บทที่ 9 EP 2/5 หัวใจมันสั่น
“ไม่มากหรอกกับสิ่งที่คุณกล่าวหาฉัน อยากจะโดนอีกตบหรือเปล่าล่ะ”
กวินกัดกรามดังกรอดๆ ข่มความโกรธที่แล่นมาเป็นริ้วๆ
“ไม่เคยมีใครทำร้ายผมได้ขนาดนี้ คุณนี่มันรนหาที่จริงๆ” พูดจบก็ก้มลงหมายจุมพิตลงทัณฑ์คนปากดี
“ไม่ ปล่อยนะ!”
แพรวรุ้งขัดขืนแต่ชายหนุ่มมีหรือจะฟัง เขาเฝ้าดูดดึงขบกัดบนริมฝีปากงามอย่างถือสิทธิ์จนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ติดมากับรสจูบ
แพรวรุ้งเจ็บจนน้ำตาร่วงเมื่อเขาตบเธอคืนด้วยปากร้ายๆ จนร่างกายอ่อนระทวยด้วยไม่เคยพานพบ เขาทำร้ายเธอด้วยความช่ำชองของบุรุษเพศ น่าละอายใจนักที่เธอไม่มีแรงพอที่จะขัดขืนมัน
“เห็นไหมว่าคุณคุ้นเคยกับมัน” เขาเยาะหยันเสียงสั่น ท่อนกายแกร่งแห่งบุรุษผงาดง้ำถูไถไปกับหน้าท้องแบนราบจนสาวเจ้าขนลุกเกรียว
“ฉันไม่เคยจูบกับใคร อย่ามาป่วนประสาทฉัน”
เธอยืนยัน พยายามดิ้นหนีจมูกและปากของเขา ที่สำคัญกว่านั้น อะไรบางอย่างที่เบื้องล่างกำลังทำให้เธออยากขาดใจ เธอกำลังกลัว ได้โปรดเถอะ เอามันออกไปที
“ยะ อย่า!” ร้องห้ามแต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อชุดของเธอถูกกระชากออกไป นาทีนั้นหัวใจของแพรวรุ้งเต้นตึกตักถี่ๆ ไม่เป็นจังหวะ ทั้งอยากขัดขวางเมื่อรู้ว่าจะเกิดสิ่งใดตามมา แต่อีกใจก็วาดหวังให้มันเกิดขึ้นด้วยความอยากลองอยากรู้ อารมณ์หวามหวานกับสติสัมปชัญญะกำลังตีกันยุ่งเหยิงอยู่ในหัว
“โอ...คุณสวยเหลือเกินแพรวรุ้ง”
เขาครางเสียงกระเส่าแล้วบดขยี้จุมพิตเร่าร้อนลงมาอีกครั้ง
แพรวรุ้งมึนเมาในรสจูบจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ นาทีนั้นเธอทำได้เพียงแอ่นอกเข้าหาริมฝีปากร้อนๆ ที่ลากลิ้นไล้เลีย ตั้งแต่ติ่งหูเรื่อยลงมาที่ลำคอจนถึงเนินทรวง
“คุณ!” เธอตกใจด้วยว่าบราเซียร์ตัวสวยถูกชายหนุ่มกระชากออกอย่างแรงจนสองเต้าเนียนแน่นอวบอัดเด้งออกมา มันช่างล่อตาชายหนุ่มยิ่งนัก เขากดจุมพิตแรงๆ และสูดดมรอบฐานสองเต้างามที่เบ่งบานชูช่อรอคอยเรียวลิ้นร้อนๆ
“อย่า” แพรวรุ้งร้องห้าม แต่กลับแอ่นอกรับเรียวลิ้นจากปากเขา
กวินแลบลิ้นไล้เล็มยอดทรวงสีหวานจนหล่อนครางอืออาไม่ได้ศัพท์ แต่ทว่า...สวรรค์ช่างใจร้าย!
“ปะป๊า แง้ๆๆ ของมินๆ ปะป๊าแย่งของมิน ฮือ...” หนูน้อยร้องจ้าอยู่หน้าประตู เป็นจังหวะเดียวกับที่กวินก้มลงดูดกลืนยอดอกสีหวานของนางแบบสาว
แพรวรุ้งผวาเฮือก รีบผลักศีรษะของเขาให้ออกห่างแล้วควานหาเสื้อผ้ามาสวม
“บ้าฉิบ! มีนา!”
