บทที่ 8 แคลงใจ

“ปิ่น กี่ปีแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน?”

“ก็นานเหมือนกันนะ”

สำหรับปิ่นกานต์แล้วอาจจะมีความแคลงใจอยู่บ้างแม้ว่ามินตราจะเคยเป็นเพื่อนที่สนิทในสมัยก่อนก็ตาม แต่เพราะเรื่องของ ‘ผู้ชาย’ ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป... เคยชอบผู้ชายคนเดียวกัน และเคยคบผู้ชายคนเดียวกัน แต่เธอเลือกเพื่อนจึงยอมตัดใจ ในขณะที่มินตราก็ยังคบกับคนคนนั้น จนกระทั่งเรียนจบมัธยม และเมื่อเข้ามหา’ลัยแล้ว เธอก็ไม่ได้สนใจหรือติดต่อมินตราอีกเลย

“สบายดีใช่ไหม?” ปิ่นกานต์เอ่ยถามขึ้น

“แน่นอน” มินตรายิ้ม “ฉันกำลังจะแต่งงานแล้วละ”

เมื่อได้ยินคำว่าแต่งงงานเท่านั้น! ...ฉึก! ถูกมีดปักอีกรอบ

ปิ่นกานต์ฝืนยิ้มให้ มันเจ็บปวดมากทีเดียวกับคำว่าแต่งงานมีคนรัก มีครอบครัว

“ยินดีด้วยนะ” ปิ่นกานต์พูดก่อนที่จะปิดเมนูลงและเงยหน้าขึ้นสั่ง ในขณะที่มินตราก็สั่งเช่นกัน

“บางทีก็เหมือนไม่ได้เตรียมใจเลยนะ” มินตราพูดเปรยๆ ขึ้น “มีคนบอกว่า...เมื่อเรารักใครสักคนจริงๆ ไม่ว่าคนนั้นจะแย่มากแค่ไหน หัวใจก็ไม่มีทางเกลียดได้ มันคงจะจริง...ฉันกลัวและระแวงว่าแฟนจะนอกใจมาก กลัวว่าชีวิตคู่จะไม่ดีแบบที่คิดขึ้นไว้...”

ปิ่นกานต์ยิ้มแล้วหัวเราะออกมา มินตรามองรอยยิ้มที่ยังคงสดใสเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน

“เอาน่า ทุกอย่างมันไม่ได้เลวร้ายสักหน่อย ไม่ว่าจะเกลียดหรือรักมันก็อยู่ที่เราตัดสินใจ”

“นั่นสินะ” มินตรายิ้มให้

หลังจากรับประทานอาหารกลางวันและพูดคุยเรื่องส่วนตัวหลายๆ เรื่องกับมินตราเสร็จแล้ว ปิ่นกานต์กลับเข้ามาทำงานและเคลียร์กองเอกสารที่ตั้งไว้อยู่บนโต๊ะ เวลาผ่านไปไวไม่ทันตั้งตัว นี่ก็เกือบหกโมงเย็นแล้ว หญิงสาวปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าลง พร้อมกับจัดเรียงไว้ที่มุมหัวโต๊ะก่อนจะเอนแผ่นหลังพิงพนักด้วยความอ่อนล้า

ปิ่นกานต์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ต้องแวะไปที่คอนโดฯ ของผู้ชายคนนั้นเพื่อคืนเสื้อผ้าให้ ใจหวังว่ามันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่น่าดูและจดจำแต่เขากลับได้เห็น หญิงสาวรู้สึกเกลียดตัวเองที่ปล่อยให้คนอื่นเห็นตัวเองในสภาพดูไม่ได้

หญิงสาวเดินออกจากประตูบริษัทก้าวตรงไปยังลานจอดรถก่อนที่จะเปิดประตูขึ้นนั่งและขับรถออกไปทันที ปิ่นกานต์ใช้เวลาขับรถจากบริษัทมายังคอนโดฯ ของชายหนุ่มเพียงแค่สี่สิบกว่านาที เธอเดินลงจากรถและไม่ลืมที่จะหยิบถุงใส่เสื้อผ้ามาด้วย ก่อนจะล็อกรถและเดินเข้าไปข้างใน

ปิ่นกานต์จำหมายเลขห้องได้ว่าห้องไหนและชั้นอะไร เธอขึ้นลิฟต์กดไปที่ชั้นยี่สิบสอง พร้อมกับยืนรอพลางยกข้อมือดูเวลา ไม่นานนักประตูลิฟต์เปิดออก หญิงสาวก้าวเท้าออกไป เดินไปตามทางหมายเลขห้อง จนกระทั่งหยุดอยู่ที่หน้าห้อง

ปิ่นกานต์กดกริ่งสองครั้งและรออยู่สักพักเปิดประตูจึงเปิดออก เธอยื่นถุงในมือให้แล้วมองเขาด้วยสายตานิ่งๆ

ธีรวีร์มองหญิงสาวตรงหน้าพร้อมกับเอื้อมมือรับของ

“ฉันซักมาให้แล้วค่ะ” ปิ่นกานต์ยิ้มให้

“ขอบคุณ” ธีรวีร์ยิ้มตอบ “ผมไม่นึกว่าคุณจะมาคืนเร็วแบบนี้”

“ฉันแค่ไม่อยากปล่อยไว้นาน”

“คุณยังไม่บอกชื่อผมเลย” ธีรวีร์เอ่ยขึ้น เขาแค่ต้องการจำว่าอย่างน้อยผู้หญิงคนนี้ก็เคยสร้างบาดแผลไว้กับรถสุดที่รัก

ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองเพื่อรอคำตอบ

“ปิ่นค่ะ” ปิ่นกานต์บอกเพียงชื่อเล่นด้วยความไม่เต็มใจนัก

“ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ผมธีร์ครับ หวังว่าเราคงได้เจอกันอีกนะ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับยิ้มให้ ซึ่งมันไม่ได้เป็นความต้องการของปิ่นกานต์เลยแม้แต่น้อย ใครอยากจะไปเจอกันอีกล่ะ!

หญิงสาวไม่ต้องการสนทนาต่อจึงตัดบทพูดทันที

“ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ”

“ครับ ขับรถกลับดีๆ นะ และอย่าไปเมาที่ไหนอีก” ธีรวีร์พูดด้วยน้ำเสียงติดตลก

ปิ่นกานต์ค้อนตามองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่พอใจ

“อ้อ อีกอย่างพอดีวันนั้นผมลืมบอกคุณ...อันที่จริงแล้ว ผมไม่ได้เป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณน่ะ”

เขายิ้มให้อย่างเป็นมิตร “ผมคิดว่า...คุณน่าจะหายแคลงใจผมได้แล้ว เรามาเป็นเพื่อนกันได้นะ”

เป็นเพื่อน?...กับคนแบบนี้น่ะเหรอ?

หญิงสาวยิ้มหวานที่มุมปากพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “ไม่ดีกว่าค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมหวังว่าเราจะได้พบกันอีก” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับยิ้มให้หญิงสาว

“ค่ะ” ขานรับสั้นๆ ก่อนที่จะหมุนตัวเดินออกมา

ธีรวีร์ยิ้มและหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ก่อนเอื้อมมือปิดประตูพร้อมกับเดินเข้ามาในห้อง วางถุงเสื้อผ้าลงที่โซฟาแล้วนั่งลงอมยิ้มอยู่คนเดียว มันคงเป็นครั้งแรกที่เห็นและทำให้ยิ้มออกมาได้...เขารู้สึกว่าตัวเองมีความสุขพิลึกคนจริงๆ ทั้งที่อีกฝ่ายทำท่าออกจะไม่ชอบแท้ๆ

/

/

/

/

/

ฝากติดตามสนับสนุนผลงานเรื่องอื่น ๆ ด้วยนะคะ ผ่านทาง APP

- Sweet Situation หนีรักมาพบคุณ (ลงจบแล้ว)

- ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส (ลงจบแล้ว)

- Love Marriage วิวาห์รักพิศวาส (ลงจบแล้ว)

บทก่อนหน้า
บทถัดไป