บทที่ 7 EP 2/3 หัวใจมันสั่น
เขาว่าแต่กลับกอดชมจันทร์แน่นขึ้น ถ่ายทอดไออุ่นจากร่างกายให้แก่หล่อน ปลอบประโลมด้วยมืออุ่นที่เพียรลูบหลังให้เบาๆ และเนิ่นนาน
“คุณเทพ อย่าไล่จันทร์ไปไหนนะ จันทร์ไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ ให้จันทร์อยู่บ้านด้วยคนนะ จันทร์สัญญาว่าจะไม่ดื้อกับคุณเทพ จะทำตามที่คุณเทพสั่งทุกอย่างเลย” ร้องขอเสียงอู้อี้ ป้ายปาดน้ำตาที่ยังเจือบนแก้มนวล
“ถ้างั้นเรามา...”
เขาขออย่างหน้าด้านๆ ใบหน้าบึ้งตึงเมื่อครู่ระริกระรี้มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“ยกเว้นเรื่องอย่างว่า จันทร์ไม่ทำ!” รีบแย้งเมื่อเห็นนัยน์ตากรุ้มกริ่มที่ส่งมา
“สองมาตรฐานเห็นๆ”
ทัศเทพปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระเมื่อหล่อนคลายสะอื้น เกรงว่าถ้ากอดนานกว่านี้เขาคงต้องเป็นไอ้คนสารเลวที่ข่มขืนผู้หญิง เขาเปิดประตูรถออกมาเพื่อจะอ้อมไปนั่งยังหลังพวงมาลัย ชมจันทร์ลุกตามมาเงียบๆ เข้ามานั่งข้างเขายังที่นั่งทางตอนหน้าของรถ
ชายหนุ่มเคลื่อนรถออกจากบริษัทได้สักระยะ เขาจึงได้ยินเสียงหญิงสาวอีกครั้ง
“ผู้หญิงของคุณเทพเยอะแยะเรียกมาสักคนสิ เอาไหม...จันทร์มีเบอร์” เธอให้คำชี้แนะพร้อมทางออก ก็กลัวว่าเขาจะอารมณ์ค้างนี่นา
“ถ้ายังไม่เลิกออกความคิดเห็นห่วยๆ ของเธอ เห็นทีว่าฉันคงต้องเลื่อนนัดลูกค้าแล้วพาเธอแวะที่โรงแรมม่านรูดดีไหมชมจันทร์”
เท่านั้นล่ะชมจันทร์ก็นั่งนิ่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้กับลูกเลี้ยงจอมหื่นไปจนถึงโรงแรมที่นัดลูกค้าเอาไว้ ไม่มีหืออือ ไม่เอ่ยอะไร นั่งอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวราวกับเป็นตุ๊กตาไปแล้วจริงๆ
[----------]
เวลาไล่เลี่ยกัน ที่สตูล
“กรี๊ดดด!”
เสียงร้องดังปานหวูดรถไฟของแพรวรุ้งกำลังเปล่งออกจากริมฝีปากของหล่อน กวินถอนหายใจ เขาอุตส่าห์พาหล่อนเข้ามาหลบในห้องนอนแล้วนะ เจ้ามีนตัวแสบกลับหาเจอจนได้ ไม่รู้ว่าจะหวงพ่ออะไรนักหนาเจ้าลูกคนนี้
“กรี๊ด! เอามันออกไปทีได้โปรดเถอะ นี่คุณ! ช่วยเอามันออกไปทีเซ่ ฉันกลัวนะ! ฉี่จะราดอยู่แล้ว ฮือ...”
กวินส่ายศีรษะอย่างระอาเมื่อเจ้าลูกชายตัวแสบปีนขึ้นไปนั่งทับบนหน้าท้องของสาวเจ้าแล้วปล่อยเจ้าเขียดตัวน้อยสีเขียวเข้มลงบนหน้าอกอวบๆ ของหล่อน
“มีน! เอาเจ้าตัวนั้นออกจากตัวน้าแพรวเดี๋ยวนี้!”
เด็กชายมีนาส่ายหน้าดิก กำลังจะจับเจ้าลูกกบออกมาจากถุงอีกตัว แต่เสียงกรีดร้องของคนใต้ร่างดังขึ้นเสียก่อน
“กรี๊ด! ไม่นะ! ตาเบื๊อกเอ๊ย! ยืนแอคท่าอยู่นั่น ฉันบอกว่าเอาเจ้าเด็กบ้านี่กับเจ้าตัวเขียวออกไปจากตัวฉ้าน!”
