บทที่ 12 EP 3/4 แผนพิศวาส
“ผมก็เห็นด้วย แต่ถ้าสามารถซื้อในราคาที่ต่ำกว่านี้ได้ บริษัทก็จะได้กำไรมากขึ้น ผมขอเวลาอีกสองวันก็แล้วกัน ถ้าในสองวันนี้มีบริษัทอื่นเสนอราคามาอีก เราค่อยมาดูกันอีกที” วาคิมตอบเรียบๆ มีเพียงหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเขากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
“เซอร์ไพรส์ค่ะวาขา! แพรวมาชวนวาไปหาอะไรกินด้วยกัน ไปกันเลยไหมคะ”
เสียงแหลมๆ ทำเอาวาคิมต้องชักสีหน้า นี่ไงล่ะแพรวรุ้งตัวจริง หล่อนไม่เคยถามเขาสักคำว่าอยากไปกับหล่อนหรือเปล่า แถมยังทำเป็นลืมมารยาทผู้ดี เดินเข้าห้องเขาโดยไม่เคาะประตูด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่ามารดาของหล่อนเป็นเพื่อนกับมารดาเขาละก็ เขาไม่มีทางควงหล่อนให้เสียเวลาแน่ๆ เกล็ดมุกก็เหลือเกิน ปล่อยให้เข้ามาได้อย่างไร รู้ทั้งรู้ว่าเขากำลังคุยเรื่องงานอยู่
“ถ้าอย่างนั้น อาขอตัวก่อนก็แล้วกัน” ชายสูงวัยเอ่ยอย่างเกรงใจ ถือโอกาสปลีกตัวออกจากห้องของบอสใหญ่ หางตาของคนสูงวัยปรายไปยังนางแบบรุ่นลูกแล้วก็ต้องส่ายศีรษะอย่างระอา นี่หรือว่าที่นายหญิงของ GB นอกจากราศีที่แดงเถือกเปล่งออกมาจากชุดที่สวมแล้ว หล่อนยังห่างไกลคำว่าสวยสง่าไปอีกหลายล้านปีแสง หวังว่าในอนาคต คงไม่ต้องเรียกนางแบบสาวว่า ‘นายหญิง’ จริงๆ หรอกนะ
[----------]
ขณะที่เกล็ดมุกกำลังรวบรวมเอกสารที่จะใช้ในการประชุมของวันพรุ่งนี้ ประตูห้องบอสใหญ่ที่ปิดไว้เกือบครึ่งชั่วโมงตั้งแต่อาวัลลภออกไป ก็เปิดออกในที่สุด ร่างสวยสะคราญของนางแบบหุ่นเพรียวลมแต่อวบอึ๋ม แนบชิดคลอเคลียอยู่ในวงแขนของเขา
เกล็ดมุกมองภาพนั้นแล้วปวดหัวใจยิ่งนัก เธอไม่ได้หึงหวงผู้หญิงคนนี้ แต่เธออิจฉาต่างหาก อิจฉาที่หล่อนได้อยู่ในอ้อมแขนของชายที่รักในทุกๆ ที่ที่หล่อนต้องการ ในขณะที่อ้อมแขนของชายที่เธอรัก เขามีให้เธอเฉพาะตอนที่อยู่บนเตียงเท่านั้น
“ฉันจะไปข้างนอกกับคุณแพรว นัดตอนบ่ายเลื่อนไปวันพรุ่งนี้”
เขาสั่งเรียบๆ ตามแบบฉบับของเขาแล้วเดินเคียงคู่กันออกไป ไม่รอฟังคำขานรับของเธอด้วยซ้ำ เธอมองตามร่างของคนทั้งสองไม่วางตา เมื่อไรหนอเธอถึงจะมีโอกาสได้เดินเคียงคู่กับเขาอย่างนี้บ้าง เมื่อไหร่กัน
[----------]
วันถัดมา
คุณหญิงวารีฉีกยิ้มกว้างด้วยความพออกพอใจเมื่อเห็นข่าวในเพจซุบซิบดาราบนสมาร์ตโฟนที่นางถืออยู่ มิเสียแรงที่นางเลี้ยงดูปูเสื่อนักข่าวอย่างดี ภาพเด่นเห็นชัดอย่างนี้ช่างคุ้มค่าจริงๆ ในภาพนั้นมีลูกชายนางกำลังตระกองกอดแพรวรุ้งแนบแน่นยามเดินออกมาจากผับไฮโซแห่งหนึ่ง ตามด้วยคำบรรยายใต้ภาพที่ถูกใจนางเหลือเกิน
‘หัวใจน้ำแข็งที่ว่าเย็นเยือกจับจิต ของบอสใหญ่แห่ง GB คงได้เวลาละลายจริงๆ แล้วคราวนี้ เพราะได้รับไฟรักที่อบอุ่นเข้าขั้นร้อนจัดของนางแบบสาวสุดเซ็กซี่นามว่า แพรวรุ้ง อิงแอบแนบชิดไม่ห่างกาย
เห็นทีว่าว่าที่ลูกสะใภ้ของคุณหญิงวารี คงหนีไม่พ้นนางแบบสาวคนสวยแน่ๆ แต่งเมื่อไหร่อย่าลืมบอกกันบ้างนะคะ คุณแพรวรุ้งขา...
