บทที่ 1 1

 “หนูณิ ปล่อยแม่เขาไปซะ เมื่อเขาไม่อยากจะอยู่กับเรา” คฑาวุฒินักธุรกิจหนุ่มที่กำลังจะถูกฟ้องร้องล้มละลาย เข้ามาดึงร่างบุตรสาวให้ออกห่างจากอดีตภรรยา ซึ่งตัวเขานั้น ก็ไม่คาดคิด ว่าคนที่เคยใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเกือบแปดปีเต็ม จะกล้าทิ้งเขากับลูกไปในยามที่ลำบาก สงสารก็แต่ปาณิสรา จะต้องกำพร้าแม่ตั้งแต่ยังเด็ก

“กรี๊ดดด! ไม่ ณิจะไม่ยอมให้คุณแม่ไปจากณิ ฮือๆ คุณแม่ขา อย่าทิ้งณิ อย่าทิ้งคุณพ่อไปเลยนะคะ” เด็กหญิงตัวน้อยพยายามสะบัดแขนเล็กออกจากการเกาะกุมของบิดาสุดแรง พร้อมหันไปอ้อนวอนมารดาทั้งคราบน้ำตานองหน้า

“ยัยภัสเร็วๆ สิ เดี๋ยวไม่ทันขึ้นเครื่อง” นางนวลแก้วตะโกนเร่งเร้าบุตรสาวให้ขึ้นรถ โดยไม่สนใจเสียงสะอึกสะอื้น ปริ่มว่าจะขาดใจจากหลานสาวตัวน้อยเลยสักนิด

“ค่ะคุณแม่ ยัยณิ แม่ไปนะลูก ดูแลคุณพ่อด้วย แล้วแม่จะหาโอกาสกลับมาเยี่ยม” ประภัสสรย่อตัวลงสวมกอดบุตรสาวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนผละร่างเดินขึ้นไปนั่งบนรถ ซึ่งจอดรออยู่ที่หน้าประตูบ้าน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเด็กหญิงตัวน้อย ตะเกียกตะกายร่างวิ่งตามรถที่พามารดาหนีตนไป จนคฑาวุฒิ ต้องรีบคว้าร่างเล็กมากอดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขาเองก็เสียใจไม่แพ้บุตรสาวเลยสักนิด อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ แต่เชื่อว่าสักวันหนึ่ง ประภัสสรคิดได้ ก็คงกลับมาเอง

หลังจากคฑาวุฒิถูกฟ้องร้องล้มละลาย จนสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่เหลือแม้กระทั่งบ้าน ที่สร้างขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงก็ถูกยึดไปด้วย ชายหนุ่มต้องระหกระเหิน พาลูกน้อยไปขออาศัยอยู่กับเพื่อนสนิทชั่วคราว และเริ่มต้นชีวิตใหม่ หวังว่าสักวันหนึ่ง ประภัสสรอดีตภรรยาจะหวนกลับมาหาตนกับลูก แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง เมื่อเห็นข่าวของอดีตภรรยาประกาศแต่งงานกับนายทหารหนุ่มอนาคตไกลในหน้าหนังสือพิมพ์ คฑาวุฒิรู้สึกเหมือนอนาคตกำลังดับวูบ จึงเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องนอน ไม่ยอมออกมาพบหน้าผู้คน ไม่เว้นแม้กระทั่งปาณิสรา เพราะความอ่อนแอภายในจิตใจ บวกกับปัญหาชีวิตที่รุมเร้าเข้ามา ทำให้คฑาวุฒิตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่คาดฝัน โทรศัพท์ไปล่ำลาคคนางค์พี่สาวเป็นครั้งสุดท้าย ที่เป็นญาติเพียงคนเดียว ซึ่งตอนนี้ได้ไปใช้ชีวิตคู่อยู่กับนักธุรกิจชาวเยอรมัน พร้อมกับฝากฝังให้ช่วยดูแลปาณิสราแทนตนด้วย จากนั้นก็ตัดสายกดปิดเครื่อง ก่อนยกปืนขึ้นจ่อที่ขมับ ฆ่าตัวตายในคืนวันแต่งงานของอดีตภรรยา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ได้สร้างความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ให้กับเด็กหญิงตัวน้อยอย่างแสนสาหัส

หลังจากถูกคฑาวุฒิตัดสายทิ้งไปดื้อๆ คคนางค์ก็พยายามโทร.กลับไปหา ปรากฏว่าน้องชายปิดเครื่อง จึงร้อนใจ รีบเดินทางกลับมาที่เมืองไทยเป็นการด่วน แต่ก็สายเกินไป  เพราะคฑาวุฒิได้ลาลับโลกไปแล้ว ทิ้งให้ปาณิสราลูกน้อย เผชิญโลกอยู่เพียงลำพัง เสร็จสิ้นจากงานฌาปนกิจศพของคฑาวุฒิ แต่ปาณิสรายังเฝ้ารอมารดามารับวันแล้ววันเล่า แต่ก็กลับพบแต่ความว่างเปล่า ใบหน้านวลเนียนของเด็กน้อยเปื้อนไปด้วยน้ำตา วันแล้ววันเล่า คคนางค์ผู้เป็นป้าเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ จึงรับปาณิสราไปเลี้ยงดูที่เยอรมนี หวังให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีและมีความสุข

ยี่สิบเอ็ดปีต่อมา ที่ประเทศเยอรมนี

           ปาณิสรา ประภัทรมนตรี พรวดพราดเปิดประตูเข้ามาภายในห้องทำงานของญาติผู้พี่ โดยไม่เคาะประตู เพราะความเคยชิน แต่กลับไม่ชินกับภาพตรงหน้า ที่กำลังดำเนินไปอย่างถึงพริกถึงขิง

“ว้าย!” หญิงสาวหวีดร้องเสียงหลงด้วยอารามตกใจ แล้วรีบหันหลังให้ทั้งคู่ทันที พลางยกมือเรียวขึ้นกุมหัวใจของตนเองไว้ ราวกับกลัวว่ามันจะกระเด็นกระดอนออกมาจากอก

“เสียมารยาท” แพทริเซียนางแบบสาวคู่ควงของเควิน แม็คคาเวล ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับปาณิสรามานาน สบถเสียงออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ที่จู่ๆ ก็มีมารโผล่เข้ามาขัดจังหวะความสุข ระหว่างเธอกับนักธุรกิจหนุ่ม ก่อนก้มลงหยิบชุดที่เพิ่งถอดออกขึ้นมาสวมใส่

“ไร้ยางอาย” ปาณิสราเองก็ไม่ยอมให้ใคร มาต่อว่าง่ายๆ เช่นเดียวกัน ขณะที่สองเสือสาวกำลังจะกระโจนเข้าหากัน ชายหนุ่มเพียงคนเดียวในห้อง ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แล้วเดินเข้าไปโอบไหล่บางของน้องสาวสุดที่รัก ทำเหมือนกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ ไม่มีท่าทีตื่นตระหนกตกใจเลยสักนิด พอๆ กับนางแบบสาว

“นิต้ามีอะไรกับพี่งั้นเหรอ” เควินเอ่ยถามญาติผู้น้อง พร้อมโบกมือให้แพทริเซียกลับไปก่อน เวลานี้ไม่มีใครสำคัญมากไปกว่าน้องสาวคนนี้อีกแล้ว จนนางแบบสาวกระฟัดกระเฟียด กระแทกเท้าสะบัดหน้าถือกระเป๋าออกไปจากห้องทำงานของประธานบริษัทผลิตรถยนต์ ยักษ์ใหญ่ที่สุดของประเทศเยอรมนี

“ไล่ไป ไม่กลัวยัยนั่นโกรธหรือไงเควิน” ปาณิสราหันมาถามพี่ชาย แต่อีกฝ่ายกลับยักไหล่ราวไม่แคร์

“นิต้าก็รู้นี่ ว่าในชีวิตนี้ พี่แคร์ผู้หญิงเพียงสองคนเท่านั้น คือนิต้ากับคุณแม่ เราอย่าพูดถึงคนอื่นให้เสียเวลาเลยนะ ตกลงมาหาพี่ถึงที่ห้องทำงาน มีอะไรหรือเปล่า” นักธุรกิจหนุ่มเอ่ยถาม แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใย แม้ปาณิสราที่ภายนอกอาจจะดูเป็นคนแข็งกร้าว แรงๆ ตรงไปตรงมา แต่ภายในจิตใจนั้น อ่อนไหว เปราะบางมาก จนเขาต้องคอยดูแลเป็นพิเศษ

“นิต้าจะมาถามเรื่องที่ให้ไปสืบ ถึงไหนแล้วคะ” ปาณิสราหลีกเลี่ยงเอ่ยถึงบุคคล ที่เธอเคยเรียกว่าแม่ แม่ คำคำนี้อาจจะดูยิ่งใหญ่สำหรับใครหลายๆ คน แต่สำหรับเธอ มันคือความเลวร้ายที่สุดในชีวิต แม่คือคนที่ทำให้เธอต้องสูญเสียบิดาอันเป็นที่รักไปตลอดกาล

“เอ่อ...พี่ว่า เราอย่าไปยุ่งกับคุณหญิงประภัสสรเลยนะ” เควินไม่อยากให้ความแค้นที่สั่งสมในใจของญาติผู้น้อง มาทำลายชีวิตอันแสนสุขของเธอไป

“ไม่! นิต้าจะทำให้ผู้หญิงคนนั้น ได้รู้จักกับคำว่าสูญเสีย และความเจ็บปวดเสียบ้าง เหมือนที่คุณพ่อกับนิต้าเคยได้รับ” ปาณิสราแหวเสียงสวนขึ้นมาทันที แววตาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด สองมือเรียวกำหมัดแน่น จนเส้นเลือดปูดโปนออกมา เควินเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปโอบกอดร่างบาง แล้วกดร่างนิ่งแนบกับอกแกร่ง หวังให้จิตใจเธอสงบลง

“ถ้าเควินไม่ช่วยนิต้า ก็ไม่เป็นไร นิต้าจะไปหาทางสืบเองก็ได้” ปาณิสราสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนของญาติผู้พี่ ด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ คิดว่าชายหนุ่มกำลังเข้าข้างคนอื่น

“ใจเย็นๆ ก่อนสินิต้า พี่บอกตั้งแต่เมื่อไหร่ ว่าไม่ช่วย” ชายหนุ่มรีบดึงร่างเล็กกลับมานั่งตามเดิม แต่เหมือนอีกฝ่ายยังจะพยศไม่เลิก

“ช่วย ช่วยอะไรมิทราบ เมื่อกี้ยังบอก ไม่ให้นิต้าไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นอยู่เลย” ปาณิสราหันมาตวาดแว้ดสวนกลับทันควัน

บทถัดไป