บทที่ 10 บทที่ 10 ใครเอาแต่ใจ ใครดื้อ

เพียงไม่นานนักรถหรูเลี้ยวเข้าถนนกว้างโค้งของโรงแรมระดับชั้นนำ

“ที่จริงพี่เพลิงน่าจะให้คุณเกรซมา แพรแต่งตัวไม่เหมาะเลยค่ะ”

“ไม่หรอก เลน่าแต่งตัวมาดีแล้ว อีกอย่างแทนตัวเองว่าเลน่าก็ถูกแล้วไม่ต้องแทนตัวเองว่าแพรกับพี่อีก”

“ทำไมล่ะคะ แพรจะพูดชื่อไหนก็ได้นี่คะ ก็มันชื่อของแพร”

อัคคีไม่ตอบ เขาเดินลงจากรถลงไปก่อนรอกระทั่งอุณากรรณลงจากรถจึงยื่นแขนออกมาให้คล้อง สังเกตว่าหญิงสาวชะงักคิดก่อนแต่ไม่นานเท่านั้นก็ยอมคล้องแขนเขาเดินขึ้นโถงบันได

ลำแขนแกร่งแน่นอบอุ่นถึงร้อนจัด อุณากรรณมองมือตัวเองที่จับลำแขนนั้นไว้ มือเรียวเล็กของเธอเมื่อเทียบกับเขาแล้วยิ่งดูเล็กไปถนัดใจ

“มาเถอะ พี่จะแนะนำให้รู้จัก”

อุณากรรณละสายตาออกจากท่อนแขนแกร่ง มองตรงไปทางโต๊ะรับรองที่โทรศัพท์มาจองไว้ มีชายหนุ่มสองคนยืนรออยู่ก่อนหน้าแล้ว หน้าตาคล้ายเป็นคนชนชาติจีนดั่งเช่นคนสิงคโปร์ทั่ว ๆ ไป สวมชุดสูทนักธุรกิจ รูปร่างสันทัดไม่สูงไม่เตี้ย แต่พออัคคีเดินเข้าไปใกล้ทำให้ชายหนุ่มทั้งสองดูเตี้ยลงไปทันที

“ริชาร์ด คาล นี่เลน่า คู่หมั้นผมครับ”

คราวนี้อุณากรรณยิ้มไม่ออกแต่ก็พูดแก้ตัวไม่ได้ต่อหน้านักธุรกิจชาวสิงคโปร์ จึงส่งยิ้มหวานแสร้งทำเป็นตามน้ำไปก่อน

“อ้าว เสือร้ายของเราหมั้นเสียแล้ว ยินดีด้วยนะครับคุณเลน่า”

“ขอบคุณค่ะ”

“แบบนี้สาว ๆ คงอกหักกันเป็นแถวนะครับ”

อัคคีตวัดตาคมดุมองโดยไม่พูดอะไร เพียงเท่านี้ฉายานักธุรกิจเสือดุก็ฉายเปล่งประกายจนนักธุรกิจคนดั่งกล่าวน่าเจื่อนไป รีบเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องธุรกิจที่กำลังจะติดต่อด้วยทันที

อุณากรรณได้ยินชื่อเสียงโด่งดังในทางข่าวฉาวลือไกลถึงสิงคโปร์ จึงลอบเบ้ปากในใจ แต่เมื่อนึกภาพผู้หญิงคนอื่นกลับฉุนเฉียวจึงรีบปัดภาพนั้นทิ้งเสีย

วันนี้เธอเป็นอะไรพลอย!

ห้องอาหารหรูหราบนโรงแรมระดับห้าดาว แม้ราคาสูงแต่ยังคลาคล่ำไปด้วยคนระดับบนของประเทศที่นิยมทานข้าวนอกบ้านในมื้อเย็น

ร่างระหงบอบบางในชุดทำงานของวันนี้แม้ว่าเรียบร้อยดี แต่ทำให้อุณากรรณรู้สึกว่าแต่งตัวไม่เหมาะสม เพราะพื้นนิสัยเรื่องเสื้อผ้าต้องดูดีเมื่อออกนอกบ้าน

จึงส่งผลให้ค่ำนี้อุณากรรณขาดความมั่นใจและเบื่อหน่าย ใบหน้าหวานซึ้งออกอาการจนชายหนุ่มด้านข้างสังเกตได้ เขาหยุดพูดคุยเจรจาหันมองอุณากรรณที่เบือนหน้าไปทางอื่นและกำลังกวาดตามองไปรอบ ๆ

“เบื่อเหรอ”

“คะ”

อุณากรรณตกใจเอี้ยวหน้ากลับไปหาอัคคี

“เห็นดูเบื่อ ๆ”

“ก็นิดหน่อยค่ะ แต่บอสคุยธุระไปเถอะค่ะ”