“อ่านอะไรอยู่คะคุณหญิง อ้อ...ที่แท้ก็ข่าวลูกตัวเอง มิน่าล่ะถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ รู้สึกยังไงบ้างละคะ เสียเงินเปย์นักข่าวไม่พอ ยังต้องมาเสียเวลาตามเช็กอีกว่ามีข่าวลูกชายหรือเปล่า มีความสุขมากไหมคะคุณหญิงเจ้าขา...”
ท้ายประโยคลากเสียงยาวจนคนฟังรำคาญ คนเป็นแม่ต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากบุตรสาว
“อย่ามาแขวะแม่แต่เช้าน้องวา ถึงยังไงวันนี้แม่ก็ไม่โกรธ เพราะว่าอารมณ์ดี”
คุณหญิงพูดแล้วอมยิ้ม คนแขวะเลยหน้ามุ่ยเพราะไม่ได้ดั่งใจ คุณน้องคนงามกะว่าจะได้เห็นหน้าเง้างอนของมารดาให้ได้ง้อแก้เซ็งเสียหน่อย เลยต้องมีอันพับเก็บความคิดนั้นไปโดยปริยาย
“หน้างออย่างนี้ยังหาเพื่อนไม่เจอใช่ไหมล่ะ ให้กวินช่วยหาไหม เดี๋ยวแม่บอกพี่เขาให้” นางเสนอความคิด เพราะหากเป็นบุตรชายบุญธรรมของนางแล้วละก็ เรื่องเท่านี้ไม่เกินความสามารถของเขาแน่ๆ อีกอย่างนางชักรำคาญคุณน้องวาของบ้านเต็มทน เรียนจบตั้งแต่ปีที่แล้ว นางอุตส่าห์ผ่อนผันให้เที่ยวต่ออีกตั้งเกือบปี พอกลับมาแทนที่จะไปช่วยงานพี่ชายที่บริษัท แต่แม่ลูกสาวจอมขี้เกียจกลับลอยไปลอยมา อ้างว่าเหนื่อยบ้างละ ขอตามหาเพื่อนรักให้เจอก่อนบ้างละ ไม่รู้ว่าแม่ตัวดีจะเล่นแง่ไปถึงไหน
“คุณแม่คะ รู้นะว่าแอบนินทาในใจ”
คุณหญิงค้อนวารินทร์ไปหนึ่งที นี่ละลูกสาวนางจริงแท้แน่นอนไม่มีหลอก รู้ทันนางตลอด
“น้องวาไม่อยากกวนพี่กวินนี่คะ รออีเมลจากเธออีกสักอาทิตย์ก็แล้วกันค่ะ ถ้าไม่เจอค่อยบอกคุณแม่อีกที”
“จะอะไรกันนักกันหนาลูก เพื่อนแค่คนเดียว”
“โธ่คุณแม่ขา...เพื่อนคนนี้รักมากๆ เลยนะคะ ตอนอยู่ที่อังกฤษถ้าไม่ได้เธอ น้องวาคงแย่ ทั้งซักผ้ารีดผ้าเอย ทำกับข้าวเอย ถ้าเธอไม่ช่วยสอน น้องวาจะทำเป็นที่ไหน คุณแม่ต้องรักเพื่อนคนนี้ของน้องวาให้มากๆ นะคะ เพราะว่าเธอช่วยทำให้สาวน้อยของคุณแม่ กลายเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมขนาดนี้” เยินยอเพื่อนสาวให้มารดาฟัง นัยน์ตาเป็นประกายวิบวับยามนึกถึงเพื่อนที่แสนดีอย่างเพิร์ล ยัยเพื่อนรักสอนเธอจนชำนาญทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเข้าครัวทำกับข้าว หัวเธอมันไม่รับจริงๆ
