บทที่ 8 พูดไม่คิด
บทที่8
พูดไม่คิด
หลังจากทานข้าวที่โรงอาหารกันเรียบร้อย เพื่อนๆ ของเธอก็ขอแยกย้ายกันตรงนั้น โดยที่ไอริณยังคงไม่ได้กลับคอนโดเพราะเธอต้องรอกลับพร้อมพี่ชายของเธอเนื่องจากวันนี้เธอไม่ได้ขับรถมาเอง
เห็นพี่ชายยังคงพูดคุยกับเพื่อนๆ อยู่เธอก็ไม่อยากเข้าไปขัดอะไรจึงได้แต่นั่งเล่นโทรศัพท์รอเงียบๆ กระทั่งรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมาจึงค่อยๆ เดินเลียบๆ เคียงๆ ไปบอกพี่ชายเบาๆ
“พี่อิฐคะ ไอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะ”
“ครับ ให้พี่ไปเป็นเพื่อนมั้ย” ร่างสูงหันกลับมามองน้องสาวและถามเธออย่างห่วงใยตามประสาพี่ชายที่มักจะเป็นห่วงน้องสาวอยู่เสมอ
“ไม่เป็นไรค่ะ ไอไปเข้าห้องน้ำหลังโรงอาหารนี่เอง” เธอชี้บอกพี่ชายให้หายห่วงเพราะห้องน้ำที่ว่าไม่ได้ไกลจากโรงอาหารนัก อีกอย่างเธอก็ไม่ใช่คนขี้กลัว เธอสามารถไปไหนมาไหนคนเดียวได้ โดยที่ไม่ต้องมีเพื่อนไปด้วยยังได้เลย
“โอเค เดี๋ยวกลับมาจากห้องน้ำพี่พากลับคอนโด” อิฐบอกน้องสาวพร้อมกับยิ้มบางๆ บางทีเขาอาจจะเป็นห่วงเธอมากเกินไปจนลืมนึกไปว่าไอริณเองก็โตมากแล้ว แต่เพราะความเป็นคนที่ไม่ค่อยกลัวอะไรของเธอเนี่ยแหละ ที่มันทำให้เขาอดเป็นห่วงเธอไม่ได้
“เคค่ะ” เมื่อตกลงกับพี่ชายเรียบร้อยเธอก็หยิบกระเป๋าส่วนตัวและเดินไปเข้าห้องน้ำหลังโรงอาหารที่ไม่ค่อยมีคนมาเข้าที่นี่นักเพราะมันค่อนข้างเก่าและวังเวงแต่เพราะเธอขี้เกียจเดินเข้าไปใช้ห้องน้ำในตึกคณะวิศวะฯ จึงเลือกที่จะมาเข้าห้องน้ำตรงนี้แทน
ไอริณเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างไม่รีบร้อนเพราะเธอรู้สึกว่าการไม่มีคนมาเข้าห้องน้ำพร้อมกันเยอะๆ เป็นอะไรที่สบายใจเหมือนกันนะ ไม่ต้องอึดอัดและรอนานด้วย เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จเธอก็เดินออกมาล้างมือและหยิบลิปสติกขึ้นมาเติมนิดหน่อยก่อนจะยิ้มให้ตัวเองผ่านกระจกเพราะลิปสีนี้เธอชอบมาก สีสวยสุดๆ ไปเลย
ไม่นานก็มีคนเดินเข้ามาในห้องน้ำทำให้เธอเก็บลิปสติกใส่กระเป๋าและเตรียมตัวเดินออกไปจากห้องน้ำเพราะตอนนี้เริ่มมีคนทยอยเข้ามาในห้องน้ำหลายคนแล้ว ซึ่งเธอไม่ชอบอยู่ในห้องน้ำกับคนเยอะๆ มันอึดอัด
ร่างบางหยิบกระเป๋ามาสะพายคล้องไหล่และเดินเลี่ยงออกไปด้วยท่าทีปกติ เธอไม่ได้มองกลุ่มคนที่เดินเข้ามาใหม่ด้วยซ้ำ
“เดี๋ยวสิ จะรีบไปไหนล่ะ อยู่คุยกันก่อนสิ” แต่ยังไม่ทันที่ไอริณจะได้ก้าวขาออกไป เธอก็โดนกลุ่มรุ่นพี่ผู้หญิงที่พึ่งเข้ามาใหม่ยืนขวางทางเอาไว้พร้อมกับใช้สายตามองมาอย่างไม่เป็นมิตรและเธอจำได้ทันทีว่ารุ่นพี่กลุ่มนี้คือกลุ่มเดียวกับที่นั่งมองเธออยู่ในโรงอาหาร
