บทที่ 14 EP 3/4 เสียงครวญจากห้องลูกชาย
เขาไม่เช็ดเปล่าๆ แต่ยังพานิ้วเรียวเข้าชอนไชในช่องทางแห่งรักของหล่อนอีกครั้ง ร่างบางถึงกับสะดุ้งเฮือก
“คุณเทพ...อย่า!”
“ให้ฉันช่วยนะจันทร์ รับรองว่าฉันจะไม่ทำเกินกว่านี้ ฉันสัญญา”
เขาบอกเสียงแหบพร่าเมื่อความต้องการกำลังพุ่งโจมตีอีกระลอก ให้ตายเถอะ ยังไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ เขาเลื่อนตัวลงไปนั่งคุกเข่าบนพื้น เพื่อจะได้ดูดชิมน้ำรักของสาวเจ้าที่ช่องทางสวาทอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้แม่เลี้ยงคนงามยินยอมพร้อมใจ แอ่นสะโพกผายกลมกลึงของหล่อนขึ้นมารับเรียวลิ้นเขาแต่โดยดี
“คุณเทพขา...”
เสียงหวานของแม่สาวที่ถูกหิ้วมาจากผับ ดังมาจากห้องของทัศเทพ ชมจันทร์ได้สติ ลุกปุบปับด้วยความตื่นกลัว รีบจับศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมเงางามให้ออกจากการดูดดึงเกสรสวรรค์ของเธอ
“พอ! พอแล้ว! คุณเทพพอที จันทร์ขอ” ร้องขอเสียงแผ่วแล้วผลักเขาออกอย่างแรง เพราะเขาเอาแต่จะรุกเข้าหา
“เดี๋ยวคู่ขาคุณออกมาเห็นพอดี” เธอให้เหตุผล งามหน้าไหมเล่าชมจันทร์เอ๋ย เธอกับเขาเล่นรักกันอย่างเมามันตรงโซฟาที่ทางเดิน ดีนะที่สาวใช้หรือผู้หญิงคนนั้นไม่มาเห็นเข้า ไม่อย่างนั้นคงได้เอาปี๊บคลุมหัวเพราะคนคงลือกันทั่วเมืองว่าแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงทำเรื่องบัดสีกันไม่อายผีสางเทวดา หรือแม้กระทั่งสามีผู้ล่วงลับ
ทัศเทพส่ายหน้าดิก รสรักของชมจันทร์หวานจนเขาไม่อยากจะหยุดการดื่มกิน
“คุณเทพพอเถอะนะ เดี๋ยวมีคนมาเห็น ขอร้อง...” ชมจันทร์วอนขอ ใบหน้านวลแดงเรื่อ เธอข่มความอายแล้วบรรจงจุมพิตบนหน้าผากเขาแผ่วเบา “พอเถอะนะคะ”
นัยน์ตาคมกล้าของทัศเทพมีแววงุนงงต่อการกระทำนั้น ตกลงหล่อนรู้สึกอย่างไรกับเขากันแน่ เดี๋ยวด่า เดี๋ยวตี เดี๋ยวก็วอนขอ เมื่อกี้ดันมาจุ๊บอีก คนมันก็เขินเป็นนะคุณแม่เลี้ยง
“เอ่อ...ก็...ถ้าพูดดีๆ กันตั้งแต่แรก เธอก็ไม่โดนอย่างนี้หรอก”
คำตอบแบบคนที่กลัวเสียฟอร์ม ทว่ายินยอมทำตามที่หล่อนร้องขอ
“แล้วใครพูดดีๆ ล่ะ! มีแต่ขู่กับขู่” ว่าเขาอย่างลืมตัว ลืมกระทั่งว่าตอนนี้ตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
“ชมจันทร์!”
ทัศเทพเตือนสติ มือที่ยังกุมสองเต้าเต่งตึง เพิ่มแรงขยำมากขึ้นอีก ชมจันทร์นิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ขะ...ขอโทษ ขอโทษค่ะ ลืมตัวไปหน่อย คุ...คุณเทพพอได้แล้ว จันทร์จะใส่เสื้อผ้า” บอกเขาเสียงขาดห้วง ก็ทัศเทพมิได้หยุดการบีบขยำพุ่มทรวงของเธอนี่นา
“ไม่!” เขายืนยัน รั้งร่างบางเข้ามาใกล้เพื่อจะได้ดูดขบที่ปลายถันอีกครั้ง
“คุณเทพ!” ชมจันทร์ตะเบ็งเสียงใส่แต่มันดังแค่เพียงกระซิบ เธอเกรงว่าผู้หญิงของเขาจะได้ยิน แล้วมือเรียวก็คว้าหมับเอาที่ใบหูขาวๆ ของเขา ออกแรงดึงทึ้งมันจนเจ้าตัวต้องยอมถอนปากออกจากหน้าอกของเธอ
“โอ๊ย!”
“ชู่ว์...” ชมจันทร์เตือนพลางชี้มือไปที่ห้องของเขา
“เดี๋ยวยัยนั่นได้ยินพอดี ฉันยังไม่อยากเป็นขี้ปากชาวบ้านนะ”
“งั้นเธอก็ต้องเอามือออกไปจากหูฉัน!”
เขาร้องสั่งทั้งที่มือของตัวเองก็ยังไม่ปล่อยจากก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นของสาวเจ้า แถมอีกมือยังเข้าเกาะกุมบั้นท้ายแล้วบีบมันแรงๆ อย่างมันเขี้ยว
“เอามือคุณออกจากหน้าอกกับก้นฉันก่อน”
“ไม่!”
“ไม่ยอมใช่ไหม ก็ได้...”
“อะไรของเธอ” เขาถามกลับเมื่อหล่อนยอมปล่อยใบหูของเขาให้เป็นไทโดยง่าย
“ไม่ปล่อยก็อย่าปล่อย เอาสิ อยากให้ใครมาเห็นก็เชิญ พรุ่งนี้ฉันจะได้เรียกนายอำเภอมาจดทะเบียนให้รู้แล้วรู้รอด เอาสิคุณเทพ ฉันจะนอนแบให้เลยเอาสิ!”
ชมจันทร์ท้า ถ้ามีคนมาเห็นเขากับเธอในสภาพนี้ละก็ เธอไม่ยอมแน่ ใครจะมองเธอเสียๆ หายๆ ที่แม่เลี้ยงลูกเลี้ยงแต่งงานกันเธอก็ไม่แคร์!
ทัศเทพดีดตัวผึงเหมือนต้องของร้อน ไม่มีวันเสียหรอก ผู้หญิงเห็นแก่เงินอย่างนี้หรือที่เขาจะเอามาเป็นแม่ของลูก ไม่มีทาง!
“ฝันไปเถอะ! เก็บท่าทางอ่อยเหยื่อกับวิธีต้อนให้หลงกลไปใช้กับคนอื่นเถอะ มันใช้ไม่ได้ผลกับฉันแน่นอน อย่าหวังนะชมจันทร์ อย่าหวังว่าจะได้เดินเคียงข้างฉัน ได้นอนกอดทะเบียนสมรสของฉัน อย่างเธอมันก็แค่แม่ม่ายผัวตาย เธออยาก ฉันก็สนอง ไม่มีวันที่ฉันจะเห็นว่าการสะดีดสะดิ้งเล่นตัวของเธอมันจะทำให้เธอดูเป็นสาวสดซิงหรอก ฉันไม่โง่เชื่อเธอเด็ดขาด สมัยนี้หมอดีๆ เก่งๆ มันเยอะ ฉันแยกไม่ออกหรอกว่าอันไหนของแท้อันไหนของปลอม หึๆๆ” เขายิ้มเยาะขณะควานหากางเกงมาสวม
ชมจันทร์จ้องหน้าเขาแน่วนิ่ง นั่นปากหรือที่พูดออกมา แล้วเมื่อกี้ใครกันล่ะที่วอนขอจะเป็นจะตายอยู่ข้างหูเธอ ให้ตายเถอะ! ขอบคุณสวรรค์ที่เธอยังมีความยับยั้งชั่งใจ
“อ้อ...ขอบคุณที่ทำให้ฉันสบายตัว รสชาติเธอนี่มันวิเศษจริงๆ ชมจันทร์”
เขากล่าวเพียงเท่านั้นแล้วก้าวเข้าห้องตัวเอง ปล่อยให้แม่เลี้ยงสาวลุกขึ้นมากวาดเศษเสื้อผ้ามากอดไว้ด้วยมืออันสั่นเทา เขาช่างทำร้ายจิตใจกันได้อย่างเลือดเย็น น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินเปื้อนใบหน้างามด้วยความอดสู เขาจะทำร้ายกันไปถึงเมื่อไหร่กันนะ เมื่อไหร่กัน
แม่เลี้ยงคนงามทรุดกายนั่งแหมะกับพื้นเย็นเฉียบ คุดคู้เข่าเข้าหาตัวแล้ววางใบหน้าที่เปรอะน้ำตาลงไปร่ำไห้บนเข่าน้อยๆ คำว่า น้ำตาเช็ดหัวเข่า มันเป็นเช่นไร เธอได้รู้ซึ้งก็วันนี้
[----------]