อัคคีขมวดคิ้วเมื่อได้ยินสรรพนามเดิม อุณากรรณกลับไปเรียกบอสดั่งเมื่อเช้า เขาวกมือลงใต้โต๊ะเพื่อจับฝ่ามือเล็กมากุมไว้ อุณากรรณสะดุ้งเห็นได้ชัดพยายามดึงมือออก

“งั้นกลับเลยไหม นี่ก็ดึกแล้วกว่าจะถึงบ้านที่นนทบุรีคงจะอีกนาน”

“แพรมาอยู่ที่คอนโดในเมืองแล้วค่ะ บอสคุยตามสบายเลยค่ะไม่ต้องสนใจแพร”

อัคคีกุมมือแน่นขึ้นอีกจนอุณากรรณเริ่มไม่พอใจ ชักสีหน้าใส่ไม่กลัว ยังโก่งคิ้วขึ้นเล็กน้อยคล้ายตั้งคำถามว่า ‘มีอะไรงั้นเหรอ’ จนคนที่กุมมืออยู่คันยุบยิบอยากจะคว้าร่างเข้ามากอดแต่ติดว่าอยู่กลางร้านอาหาร

“ย้ายออกมาตั้งแต่เมื่อไรครับ ทำไมพี่ไม่รู้”

“หลายวันแล้วค่ะ แต่ทำไมบอสต้องรู้ด้วยคะ นี่มันเรื่องส่วนตัวของแพร แพรต้องรายงานด้วยเหรอคะ”

อัคคีก้มมองหน้าหวานที่ลอยหน้าท้าทาย จึงยิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วปล่อยมือ

“งั้นก็ดี วันหลังพี่จะได้ไปขอพึ่งทานกาแฟที่ห้องบ้าง”

ทานกาแฟ!! บ้าแล้ว หื่นกามของแท้

“ห้องแพรไม่มีกาแฟ!”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ซื้อเข้าไป”

อุณากรรณอ้าปากค้างแต่ไม่นานก็ปิดปากลง สะบัดหน้าไปอีกทางฉุนเฉียวหนักกว่าเดิม ถ้าขืนเธออยู่ใกล้กับบอสใหญ่นานวันเข้าคงอกแตกตายแน่

ในขณะที่ยังนั่งเข่นเขี้ยวในใจจึงไม่ทันสังเกตว่าอัคคีเอ่ยขอตัวแยกจากนักธุรกิจชาวสิงคโปร์แล้ว กระทั่งเขาลุกขึ้นยืนก้มลงมองจึงได้รู้ตัว

“อ้าวกลับแล้วเหรอคะ”

“ครับ ลาริชาร์ดกับคาลเถอะครับ”

อุณากรรณส่งยิ้มหวานไหว้สวยงามหนึ่งครั้ง

“เลน่าขอตัวกลับก่อนนะคะ ถ้ามีโอกาสคงได้เจอกันอีก”

“ครับ ๆ ไว้งานแต่งพวกผมไม่พลาดแน่นอนครับ”

เสียงริชาร์ดรีบรับคำลุกขึ้นยืนส่งอย่างสุภาพบุรุษโดยไม่ทันสังเกตว่าาสีหน้าของสาวสวยว่าเจื่อนไปเล็กน้อย

“ที่จริงบอสไม่น่าแนะนำตัวแบบนั้น”

ทันทีที่เดินออกจากห้องอาหารตรงไปทางลิฟต์ อุณากรรณไม่รอช้าพุ่งคำถามเอาเรื่องใส่ชายร่างโตทันที

“แบบไหนครับ”

“ก็ บอกว่าแพรเป็นคู่หมั้นไงคะ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“แต่อีกไม่นานก็เป็นนี่ครับ ช้าเร็วก็เหมือนกัน”

“บอสรู้ได้ยังไงว่าแพรจะตอบรับ อาจจะไม่ก็ได้นี่คะ”

ติ๊งง!!

เสียงลิฟต์ดังขึ้นแทรกเสียก่อนที่อัคคีจะตอบคำถาม ร่างสูงใหญ่เดินนำเข้าไปก่อนและรอกระทั่งอุณากรรณเข้ามาในลิฟต์

“ปกติเลน่าเอาแต่ใจและดื้อแบบนี้ตลอดหรือเปล่าครับ”

“ใครเอาแต่ใจ? ใครดื้อ? แพรก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว บอสไม่สังเกตเองต่างหาก”

อัคคีจับมือเล็กมากุมไว้แม้ว่าอุณากรรณจะขัดขืน

“บอสปล่อยนะ จะมาถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ไม่ดี”

“คนเป็นแฟนกัน จับมือกันก็ปกติดีนี่ครับ”

อุณากรรณเริ่มจับน้ำเสียงทุ้มของชายร่างสูงได้แล้วว่าเริ่มมีร่องรอยความไม่พอใจ เธอคงรุกแข็งใส่มากเกินไปเพราะอยากให้เขายกเลิกข้อตกลงเร็ว ๆ มือแกร่งจับเธอแรงขึ้นอีกจนเธอต้องเงียบเสียงลง

ไม่ดีแน่ ยั่วโมโหเขามากไป ใจเย็นสิพลอย ต้องค่อยเป็นค่อยไป

ติ๊ง!!