แพรวรุ้งร่ำร้อง เขียดตัวน้อยกระโดดหย็องแหย็งบนทรวงอกเธออย่างมีความสุข มันสุดจะทนจริงๆ
“มีน!” กวินร้องเรียกบุตรชายอีกหนแต่เจ้าหนูก็ยังเฉย
“ทำมายน้าแพวมาอยู่ห้องปะป๊า มินจาฟ้องแม่ ปะป๊าพาฉาวเข้าห้อง!”
เจ้าหนูน้อยจ้องตาบิดาแน่วนิ่งอย่างเอาเรื่อง กวินหมดความอดทนเข้าไปยกเจ้าหนูออกจากร่างนางแบบสาวพร้อมกับจัดการให้เจ้าตัวเขียวกลับไปอยู่ในถุงพลาสติกเหมือนเดิม
“ปะป๊าทำให้น้าแพรวไม่สบาย ปะป๊าเลยต้องพาน้าแพรวมาอยู่กับเรา”
เขาตอบชัดเจนให้เหตุผล ก็เรื่องจริงมันเป็นอย่างนั้นนี่นา
“ปะป๊า เปนบอดี้ ปะป๊ามะใช่หมอ”
หนูน้อยเถียง ใบหน้าเล็กๆ มีแววหล่อเหลาเอาการเมื่อโตขึ้น
“มีนต้องพูดว่า บอดี้การ์ด ครับคนเก่ง ปะป๊าไม่ได้ตรวจหมอ ปะป๊าแค่พาน้าแพรวมานอนพัก” กวินอธิบาย
“นี่คุณ ตอบฉันทีว่าทำไมฉันต้องมาติดแหงกอยู่ที่นี่ แต่ก่อนอื่นขอเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหม เจ้าเด็กบ้านี่เอาตัวอะไรมาใส่ฉันก็ไม่รู้” นางแบบสาวเอ่ยแทรก เมือกลื่นๆ ที่มากับขาเขียดกำลังทำให้เธอคันคะเยอจนอยากอาบน้ำล้างตัว
“ชื่อ มิน มะใช่ เดกบ้า” เจ้าตัวชี้แจงแม้ว่าจะพูดไม่ชัดก็ตาม
แพรวรุ้งกลอกตาขึ้นฟ้า เดาว่าคงได้เจอคู่ปรับสมน้ำสมเนื้อก็คราวนี้
“โอเคค่ะโอเค น้องมีนก็น้องมีน เอาเป็นว่าเรามาเจรจาอย่าศึกกันนะ ฉัน...เอ่อ...น้าแพรวไม่สบายนะคะ น้าแพรวแบบว่าบังเอิญจมน้ำ บังเอิญโดนกดขี่แรงงานจากเจ้านายใจร้ายไม่ยอมให้กินข้าวเที่ยง น้าแพรวเลยเป็นลม แล้วก็บังเอิญอีกที่หมดสติจนไม่รู้ว่ามีคนคิดไม่ซื่อพาน้าแพรวมาที่นี่ อย่างนี้แสดงว่าน้าแพรวไม่ผิดใช่ไหม? เพราะฉะนั้นน้องมีนเอาเจ้าเขียดนั่นไปทิ้งข้างนอกหน้าต่างแล้วเปิดทางให้น้าแพรวเข้าห้องน้ำสักทีจะได้ไหมจ๊ะคนเก่ง”
แพรวรุ้งอ้อนวอนยืดยาว หนูน้อยมองเจ้าหล่อนตาแป๋ว
“พูดยาวไปมะเข้าจาย แต่ทิ้งเขียดให้ก็ได้ถ้าม่ายด้ายอยากมาเปนแม่อีกคนของมิน”
“แน่นอนจ้ะหนูน้อย นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่น้าจะทำ”
แพรวรุ้งยืนยัน ส่งยิ้มออดอ้อนไปให้เจ้าหนู แต่พอสายตาแพรวพราวเจ้าเล่ห์ของเธอไปสานสบกับกวิน ก็ได้เปลี่ยนจากแพรวพราวเป็นจิกกัด ก็อยู่ดีไม่ว่าดีเขาหาเรื่องให้เธออีกจนได้ ฮึ่ม! แล้วนั่น!?
