บทที่ 5 EP 2/1 เพราะรักจึงยอม
...oooo...
[2]
เพราะรักจึงยอม
...oooo...
เกล็ดมุกตื่นแต่เช้าตรู่ อาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดสบายๆ คือเสื้อโปโลสีครีมอ่อนกับกางเกงผ้านิ่มสีเดียวกัน มันถูกคาดทับด้วยเข็มขัดหนังริ้วเล็กๆ สานจนเป็นเส้นโต เส้นผมสีนิลสนิทเป็นลอนสวยถูกเจ้าของจับยกช่อขึ้นไปลวกๆ ลูกผมบางส่วนเลยคลอเคลียที่ลำคอเรียวระหง
วาคิมยืนนิ่งที่หน้าประตู นัยน์ตาสีนิลของเขาถูกตรึงไว้ด้วยวงหน้าหวานหยดและเรือนร่างนาฬิกาทรายตรงหน้า ใบหน้าเนียนใสของหล่อนเกลี้ยงเกลาดุจสาวรุ่น จมูกโด่งรั้นได้รูป พวงแก้มแดงระเรื่อน่าดมดอม และท้ายสุดริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบสีชมพูเหลือบมุกมันวาว มันช่างน่าจุมพิตหนักๆ ให้หนำใจสักที
“เธอจะไปไหน”
เสียงเรียบเย็นเอ่ยขึ้นเมื่อได้สติ ความน่ารักน่าใคร่ของหล่อนกำลังปลุกบางส่วนในร่างกายเขาให้ตื่นเพริดพร้อมรบ
เกล็ดมุกสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะตอบออกไป
“ไป...ไปวัดค่ะ ไปทำบุญวันเกิด”
เขาพยักหน้ารับรู้ เกล็ดมุกลอบถอนหายใจ หันไปจัดการกับสำรับอาหารที่เตรียมไปใส่บาตร หัวใจดวงน้อยแห้งเหี่ยวอับเฉา บางทีเธอก็แอบหวังจะได้ยินเขาพูดว่า...ให้ฉันไปส่งไหมมุก หรือว่า ตอนกลับเดี๋ยวฉันไปรับนะ อะไรประมาณนี้ ทว่าเธอก็รู้ดีอยู่แก่ใจ มันไม่มีทางเป็นไปได้
“รอสักสิบนาทีได้ไหม เดี๋ยวฉันพาไป”
มือเรียวที่กำลังหยิบข้าวของลงตะกร้า หยุดชะงัก ริมฝีปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มส่งมาให้เขาด้วยยินดี ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาเอ่ยประโยคนั้น ทั้งๆ ที่วันนี้เขามีนัดสำคัญกับคนพิเศษ บางทีอาจเป็นรอยยิ้มของเกล็ดมุก มันทำให้เขากลับคำไม่ลง
“โอ...จริงหรือคะ ขอบคุณค่ะคุณวา เป็นของขวัญวันเกิดที่วิเศษที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ...ขอบคุณจริงๆ” เกล็ดมุกพร่ำบอกวาคิมด้วยความตื้นตัน หยดน้ำใสๆ ไหลมาขังคลอในหน่วยตาคู่สวยของหล่อน หัวใจดวงเดิมที่แห้งเหี่ยวอับเฉาอยู่เมื่อครู่ ก็พลันชุ่มฉ่ำเพียงเพราะคำพูดประโยคนั้น
‘สักวันหนึ่งเกล็ดมุกบางๆ อย่างฉัน จะละลายน้ำแข็งในใจคุณให้ได้ วาคิม!’
...oooo...
วันคล้ายวันเกิดปีนี้เกล็ดมุกมีความสุขเหลือเกิน ไม่มีนักข่าว ไม่มีบอดี้การ์ด ไม่มีสายตาอยากรู้อยากเห็นกึ่งเย้ยหยันของพนักงานที่บริษัท ที่สำคัญสามีทางพฤตินัยผู้เฉยชา ยังแอบอมยิ้มให้เธอได้เห็นบ่อยๆ เธออยากให้เขาเป็นแบบนี้ อยากเห็นเขายิ้มเพราะมีเธอเป็นต้นเหตุ
‘ขอให้บุญกุศลที่ลูกได้ทำในวันนี้ ช่วยหนุนนำให้ความรักของลูกสุขสมหวังทีเถิด หากแม้ว่าหนทางข้างหน้าลูกต้องเผชิญต่ออุปสรรคใดๆ ลูกก็พร้อมจะสู้ ขอเพียงให้ลูกและชายที่รักได้ครองคู่อยู่กันจนแก่เฒ่า...สาธุ’
เกล็ดมุกตั้งจิตอธิษฐาน ยกขันข้าวขึ้นเหนือกระหม่อม วาคิมอาสาเป็นคนคดข้าว เธออมยิ้มยินดี เมื่อวาคิมยินยอมให้มือของเธอเกาะกุมมือเขาเหนือด้ามทัพพี พวกเธอบรรจงตักข้าวสวยหอมกรุ่นลงในบาตร ตามด้วยสำรับคาวหวานที่เตรียมมา หลังจากนั้นก็ไปถวายสังฆทาน ตบท้ายด้วยการปล่อยนก ปล่อยปลา ตามแต่เจ้าของวันเกิดอย่างเธอจะบัญชา
วันนี้วาคิมช่างมีความอดทนเป็นเลิศ แม้ว่าเปลวแดดแรงร้อนจะลามเลียเนื้อตัวขาวผ่องจนแดงเรื่อ เขาก็ไม่แยแส ไม่มีปริปากบ่น ชายหนุ่มยอมทนในสิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะทนได้ด้วยซ้ำ
เกล็ดมุกมองตามแผ่นหลังกว้างของวาคิม เมื่อเขาบอกว่าต้องกลับไปเอาของที่ลืมไว้บนศาลา แต่ทว่าตอนที่เธอหันหลังกลับเพียงเสี้ยววินาที...
