข้อมูลล่าสุดที่หล่อนรู้คือ ลูกสาวคนโตและลูกเขยทะเลาะกันอย่างหนักจนถึงขั้นหอบผ้าหอบผ่อนออกจากบ้าน แต่...สิ่งที่ทำให้หล่อนต้องรีบคิดคำโกหกในตอนนี้คือ ปานจันทร์ไม่ได้มาที่นี่อย่างที่ตะวันวาดเข้าใจ

"สรุปเธออยู่มั้ยครับ"

"เอ่อ...เข้ามาในบ้านก่อนเถอะจ้ะ"

หล่อนหันหลังหนีเดินนำทั้งสองเข้าไปในบ้าน ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความอึดอัด รู้สึกว่าเหงื่อเริ่มผุดอยู่ตามไรผม เพราะรู้ดีว่าถ้าบอกความจริงออกไปแล้วตะวันวาดอาจจะไม่พอใจแล้วอาละวาดเอาได้...แววตาหลุกหลิกสบกับสามีหนุ่มรุ่นน้องคล้ายขอตัวช่วย เมื่อเขาเดินสวนมาเผชิญหน้ากันพอดี

สมเจตต์มองเลยผ่านร่างภรรยาตนไปด้านหลัง เขาไม่สนใจว่าใครจะมาตามใคร เพราะคนที่อุ้มเด็กยืนหลบอยู่ด้านหลังตะวันวาดนั้นทำให้เขาถึงกับลอบยิ้มออกมาและมองไม่ละสายตา...นานแล้วแล้วที่เจ้าหล่อนไม่มาเหยียบบ้านหลังนี้ พยายามที่จะหลบเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเขา โดยหนีไปอาศัยอยู่กับปานจันทร์ที่แยก

ครอบครัวออกไป

"นั่งก่อนสิจ๊ะแทน”

สุดากระวีกระวาดจัดที่จัดทางให้เข้าที่ โซฟารับแขกนั้นรกไปด้วยหมอนและหนังสือของสมเจตต์ อีกทั้งขนมนมเนยบนโต๊ะกระจกนั่นอีก ของกินถูกนำมาวางกองสุมเอาไว้แทนที่จะเป็นช่อดอกไม้สวยๆ ในแจกันดีไซน์แปลกตาสักใบ เพราะหล่อนรู้ดีถึงความเจ้าระเบียบของลูกเขยที่ไม่ชอบให้บ้านดูรกหูรกตา

การที่จู่ๆ ก็พากันกระเตงสองฝาแฝดมาที่บ้านหลังนี้ หล่อนจึงไม่ทันได้ตั้งหลักทำความสะอาดเก็บกวาดไว้รับหน้า ตะวันวาดจึงมาพบกับสภาพบ้านอย่างที่เห็น หล่อนไม่อาจคาดเดาความคิดของลูกเขยได้ว่าที่เขาไม่ยอมนั่งนั้นเพราะรังเกียจ หรือเพราะความร้อนใจที่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนกันแน่

"นั่งก่อนสิแทน อาจจะรกไปนิดขอโทษด้วยจ้ะ"

"ไปตามใบบัวมาสิครับ บอกว่าผมมารับเธอกลับบ้าน มีปัญหาอะไรก็หันหน้ามาคุยกันดีๆ"

"เอ่อ..."

สุดากัดฟันยิ้มออกมา หากทำได้หล่อนอยากหายตัวไปจากตรงนี้จะได้ไม่ต้องลำบากใจในฐานะคนกลาง สายตาพยายามสบกับลูกสาวคนเล็กที่อุ้มหลานไว้แนบอก แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจเลยสักนิด เอาแต่ยืนหลบอยู่ข้างหลังตะวันวาดไม่รู้ว่ากลัวอะไร

"หรือเธอไม่ได้มาที่นี่ครับ"

ตะวันวาดชักสงสัยในท่าที แม่ยายของเขาทำเหมือนมีอะไรปิดบัง

"มาจ้ะ มาตั้งแต่คืนนั้นนั่นแหละ...แต่...เอ่อ...ใบบัวเสียใจมากร้องห่มร้องไห้มาหาแม่บอกว่าแทนตบตีเค้า...จริงหรือเปล่าจ๊ะที่ถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน"

สุดากระอึกกระอัก หล่อนพูดความจริงอยู่บ้างแต่ไม่ทั้งหมดลูกสาวหล่อนแค่โทร.มาเล่าเรื่องตามที่กล่าวอ้างเมื่อสักครู่ แต่...ปานจันทร์ไม่ได้มาที่นี่โดยบอกเพียงว่าจะไปอยู่กับเพื่อนที่สนิทกัน

พี่ใบบัวใส่ร้ายพี่แทนทำไม ทุเรศที่สุด’

วาดจันทร์ถึงกับเหลือบมองหน้ามารดา หล่อนอยากแก้ตัวแทนพี่เขย แต่เห็นว่าเจ้าตัวยังไม่พูดอะไรออกมา จึงทำได้เพียงแต่นิ่งเงียบเพื่อดูท่าที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป