บทที่ 11 EP 3/3 แผนพิศวาส
[----------]
วารินทร์อ้าปากค้างเมื่ออ่านจบ มันเรื่องบ้าอะไรกันนี่ เธอกำลังเผชิญกับอะไรกันแน่ ผู้ชายโรคจิตคนหนึ่ง เกมทางธุรกิจของพี่ชาย หรือว่ามีอะไรมากกว่านั้น เธออยากจะกรีดร้องให้หายเจ็บใจ แต่ไม่หรอก ไม่มีทาง เธอไม่โง่ขนาดนั้น เธอต้องมีสติ
หญิงสาวพยายามใจเย็นอย่างที่สุด สัมภาระบนโต๊ะถูกกวาดลงกระเป๋าราคาแพงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้ามันมาคล้องแขนแล้วก้าวฉับๆ ออกจากร้าน ดวงตาคู่สวยยังสอดส่ายหาคู่กรณี ทว่าไร้วี่แวว
เธอมั่นใจว่าพ่อคาวบอยโรคจิตยังอยู่แถวนี้เพื่อรอสะใจกับท่าทีตื่นตระหนกของเหยื่อสาวแน่ๆ แต่ฝันไปเถอะ คุณหนูวารินทร์ไม่ได้โง่ขนาดนั้น เธอไม่มีทางเป็นเหยื่อผู้อ่อนแออย่างแน่นอน
หางตาของวารินทร์แลเห็นปีกหมวกคาวบอยแวบๆ ที่มุมหนึ่งของร้านหนังสือซึ่งอยู่เยื้องออกไปจากร้านเค้ก แล้วพลันรอยยิ้มอย่างผู้ชนะก็ผุดพรายเต็มวงหน้า หญิงสาวก้าวเดินต่อไปด้วยความสะใจ บ่าตั้ง หลังตรง ใบหน้าเชิดน้อยๆ อย่างคุณหนูผู้ดื้อรั้นไม่ยอมคน
ที่มุมหนึ่งของร้านหนังสือ เมฆาก้าวออกมาจากที่ซ่อนด้วยความคับแค้นใจ ยัยคุณหนูไฮโซนิ่งกว่าที่เขาคิดไว้ ไม่ได้ดั่งใจจริงๆ เขานึกว่าจะได้เห็นท่าทางตื่นตระหนกหวาดกลัวของเจ้าหล่อน แต่เปล่าเลย! วารินทร์ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงได้เต้นเป็นเจ้าเข้า บางทีพวกหล่อนอาจจะวิ่งโร่ไปแจ้งตำรวจด้วยซ้ำ เห็นทีว่าสงครามประสาทคงใช้ไม่ได้ผลกับยัยคุณหนูนี่ หึๆๆ ร้ายจริงนะ ทั้งพี่ทั้งน้อง น่าเจ็บใจนัก!
[----------]
สองเดือนถัดมา
วันนี้เป็นเช้าวันจันทร์ที่แสนสดใสสำหรับเกล็ดมุก มันเกิดขึ้นเพราะโต๊ะทำงานตัวใหม่นี่เอง มันไม่ได้ใหม่ด้วยการซื้อหา แต่มันใหม่เพราะตำแหน่งที่ตั้งของมันต่างหาก
“เป็นยังไงหนูมุก ถูกใจไหม เอาอะไรเพิ่มหรือเปล่า”
วัลลภเอ่ยถาม ‘อดีตเลขา’ ด้วยความเอ็นดู
“อืม...ไม่เอาแล้วค่ะ มุกมาทำหน้าที่แทนพี่วาสนาแค่ไม่กี่วัน ไม่ต้องเปลี่ยนให้วุ่นวายหรอกค่ะ ลำบากคุณอาเปล่าๆ”
เธอออกตัวด้วยความเกรงใจ นึกขอบคุณบุรุษมากวัยเป็นล้นพ้นที่ช่วยให้เธอได้ทำงานตำแหน่งนี้แทนคนเก่าที่ประสบอุบัติเหตุ ถึงแม้จะแค่ชั่วคราวก็เถอะ
“ก็ไม่แน่หรอก หนูมุกทำงานเก่ง ดีไม่ดีอาจได้ทำต่อเลยก็ได้”