โครม!
“ว้าย!” ถึงกับหวีดร้องเมื่อร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงคนหนึ่งวิ่งมาชนเสียเต็มรัก เธอเจ็บจุกลุกไม่ขึ้นไปหลายนาที แต่เสียงร้องของเด็กหญิงตัวน้อยทำให้เธอต้องข่มความเจ็บแล้วลุกไปดู
วาคิมรีบวิ่งมาที่เกิดเหตุ ทันได้เห็นแม่หนูจอมซุ่มซ่ามทำให้คนของเขาต้องเจ็บตัว แต่ที่น่าโมโหคือเกล็ดมุก หล่อนไม่ได้ห่วงอาการบาดเจ็บของตนสักนิด กลับกุลีกุจอช่วยปลอบแม่หนูน้อยที่กำลังร้องระงมนั่นแทน น่าโมโหนัก เขาหรืออุตส่าห์เป็นห่วง
“โอ๋ๆๆ ไม่ร้องนะคะคนดี แค่เข่าถลอกเท่านั้นเอง เดี๋ยวพี่มุกเป่าคาหายเจ็บให้นะ ฟู่ๆ เพี้ยง! หายแล้ว”
เกล็ดมุกเป่าลมเบาๆ ลงบนเข่าของแม่หนู มือเรียวปัดเศษดินเศษหญ้าออกจากกระโปรงให้สาวน้อยขี้แย โดยรวมแล้วร่างกายภายนอกไม่มีอะไรน่าห่วง แม่หนูคงแค่ตกใจ แต่เอ...รองเท้าน้องหายไปไหนก็ไม่รู้
“คุณวาคะ ช่วยมุกหารองเท้าแตะให้น้องทีสิ” ออกคำสั่งกลายๆ เมื่อวาคิมยังยืนนิ่งไม่ยอมเข้าช่วยเหลือ เขาคงสนุกละมั้งที่ได้ละลายลมหายใจทิ้งกลางแดดเปรี้ยงๆ
สั่งกันอีกแล้วนะเกล็ดมุก เขาไม่คุ้นชินกับการรับคำสั่ง แต่ก็ยังทนฝืน ร่างสูงใหญ่ออกเดินตามหารองเท้าแตะ ก้มๆ เงยๆ ทั่วบริเวณ ทั้งพุ่มไม้ใบหนาและพงหญ้าเตี้ยๆ ข้างทาง เพียงชั่วครู่ก็เดินกลับมาหาสองสาวอีกครั้ง เขายื่นรองเท้าเจ้ากรรมให้เกล็ดมุก ไม่รู้ว่าเดินชนกันท่าไหน รองเท้าแตะบ้าๆ คู่นี้ ถึงได้กระเด็นเข้าป่าเข้าพง เดือดร้อนเขา
เจ้าชายน้ำแข็งละลายทีละนิดแล้ว ความอดทนของเขาเริ่มต่ำลงๆ ยิ่งกลางแดดเปรี้ยงๆ อย่างนี้ พระเพลิงแห่งโทสะมันยิ่งพร้อมจะทะลุจุดเดือด
ชายหนุ่มใบหน้าตึงเรียบไร้อารมณ์ มีเพียงนัยน์ตาเขียวขุ่นของเขาเท่านั้นที่บ่งบอกเกล็ดมุกว่าเขากำลังไม่พอใจ หญิงสาวหน้าม่อย เมื่อครู่นี้ก็ยังดีอยู่แท้ๆ ความผิดใครล่ะทีนี้ หรือว่าเป็นเพราะดวงตะวันสาดแสงใส่เจ้าชายน้ำแข็งจนเริ่มละลายเข้าใกล้จุดเดือด
เธอสวมรองเท้าให้แม่หนูแล้วพาเดินไปนั่งใต้ร่มไม้ รอคอยกระทั่งแม่หนูน้อยมีผู้ปกครองมารับ ก่อนจะหันกลับมาสนใจวาคิมอีกครั้ง ใบหน้าบึ้งตึงของเขายังคงสภาพอยู่เช่นเดิม ราวกับว่าเจ้าของพยายามรักษามันเอาไว้