“ปะป๊าดูดนมน้าแพวทามมาย ฮึกๆ” หนูน้อยถามพลางสะอื้นฮักๆ แพรวรุ้งหน้าแดงเป็นกุ้งต้ม ขณะที่กวินคิดหาทางเอาตัวรอด
“ก็ปะป๊าลองชิมให้มีนไงครับว่า นมบูด หรือเปล่า”
เขาปดหน้าตาจริงจัง มีนาไม่เชื่อ ส่ายหน้าดิก
“คุณ! นั่นปากหรือที่พูดน่ะ”
แพรวรุ้งอดไม่ได้ มาว่านมเธอบูดแล้วเขาจะดูดมันทำไมห๊า!
“มินจาฟ้องแม่ ปะป๊ากอดน้าแพวด้วย ฮึกๆ” หนูน้อยร้องไห้จ้า เดือดร้อนกวินต้องคลานลงจากเตียงมาอุ้มเอาเจ้าหนูตัวแสบมาปลอบ
“ไม่มีอะไรครับลูก ก็น้าแพวไม่สบายไง ปะป๊าเลยต้องวัดไข้แบบนี้”
เขาใช้หน้าผากตัวเองแนบไปกับหน้าผากของบุตรชาย
“แล้วทำไมต้องวัดที่นมน้าแพวด้วย นั่นของมิน ปะป๊าบอกว่าคืนนี้จาให้มินดูดนมน้าแพว” หนูน้อยเถียง น้ำตาเริ่มเหือดหาย
แพรวรุ้งเริ่มหน้าม้าน สองพ่อลูกคุยเรื่องการดูดนมจากหน้าอกของเธอราวกับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา
“ก็...ก็น้าแพรวเป็นปอดบวมไงครับลูก ปอดมันอยู่ข้างในตัวเรา ปะป๊าวัดไข้จากหน้าผากไม่ได้เลยต้องวัดผ่านนมน้าแพว”
เขาอธิบายคำลวงดังกล่าวให้ดูน่าเชื่อถือ สองมือประคองบุตรชายไว้ในอ้อมแขนอย่างแสนรัก
“เอาล่ะๆ ฉันว่าเชิญคุณสองคนออกไปรอข้างนอกได้แล้ว ฉันต้องการพักผ่อน”
“ม่าย มินจานอน” เด็กน้อยออกตัว ปาดน้ำตาป้อยๆ
“ใช่ๆ เป็นเด็กต้องนอนกลางวัน” คุณพ่อช่วยเสริม
แพรวรุ้งระอาเต็มทน วันนี้เธอจะได้อาบน้ำตอนไหนนี่
“โอเค ตามใจพวกนาย แต่ฉันขอไปอาบน้ำก่อนโอเคไหม” ว่าแล้วก็งัดเอาของใช้ส่วนตัวออกมาจากกระเป๋า ผ่านไปไม่กี่นาทีพอหันกลับมาก็พบว่าเจ้าหนูตัวแสบหลับอยู่บนบ่าของคนเป็นพ่อเรียบร้อย
ใบหน้าทะเล้นกวนบาทาของกวินดูอ่อนลงจนเหลือเพียงอ่อนโยน มือข้างหนึ่งของเขาจับศีรษะเล็กๆ ของเจ้าตัวแสบให้เข้าที่เข้าทางบนบ่ากว้าง แพรวรุ้งได้ยินเขาฮัมเพลงเบาๆ เห่กล่อมเจ้าหนูอยู่สักพัก เธอจึงเลี่ยงเข้าห้องน้ำ พอเสร็จเดินออกมาอีกทีก็เห็นสองพ่อลูกนอนกอดกันอยู่บนเตียงใหญ่
แพรวรุ้งเข้าไปชะโงกหน้าดูเจ้าหนูใกล้ๆ ใบหน้ายามหลับสนิทดูไร้พิษสงน่ารักน่าชัง ปากนิดจมูกหน่อยเหมือนคนเป็นพ่อ ผิดก็แต่ริมฝีปากอิ่มเล็กๆ ที่คงจะเหมือนมารดาของแกกระมัง
“อีตาคนนี้นี่ก็เหลือเกินจริงๆ หลับไปได้ยังไงผ้าผ่อนไม่รู้จักหามาห่มให้ลูก เป็นพ่อประสาอะไรนะตาทึ่ม” นางแบบสาวบ่นกระปอดกระแปดแต่หาผ้าห่มมาคลุมร่างให้คู่ดูโอที่นอนเกยกันอยู่