“พวกพี่มีอะไรกับหนูหรือเปล่าคะ” ไอริณถามด้วยน้ำเสียงปกติ เธอมองสาวรุ่นพี่ตรงหน้าด้วยแววตานิ่งๆ รุ่นพี่กลุ่มนี้ไม่ได้เรียนคณะเดียวกันกับเธอ ดูจากเสื้อช็อปที่พวกเธอใส่อยู่ก็พอจะเดาออกว่าพวกเธอเรียนวิศวะ ดูจากสีหน้าท่าทางแล้วคงไม่ได้ตั้งใจมาหาเรื่องเธอหรอกใช่มั้ย
“หลายวันก่อนฉันเห็นเธอนั่งรถไปกับเรียวจิ เธอเป็นอะไรกับเรียวจิงั้นเหรอ” คำถามของสาวรุ่นพี่ทำเอาไอริณลอบยิ้มขำ ไอ้เราก็นึกว่าอยากมาถามเรื่องอะไรที่แท้ก็เป็นพวกแอบชอบพี่เรียวนี่เอง
“หนูว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของหนูนะคะ หนูขอไม่ตอบคำถามนี้นะ” เธอไม่ได้ตั้งใจกวนหรือทำคนพวกนี้ไม่พอใจนะ แต่ท่าทีคุกคามและใช้สายตามองเหยียดเธอแบบนี้ เธอไม่ชอบใจจริงๆ แล้วคนอย่างไอริณไม่ใช่ใครจะมารังแกได้ง่ายๆ ด้วยสิ
หมับ!
“อ๊ะ! ปล่อยหนูนะ” อยู่ๆ สาวรุ่นพี่ตรงหน้าก็จับหมับเข้าที่ต้นแขนเธออย่างแรงจนเธอรู้สึกเจ็บ
“หึ เก่งให้ได้เหมือนปากสิ พวกฉันก็แค่ถามดีๆ ปะ”
“อีส้ม มึงก็เบาหน่อยดิ เดี๋ยวน้องเขาตกใจวิ่งร้องไห้ไปฟ้องพี่ชาย พวกเราจะแย่เอานะ”
“ฮ่าๆ มึงก็พูดซะกูกลัวเลยอีปราย” คนที่ชื่อส้มหันไปหัวเราะกับเพื่อนราวกับว่าขบขันกันนักหนา ทุกคนหัวเราะออกมาพร้อมกันและหันมามองไอริณอีกครั้งอย่างไม่เป็นมิตรและไม่ถูกชะตาสุดๆ
ไอริณสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ และสะบัดแขนออกจากมือของสาวรุ่นพี่ ทุกคนมองมาที่เธออย่างไม่พอใจเมื่อเห็นว่าเธอต่อต้านและไม่มีท่าทีเกรงกลัว
“ถ้าพวกพี่คิดจะถามหนูดีๆ คงไม่ยืนล้อมหน้าล้อมหลังแบบนี้หรอกค่ะ แบบนี้จงใจหาเรื่องกันชัดๆ” เห็นเธอตัวเล็กดูนุ่มนิ่มคิดว่าเธอไม่สู้คนหรือไง ลองทำอะไรเธอสิ แม่จะฟาดกลับไม่ยั้งเลย
“เหอะ! นึกว่าจะเป็นพวกลูกคุณหนูทำตัวหน่อมแน้มน่ารำคาญซะอีก สู้คนเหมือนกันนี่” สาวรุ่นพี่แสยะยิ้มและมองคนตัวเล็กอย่างหงุดหงิดใจเพราะอีกฝ่ายทั้งสวยและน่ารักจนพวกเธอหมั่นไส้ หากอีกฝ่ายคบกับเรียวจิขึ้นมาจริงๆ พวกเธอคงหงุดหงิดไม่หายแน่ๆ
“ค่ะ ถ้าพวกพี่ไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัว” เธอหน้าตึงขึ้นมาเล็กน้อยและพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่มีเรื่องทะเลาะกับรุ่นพี่เพราะหนึ่งเธอตัวคนเดียวและสองเธอไม่อยากให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ในช่วงการสอบแบบนี้
หมับ!
