บทที่ 7 บทที่ 7 มาแล้วได้เพื่อนเลย
อุณากรรณเปิดแผนที่ที่ฝาแฝดเขียนขึ้นเมื่อเช้า ทางไปโรงอาหารของบริษัทไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงเดินลงข้างล่างออกไปนอกอาคาร ซึ่งทำแยกต่างหากเพื่อความสะดวกและเป็นระเบียบ เธอจึงพาร่างสูงโปร่งเดินลงบันไดออกนอกอาคารด้านหลัง
“ป้าคะ โรงอาหารไปทางนี้ใช่ไหมคะ”
“ใช่จ้า เดินตรงไปเลย มาใหม่เหรอคะ”
“ค่ะ มาใหม่ ขอบคุณนะคะ”
ร่างระหงเดินตัดลานไปไม่กี่เมตรก็มองเห็นอาคารไม่ติดเครื่องปรับอากาศ มีอาหารราคากันเองสำหรับพนักงานโดยเฉพาะ ส่วนคนนอกจะเข้ามาซื้อทานบริษัทเองก็ไม่ได้หวงห้าม
“สวัสดีค่ะ”
อุณากรรณเอ่ยทักหญิงสาวร่างอวบคนหนึ่งทันทีขณะที่เธอคนนั้นกำลังหยิบช้อนข้าวตรงโต๊ะกลาง ใบหน้าอวบนิดหน่อยเงยขึ้นมองอย่างสงสัย
“พอดีมาใหม่ ไม่รู้จักใคร ฉันชื่อบุษบาค่ะ หรือเรียกแพรก็ได้”
“อ้อ สวัสดีค่ะ ฉันนุ้ย นุ้ยสมชื่อค่ะ ต่อคิวซื้อข้าวแล้วมานั่งด้วยกันสิคะ”
“ได้เหรอคะ ดีจัง งั้นเดี๋ยวฉันตามไปนะคะ”
อุณากรรณปกติเป็นคนกันเองเข้ากับคนง่าย ด้วยลักษณะงานและนิสัยส่วนตัว จึงทำความสนิทสนมกับคนในบริษัททันทีเมื่อมาถึง
ตึก!
อุณากรรณนั่งลงตรงเก้าอี้ว่างตรงข้ามกับหญิงสาวที่ชื่อนุ้ย ส่งยิ้มหวานขอบคุณ
“มาใหม่อยู่แผนกอะไรคะ”
“อยู่ชั้นบอสค่ะ เป็นผู้ช่วยพี่ลิซ่า”
“ไม่ยักรู้ว่าพี่ลิซ่ารับคนเพิ่ม”
“ค่ะ เป็นกรณีพิเศษค่ะ คงทำไม่นาน เห็นว่าไตรมาสสี่ช่วงสิ้นปีนี้ค่อนข้างยุ่งค่ะ เลยต้องการคนเพิ่ม”
“อ้อ เด็กเส้นว่างั้น”
น้ำเสียงขึ้นสูงของนุ้ยทำให้อุณากรรณหัวเราะออกมาอย่างไม่ถือสา
“ค่ะ เด็กเส้น แต่ชั่วคราวค่ะให้มาช่วยงานเฉย ๆ ค่ะ”
นุ้ยหัวเราะตามแปลกใจ ถ้าเป็นคนอื่นโดนว่าแบบนี้คงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่กับหญิงสาวสวยตรงหน้าเธอเพียงหัวเราะร่ารับคำโดยดี ยังทวนเน้นคำอีกครั้งด้วย ดูแล้วเป็นคนอัธยาศัยดี
“คุยอะไรกันจ๊ะ”
เสียงหนุ่มอีกคนแต่เสียงสูงคล้ายผู้หญิงดังขึ้นข้าง ๆ ก่อนที่อุณากรรณจะมองเห็นจานข้าววางลงตรงด้านข้างนุ้ย จึงเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มมาใหม่ รูปร่างขาวสะโอดสะองทรงผมเรียบร้อย เป็นชายหนุ่มที่ทาลิปสติกสีส้มอ่อน
“สวัสดีค่ะ ฉันเด็กใหม่ ชื่อแพร”