เสียงลิฟต์ถึงชั้นล่างช่วยชีวิตเธออีกครั้ง แต่อัคคีไม่ปล่อยมือดึงเธออกเดินไปพร้อมกัน

“เพลิง!! เพลิง”

จู่ ๆ ขณะกำลังเดินออกนอกประตูหน้า พลันเสียงหวานใสของหญิงสาวนางหนึ่งตะโกนเรียกจนคนทั้งคู่ต้องหยุดชะงัก

“เพลิง ไหนบอกว่ายกเลิกนัดวันนี้ไงคะ”

อุณากรรณเอี้ยวตัวกลับไปดูพร้อมกับอัคคี แว่วเสียงสบถทุ้มด้านข้างจึงลอบยิ้ม เงยหน้ามองสาวสาวตรงหน้า รูปร่างบอบบางและอวบอิ่มด้วยชุดรัดรูปสีแดงเพลิง ความหรูหราเปล่งประกายออกมาพร้อมความสวยงามจนน่าตะลึง

“เกรซแต่งตัวเก้อเลยนะคะ เพลิงต้องชดเชยให้เกรซด้วย คืนนี้มาค้างที่โรงแรมนะคะ เปิดห้องใหญ่ชั้นบนให้เกรซเลย เกรซนอนคนเดียวเหงาจะแย่”

เสียงกระเง้ากระงอดออดอ้อนต่อหน้าเธอไม่กลัวเกรงทั้ง ๆ ที่เกรซเองก็เห็นว่าอัคคีกุมมือเธอไว้ หน้าเรียวของอุณากรรณกระจ่างแจ้ง นึกถึงเสียงกระแทกหูโทรศัพท์เมื่อกลางวัน

ที่แท้แอบมาเปิดโรงแรมด้วยกัน

“บอสไม่แนะนำให้แพรรู้จักหน่อยเหรอคะ”

อัคคีก้มหน้ามองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของหญิงสาวด้านข้าง ดูท่าเรื่องนี้คงทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมาหลังจากขุ่นมัวตลอดหัวค่ำ ถ้าเธอชอบแบบนี้ไม่เป็นไร เขาจะจัดให้

“นี่เกรซ แล้วก็เกรซ นี่เลน่า ..”

“เป็นผู้ช่วยเลขานุการคนใหม่ค่ะ ยินดีที่ได้เจอตัวจริงนะคะ ได้ยินแต่เสียงเมื่อกลางวัน”

“อ้อ เป็นเธอเองที่รับสายของฉัน เพลิง เลขาคนนี้ไม่มีมารยาทเลยนะคะ อบรมสั่งสอนด้วย แล้วนี่อะไร ทำไมกุมมือเจ้านายแบบนี้”

อุณากรรณได้ทีกระชากมือออกส่งยิ้มหวานให้คนทั้งคู่ ดูเหมือนว่าบอสอัคคีหน้าเง้าลงเล็กน้อยแต่ยังคุมตัวได้อยู่

“ถ้างั้นแพรขอตัวไปรอที่รถนะคะ ตามสบายค่ะ”

สองเท้าบนรองเท้าส้นสูงสีดำสานไขว้ราคาแพงส่งเสียงกระทบพื้นกระเบื้องบันไดขณะก้าวเดินลงไปก่อนอัคคี ร่างสูงใหญ่มองอุณากรรณลงบันไดจากด้านบน

ดูเหมือนน้องแพรคนนี้จะนิสัยเสียมากไปสักหน่อย นอกจากดื้อรั้น เอาแต่ใจแล้ว ยังมักพูดจายั่วอารมณ์ให้เขาขุ่นมัวตลอดเวลาเหมือนจงใจ

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปากปรากฎขึ้นส่งให้หน้าแกร่งดูร้ายกาจและหล่อจนแม้แต่เกรซเองยังมองอย่างหลงใหล

สัญชาตญาณนักล่าอย่างอัคคีชอบอะไรแบบนี้ ถ้าดื้อนักจะปราบให้ดื้อน้อยลงสักหน่อย ให้พอน่ารักน่าหยอก ถ้าปากจัดนักก็จับจูบให้พูดไม่ได้ แล้วถ้าชอบเอาใจแต่เขาไม่มีปัญหา พร้อมยอมตามใจทุกอย่างแล้วแต่อุณากรรณต้องการ

ขอเพียงอย่างเดียว อุณากรรณต้องยอมตามใจเขาบนเตียงนอนก็พอแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป