บทที่ 3 EP 1/3 คู่กัด
“อ้าว...ยัยคุณแพรว หล่อนไม่รู้หรือยะว่า คุณกวิน ได้รับคำสั่งให้มาดูแลงานครั้งนี้ คุณวาเขาไม่ว่างมาดูแลหรอกต้องพาเมียไปฮันนีมูนรอบสอง” เจ๊แจงว่า วาคิมเป็นอดีตว่าที่คู่หมั้นของแพรวรุ้งและเป็นเจ้าของ บริษัทเพิร์ล เขาให้กวิน น้องชายบุญธรรมของเขามาช่วยดูแลงานถ่ายแบบครั้งนี้
“ห๊า! ตานั่นเองเหรอ!? ว่าแล้วเชียว เขาต้องหาเรื่องแกล้งแพรวแน่ๆ คอยดูนะแม่จะขึ้นค่าตัวเสียให้เข็ด”
นางแบบสาวเดือดปุดๆ ใบหน้างามแดงก่ำด้วยแรงแดด เธอเร่งเปลี่ยนชุดที่สวมอยู่เพื่อจะได้ไปถ่ายต่อให้เสร็จไวๆ เสร็จจากถ่ายแบบยังมีถ่ายโฆษณาอีกหลายตัว หวังว่ากองถ่ายจะยกกองไปถ่ายที่อื่นบ้าง ไม่อย่างนั้นผิวเธอเกรียมแดดแน่ๆ
“เอามือมาสิยะ เดี๋ยวเจ๊จะสวมสร้อยให้”
เจ๊แจงร่างชายใจหญิงที่ทำงานด้วยกันมานานร้องสั่ง เพราะเห็นยัยคุณหนูผู้ดีเปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว มันน่าอิจฉาแม่ลิงค่างบ่างชะนีตัวนี้จริงๆ หล่อนเอาหน้าอกหน้าใจมาจากไหนมากมายขนาดนั้น กะเทยอิจฉา!
“นี่ก็อีก จะหวงจะงกอะไรนักหนา กล้าเอาของปลอมมาให้แพรวใส่ได้ไง คอยดูนะ ถ้าพรุ่งนี้ผื่นขึ้น แพรวจะให้แม่ฟ้องเพิร์ลซะให้เข็ด”
คนสวยบ่นกระปอดกระแปดแต่ก็ยื่นมือขวาให้พี่แจงแต่โดยดี ก่อนที่เธอจะถูกพี่แจงลากลงเรือเพื่อไปยืนบนโขดหินที่อยู่กลางทะเลอีกรอบ
“เอียงซ้ายหน่อยครับน้องแพรว”
ตากล้องมือทองนามว่าพี่โอ้ร้องสั่งมาตามสายลม แพรวรุ้งคิดว่าพี่โอ้ร่างท้วมคงอยากให้เธอลงไปว่ายน้ำทะเลเล่นกระมัง ถึงได้ให้เอียงซ้าย ขยับซ้าย จวนจะตกโขดหินอยู่รอมร่อ
“ค่า พี่คะมันขยับได้เท่านี้นะ มันสุดแล้วจริงๆ”
แพรวรุ้งร้องบอกพร้อมเอียงซ้าย ขยับซ้าย ตามที่ตากล้องมือทองร้องสั่ง นับเป็นครั้งที่สิบแล้วในฉากนี้ที่เธอต้องยืนทำท่าสวย ถ่ายสร้อยข้อมือกับสร้อยคอซึ่งมันเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จนแขนแทบหัก เอ...แล้วนั่นใช่โจทก์ของเธอหรือเปล่านะ ยืนหน้าขาววอกอยู่ใต้เต็นท์บนฝั่ง ใช่! มากับ เจ้าหนูมีน ตัวแสบเสียด้วย
สายตาคมมองไปยังบนฝั่งและได้เห็นว่าเป็นโจทก์ของเธอจริงๆ เธอทำงานไปเกือบสองชั่วโมงแต่ผู้ดูแลผลประโยชน์ของวาคิมเพิ่งจะมาดูงาน เจริญล่ะ ไหนว่ารักคุณวานักหนา เชอะ!
“นี่คุณ! ขยับซ้ายอีกหน่อยได้ไหม เพชรมันจะได้ล้อแสงขึ้นมาอีกหน่อย”
กวิน กิติบวร ร้องสั่งทั้งที่อุ้มบุตรชายตัวไม่เล็กเอาไว้ นัยน์ตาภายใต้แว่นสีชาระยิบระยับขึ้นมาเมื่อแลเห็นนวลเนื้อของคู่ปรับตลอดกาลอะร้าอร่ามท่ามกลางสายลมแสงแดดและท้องทะเลสีคราม
“ปะป๊าคับ มินจากินติม” หนูน้อยวัยสี่ขวบกว่าๆ ร้องบอกบิดา
“เดี๋ยวสิครับลูก ปะป๊าทำงานก่อน” กวินบอกบุตรชายเสียงอ่อนโยน
“ไม่เอา ป๊า...มินจากินเดี๋ยวนี้”
หนูน้อยหน้ามุ่ย ส่งภาษากายย้ำชัดว่าขัดใจอย่างแรง
“โอเคๆ เอ่อ พี่แจงครับ พี่แจง”
“ขา...ว่ายังไงคะคุณกวินของเจ๊”
ผู้จัดการของนางแบบสาวขานรับหน้าระรื่น
กวินกลอกตาขึ้นฟ้าเมื่อเสียงหวานหยดที่ขานรับมันไม่เข้ากับหน้าตาของพี่แจงเอาเสียเลย
“เอ่อ...ผมวานพี่แจงช่วยพาเจ้ามีนไปร้านไอติมได้ไหมครับ ผมขอเคลียร์ฉากนี้ก่อน จะได้เสร็จๆ ไปเสียที”
“ได้สิคะคุณกวิน สำหรับคุณกวินน่ะเจ๊ยินดีบริการค่ะ มาค่ะน้องมีนสุดหล่อมาหาเจ๊มาลูก เดี๋ยวเจ๊อุ้มนะมาๆ”
หนูน้อยส่ายหน้าดิก เบะปากเล็กน้อย แค่สีลิปสติกของเจ๊ มีนก็กลัวจนหัวหดแล้ว
“ม่าย มินจาเดิน ป๊าๆ มินมะอยู่ห้ามจ้องหญิงนา มะงั้นมินจาฟ้องแม่จริงๆ ด้วย” หนุ่มน้อยขู่ฟ่อ กวินอมยิ้ม มีความสุขที่ถูกหวงจากคนเป็นลูก
“แน่นอนลูกรัก ปะป๊าจะไม่มองใครเลยครับผม”
เขายืนยันแล้ววางเจ้าหนูตัวแสบลงกับพื้น แต่หางตาก็ยังลอบมองแม่เนื้อนวลขาวผ่อง หล่อนยืนเด่นอยู่กลางทะเลสีครามในชุดที่ล่อเสือล่อตะเข้สุดๆ
“นี่ฉากสุดท้ายแล้วใช่ไหมพี่”
เขาถามตากล้องมือทองเมื่อเจ๊แจงพามีนาเดินออกจากเต็นท์ไปแล้ว
“ครับคุณกวิน ถ้าคุณแพรวขยับซ้ายไปทางปลายชะง่อนหินอีกหน่อย ภาพจะสวยมากเลย รับรองดูไม่ออกว่าเราใช้ของเทียมมาถ่าย”
“เฮ้อ! ทำไมต้องเอาคุณแพรวด้วยก็ไม่รู้ ถ้าเป็นนางแบบคนอื่นถ่ายเสร็จไปนานแล้ว” เขาบ่นกับตากล้องแต่สองตาแลจ้องแต่แพรวรุ้ง
“นี่คุณ! ผมบอกให้ขยับไปทางซ้ายอีกหน่อย!”
คนบนฝั่งยังร้องบอก แพรวรุ้งหน้าบึ้งทันตาก่อนจะโต้ไปว่า
“ฉันก็เหนื่อยเป็นนะ! สั่งอยู่นั่นล่ะ ทำไมไม่แหกตาดูบ้างว่าฉันจะตกทะเลอยู่แล้ว” นางแบบสาวร้องบอกเสียงขรม ขาสองข้างไม่มีแรงจะยืน แต่ก็ไม่สามารถนั่งลงได้ เพราะกระโปรงเจ้ากรรมมันสั้นเกินกว่าจะนั่งยองๆ บนโขดหินอันแสนขรุขระ โล่งเตียนไร้สิ่งกำบัง
“เรื่องมาก! ขยับเดี๋ยวนี้เลยเร็วเข้า”
“ไม่!”
แพรวรุ้งต่อต้านไม่ยอมทำตาม กวินส่ายหน้า หันมาเจรจากับตากล้องมือทอง
“เลิกกองเถอะครับ สงสัยจะไม่ยอมถ่าย แดดแรงแล้วด้วย เลือกเอาภาพสวยๆ ที่ถ่ายไปก่อนหน้านี้แล้วกัน”
“โอเคครับ ผมจะได้สั่งเลิกกอง”
กวินพยักหน้าแล้วเดินไปลงเรือเล็กเพื่อขับมันเข้าไปใกล้โขดหิน ตรงที่นางแบบจอมเรื่องมากยืนอยู่
เสียงเรือยนต์แล่นมาจอดใกล้ๆ แพรวรุ้งหันมามอง หล่อนเห็นเขาส่งกุญแจเรือให้ทีมงานที่มาเซฟความปลอดภัยรอบๆ โขดหินใหญ่ สั่งเสียงดังได้ยินว่าให้ไปพักเที่ยงได้ พวกเขาจากไปพร้อมด้วยเรือยนต์ ทิ้งไว้เพียงผู้ชายตัวโตกวนประสาทกับเรือยางลำน้อย
“คุณนายจ้างคะ ทำไมปล่อยพวกนั้นไปกินข้าว แล้วฉันล่ะ ยืนเอียงซ้ายเอียงขวาจวนจะแห้งตายกลางทะเล ทำไมไม่ให้ฉันพักซะที สองมาตรฐานชัดๆ”