เธอยิ้มขอบคุณแทนการโต้ตอบ ถ้าได้อย่างนั้นก็ดีสิคะคุณลุง มุกจะได้คอยสกัดดาวรุ่งบรรดาสาวๆ ของคุณวาให้กระเด็นไปไกลๆ ไม่ให้เขาได้ทันรู้ตัว
การสนทนามีอันยุติลง เมื่อคนที่อยู่ในห้องเรียกให้ชายสูงวัยเข้าพบพร้อมๆ กับเลขาคนใหม่ของเขา
หญิงสาวรวบแฟ้มมาแนบอก ก่อนจะก้าวไปเปิดประตูให้อาวัลลภ อย่างน้อยเวลาอีกไม่กี่เดือนที่เหลือ เธอก็จะได้อยู่ใกล้ชิดเขามากขึ้น ไม่รู้ว่าเห็นแก่ตัวมากไปหรือเปล่า เพราะตอนนี้เธอกำลังภาวนาให้พี่วาสนาอย่าเพิ่งถอดเฝือกเลย อยากให้พี่เลขาแสนดีนอนเล่นที่โรงพยาบาลสักเดือนสองเดือนยิ่งดี
[----------]
สตรีร่างสูงโปร่งในชุดรัดรูปสีเพลิงอวดหน้าอกหน้าใจไซซ์ฝรั่ง ก้าวฉับๆ มาหยุดที่โต๊ะทำงานของเกล็ดมุกด้วยความมาดมั่น รองเท้าส้นสูงปานเสาไฟฟ้าของเจ้าหล่อน แตะกระทบพื้นเป็นจังหวะเสียงดังจนแสบแก้วหู เกล็ดมุกเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารขึ้นมามอง รู้สึกหมั่นไส้แม่สาวทรงโตขึ้นมา เจ้าหล่อนคงนึกว่าเป็นเวทีนางแบบละมั้ง ไม่ต้องกรีดกรายขนาดนั้นเธอก็รู้แล้วว่าเจ้าหล่อนเป็นใคร
“สวัสดีค่ะ มาพบท่านประธาน ได้นัดไว้หรือเปล่าคะ” ถามออกไปอย่างสุภาพที่สุด อย่างไรเสียตอนนี้เธอก็อยู่ในเวลาทำงาน สมควรทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
“นี่หล่อนเป็นเลขาใหม่ใช่ไหม ถึงไม่รู้จักฉัน วาสนาเลขาคนเก่าไม่ได้บอกหรือไงว่าฉันเป็นใคร แต่ไม่เป็นไร ฉันจะบอกเธอเองก็ได้ว่าฉันชื่อ ‘แพรวรุ้ง’ ว่าที่คู่หมั้นของเจ้านายเธอ รู้แล้วก็ช่วยจำใส่สมองหน่อย คราวหน้าจะได้ไม่ต้องถามว่าฉันมีธุระอะไรถึงมาพบเขา เพราะสำหรับฉัน ไม่จำเป็นต้องมีธุระก็เข้านอกออกในที่นี่ได้ตลอดเวลา รู้ไว้ซะด้วย”
นางแบบสาวยิ้มเย้ยก่อนจะผลักประตูห้องเข้าไป เกล็ดมุกได้แต่มองตามตาปริบๆ คนมีสิทธิ์กับคนไม่มีสิทธิ์ มันแตกต่างกันอย่างนี้นี่เอง
ภายในห้องทำงานของวาคิม
“อาคิดว่าที่ทางเพิร์ลเสนอมาน่าสนใจมากๆ ราคาสูงไปหน่อยแต่ของเขามีคุณภาพจริงๆ ที่สำคัญหากเราต้องการเพชร พลอย มรกต หรือว่าทับทิม เขาก็สามารถหาให้เราได้โดยง่าย ไม่ใช่มีแค่ไข่มุกเพียงอย่างเดียว หากเราเป็นคู่ค้ากับเขา อนาคตข้างหน้าราคาอัญมณีเหล่านี้ อาเชื่อว่าต้องสามารถซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่านี้แน่นอน ที่สำคัญเราไม่ต้องไปแย่งวัตถุดิบในตลาดให้วุ่นวายด้วย” วัลลภเสนอแนะเจ้านายรุ่นลูก