“ฉันไม่ให้ไป ถ้าอยากออกไปก็ตอบคำถามมาก่อน” คนชื่อส้มดึงแขนเธอเอาไว้อีกครั้งและกระชากเธอกลับมาจนไหล่เธอแทบหลุด
“หนูไม่ตอบ” เธอดึงแขนตัวเองกลับแต่ทางนั้นก็ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ อะไรมันจะอยากรู้เรื่องคนอื่นขนาดนั้น แฟนพี่เรียวจิก็ไม่ใช่ มาทำตัวเป็นหมาหวงก้างอยู่ได้
“อีส้ม! ปล่อยก่อนมีคนมา” ปรายตะโกนบอกเพื่อนเมื่อได้ยินเสียงคนเดินคุยกันมาทางนี้ ส้มชักสีหน้าด้วยความหงุดหงิดก่อนจะดึงสาวรุ่นน้องให้ออกไปคุยกันข้างนอกนั่นก็คือบริเวณด้านหลังของห้องน้ำ
“ปล่อยหนูนะ” ไอริณพยายามดิ้นหนีเพราะตอนนี้เธอโดนสาวรุ่นพี่จับไหล่ทั้งสองข้างเอาไว้แน่นโดยที่รุ่นพี่คนอื่นๆ ต่างก็ยืนกอดอกมองเธออย่างเย้ยหยันสะใจ
“ไม่อยากหน้าแหกกลับไป ก็ตอบมาดิ”
“หึ อยากรู้ขนาดนั้นเลยเหรอคะ” อยากรู้มากเธอก็จะบอกให้แต่คำตอบอาจไม่ตรงใจพวกรุ่นพี่หรอกนะ ชอบหาเรื่องคนอื่นดีนักต้องโดนเอาคืนซะบ้าง
“อย่ามาลิ้นเล่น รีบตอบมา”
“หนูกับพี่เรียวกำลังคบกันอยู่ เราสองคนเป็นแฟนกัน ชัดพอมั้ยคะ” เธอยกยิ้มอย่างกวนๆ และมองหน้ารุ่นพี่ทีละคนอย่างสะใจ อึ้งไปเลยดิ อยากได้คำตอบกันดีนักก็ตอบให้แล้วนี่ไง
“ไม่จริง! เธอโกหก เรียวไม่เคยสนใจใครมาก่อน เธอเป็นใครถึงคิดว่าเรียวจะสนใจเธอจนถึงขั้นตกลงคบเป็นแฟน” แววตาสั่นไหวอย่างคนโกรธจัดอีกทั้งยังบีบต้นแขนสาวรุ่นน้องแรงขึ้นด้วย
“ไม่เชื่อก็เรื่องของพวกพี่สิ หนูก็ตอบคำถามแล้ว ปล่อยได้ยัง” นาทีนี้บอกเลยว่าไม่อยากพูดคุยด้วยดีๆ เลยสักนิด ปกติเธอเป็นคนมีมารยาทกับรุ่นพี่มากๆ นะ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่คณะไหนหากทำตัวน่าเคารพเธอก็พร้อมจะเคารพหมดแหละ แต่ถ้ามาทำตัวกร่างแบบนี้อย่าหวังว่าเธอจะให้ความเคารพเลย
“บอกฉันมาว่าไม่จริง เธอโกหกใช่มั้ย!” ส้มยังคงบีบต้นแขนสาวรุ่นน้องอย่างแรงด้วยความโมโหจนไอริณเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวดแต่ไม่ทันที่เธอจะได้ผลักอีกฝ่ายออกไปน้ำเสียงดุดันของใครบางคนก็ดังขึ้นซะก่อน
“หนวกหู น่ารำคาญ!” เสียงฝีเท้าหนักที่เดินเข้ามาพร้อมกับน้ำเสียงดุดันของเจ้าตัวทำเอาทุกคนตัวแข็งทื่อไปตามๆ กันรวมถึงไอริณก็ด้วย ตอนนี้หัวใจเธอเต้นแรงอย่างหนักด้วยความหวาดหวั่นเพราะไม่คิดว่าเพื่อนพี่ชายจะมาสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ ดูจากนิ้วมือของเขายังคงคีบบุหรี่อยู่เลย
“ระ..เรียวจิ” ส้มเรียกชื่อคนที่เธอแอบชอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ด้วยความตกใจ เห็นใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายครั้งไหนก็ทำเอาเธออดใจสั่นไม่ได้จริงๆ
“ปล่อยมือจากไอริณซะ”
“นี่เรียวคบกับเด็กคนนี้จริงๆ เหรอ” เธอยังคงไม่ยอมถอยห่างจากสาวรุ่นน้องเพราะในใจยังอยากรู้ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่อยู่
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ ฉันบอกให้ปล่อยไอริณและจะไปไหนก็ไป อย่ามาพูดจาน่ารำคาญแถวนี้” เรียวจิทิ้งบุหรี่ในมือลงและเหยียบขยี้จนมันมอดดับก่อนจะก้าวขายาวๆ เข้าไปหาสาวรุ่นน้องด้วยแววตาหงุดหงิดเล็กน้อย