“อุ้ย! เด็กใหม่งั้นเหรอ เราชื่อชาติ แต่อย่าเรียกเราอย่างนั้นนะ เราไม่ชอบ เรียกเราว่าติซ่า”
“ได้เลยค่ะ ติซ่า”
“แล้วนี่ทำแผนกอะไร ทำไมเพิ่งเคยเห็น”
“อ้อ ทำชั้นบนผู้ช่วยพี่ลิซ่าค่ะ เพิ่งทำได้อาทิตย์เดียว”
“อ้อ เออ นุ้ย มีผับเปิดใหม่แถวทองหล่อ สนใจม่ะ”
“เห้ย! จริงดิ เอาดิ วันไหน ๆ”
“ก็ต้องวันเสาร์อยู่แล้วไหม วันอาทิตย์จะได้นอนตายอยู่ห้องได้”
“เออ ดี ชวนเด็กใหม่ไปด้วยนะ”
ชาติตวัดสายตามองหญิงสาวสวยจัดตรงข้ามโต๊ะอย่างประเมินอีกครั้ง แล้วจึงพยักหน้า
“แต่แกต้องทำใจนะ ลองให้เด็กใหม่ไปด้วย ผู้คงรุมตอมแม่นี่คนเดียว”
อุณากรรณหัวเราะร่วนเมื่อได้ยินเพื่อนใหม่พูดขึ้นอย่างไม่ถือสา
“งั้นฉันจะแต่งตัวธรรมดาแล้วกัน”
“โอ้ย! ไม่ต้องหรอกจ้า แต่งยังไงก็สวยอยู่ดี แต่งไปโลดเอาให้แซ่บ ตกผู้มาโต๊ะเราให้หมด เดี๋ยวจะชวนรตีไปด้วยอีกคน จะได้มันส์!”
อุณากรรณยิ้มกว้างนั่งฟังเพื่อนใหม่พูดคุยซุบซิบเรื่องในสำนักงานแห่งนี้อย่างสนุกสนานจนเกือบลืมเวลาพักเที่ยง
“เดี๋ยวฉันต้องขึ้นแล้ว ว่าจะแวะกดกาแฟใต้ตึกขึ้นไปด้วย”
“เออเอาสิ ไปด้วย ๆ”
ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกันจัดแจงเก็บจานข้าวไปยังจุดวางจานแล้วพากันเดินเข้าอาคาร
“นี่ แพร เขาว่ากันว่า คุณโดนัทน่ะ คบอยู่กับบอสเหรอ”
เสียงของชาติหรือติซ่าถามขึ้นเบา ๆ ขณะที่เธอกำลังก้มลงกดเลือกน้ำจากตู้กดอัตโนมัติ
“ไม่รู้สิ”
“อะไรกัน เป็นถึงหน้าห้องบอส ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเหรอ”
“แต่ฉันรู้”
เสียงนุ้ยแทรกเข้ามา
“รู้อะไร”
ระหว่างที่รอกาแฟอุณากรรณจึงหันกลับมามองเพื่อนใหม่
“ฉันเคยเห็นมาที่สำนักงานสองสามครั้งแบบบังเอิญน่ะ บอสงี้คว้าเอวงี้เลย”
จู่ ๆ นุ้ยก็คว้าเอวเล็กของอุณากรรณหมับดึงแนบตัวทำท่าทางเลียนแบบจนทั้งติซ่าและอุณากรรณหัวเราะออกมา
“บ้าแล้ว ใครจะไปทำอย่างนั้นได้ นี่มันสำนักงาน เธอตาฝาดแล้วนุ้ย”
อุณากรรณพูดขึ้นกลั้วหัวเราะไม่หยุดแล้วก้มลงหยิบแก้วกาแฟเย็นที่เครื่องอัตโนมัติชงเสร็จพอดี
“แต่ฉันเห็นงั้นจริงนะ แบบว่า ...”
“แพร!”
ยังไม่ทันที่นุ้ยจะพูดจบเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นไม่ใกล้ตัวมากนัก แผ่นหลังบอบบางของอุณากรรณเหยียดตรงระแวดระวัง แล้วค่อยเหลียวหน้ากลับไปหาเสียงทุ้ม