อันที่จริงเขาจะปล่อยผ่านและไม่เข้ามายุ่งเลยก็ได้ แต่เพราะหนึ่งไอริณเป็นน้องสาวของอิฐที่ถึงแม้เขาจะไม่ได้เอ็นดูเธอนักแต่ก็ไม่ได้อยากให้เธอโดนใครรังแก ส่วนข้อที่สองคือคำพูดของเธอมันเกี่ยวข้องกับเขาเต็มๆ และเขาคิดว่าเด็กดื้อแบบเธอมันต้องโดนดุซะบ้าง ด้านไอริณเธอรีบหลุบตามองพื้นอย่างคนมีความผิดติดตัวพร้อมกับบีบมือตัวเองเอาไว้แน่น
“ปะ..ไปเถอะมึง” ปรายสะกิดบอกเพื่อนเพราะพวกเธอไม่ได้อยากมีปัญหากับเรียวจิ ใครๆ ก็รู้ว่าถ้าเรียวจิโกรธขึ้นมามันน่ากลัวมากขนาดไหน
ส้มยอมปล่อยมือจากแขนสาวรุ่นน้องและมองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจอีกครั้งแต่ถึงแบบนั้นก็ยอมจบทุกอย่างและเดินฟึดฟัดออกไปจากบริเวณนั้นทิ้งให้ไอริณมองตามด้วยความสะใจอยู่ลึกๆ แต่เธอจะแสดงออกมากก็ไม่ได้เพราะตอนนี้มีสายตาดุดันของเพื่อนพี่ชายจ้องมองเธออยู่
“ฉันพึ่งรู้ว่าฉันกับเธอเป็นแฟนกัน หึ! อยากเป็นแฟนฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?” ร่างสูงแสยะยิ้มพร้อมกับกอดอกมองเธอนิ่งๆ แววตาของเขายังคงหงุดหงิดไม่หายเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมาได้ยินเรื่องน่าหงุดหงิดใจแบบนี้
“ปะ..เปล่านะคะ” เธอเสียงสั่นออกมาทันทีเพราะตอนนี้พี่เรียวจิดูน่ากลัวมากเลย เขาต้องโกรธเธอมากแน่ๆ ที่เอาเขามาแอบอ้างเป็นแฟนตัวเอง ยัยไอเอ๊ย อะไรมันจะซวยขนาดนี้วะ
“เปล่างั้นเหรอ แล้วพูดทำไม คิดดีแล้วเหรอถึงกล้าพูดออกไปแบบนั้น” เรียวจิยังคงถามด้วยน้ำเสียงดุดัน เธอคงไม่รู้สินะว่าการที่เธอพูดไม่คิดนั้น มันจะส่งผลยังไงกับตัวเธอบ้าง เธอคิดว่าการพูดส่งๆ ออกไปแล้วทุกอย่างมันจะจบลงง่ายๆ งั้นเหรอ
“ไอขอโทษค่ะ ไอไม่ได้ตั้งใจ ก็รุ่นพี่พวกนั้นมาหาเรื่องไอก่อน” เธอยกมือไหว้ขอโทษเขาอย่างคนรู้สึกผิดจริงๆ ครั้งนี้เธอพลาดเองที่พูดอะไรโดยไม่คิด ก็ใครจะไปคิดว่าเขาจะมาอยู่แถวนี้กันล่ะ
“ทั้งดื้อทั้งน่ารำคาญ” เรียวจิดุเธออีกครั้งจนไอริณเบะปากคว่ำลง เธอเองก็เสียใจเหมือนกันนะ อีกอย่างเธอก็ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย
“เลิกดุไอได้มั้ยคะ ไอก็ขอโทษแล้วไง” เธอเงยหน้ามองเขาด้วยแววตารู้สึกผิดจนแทบจะร้องไห้ออกมาแล้วเนี่ย หรือว่าเธอต้องแกล้งบีบน้ำตา เขาจะได้เห็นใจและเลิกต่อว่าเธอสักที
“ชอบพูดไม่คิดก็เตรียมตัวรับผลของการกระทำตัวเองเถอะ…ไปได้แล้วไอ้อิฐมันรอเธออยู่” เรียวจิมองเธอนิ่งๆ แต่แววตายังคงดุดันเหมือนเดิม จากนั้นก็เดินนำเธอไปที่โรงอาหารอีกครั้ง ไอริณได้แต่พยักหน้าอย่างหงอยๆ และเดินตามหลังหนุ่มรุ่นพี่ออกไปอย่างเงียบๆ เธอเม้มปากแน่นและครุ่นคิดถึงคำพูดของเขาไปด้วย
ที่เขาพูดเมื่อสักครู่มันหมายความว่ายังไงนะ นี่เขาจะลงโทษเธองั้นเหรอแล้วมันจะร้ายแรงหรือเปล่า เขาคงไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือกับเธอหรอกใช่มั้ย บ้าน่า! เขาจะกล้าตีเธอจริงๆ หรือไง ถึงเขาจะดุไปบ้างแต่ก็คงไม่ถึงขั้นทำร้ายผู้หญิงหรอกมั้ง…
