บทที่ 10 10

“ขอบคุณค่ะป้าแจ่ม” ปาณิสราประคองร่างแม่บ้านวัยกลางคนเข้ามานั่งภายในห้องนอน ซึ่งมีกองผ้าถูกรื้อค้นออกมาจากกระเป๋าเดินทางกระจายเต็มเตียงนอน

“เอ่อ...ห้องรกไปหน่อยค่ะ นิต้าว่าจะจัดของเข้าตู้สักหน่อย” หญิงสาวเดินไปรื้อค้นของในกระเป๋าออกมาจัดต่อ

“เดี๋ยวป้าทำให้เองค่ะคุณหนู” ป้าแจ่มศรีวางแก้วนมไว้ที่โต๊ะเล็กข้างเตียงนอน แล้วรีบเดินเข้าไปหานายสาว หวังช่วยจัดแจงเสื้อผ้าเข้าตู้ให้ แต่หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ป้าแจ่มกลับไปพักเถอะค่ะ ทางนี้นิต้าจัดเองได้”

“แต่ว่าคุณหนูเดินทางมาเหนื่อยๆ นะคะ”

“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เสื้อผ้าแค่สองกระเป๋าเอง สบายมาก”

“ดื้อจริงคุณหนู ว่าแต่กลับมาคราวนี้ จะไม่แวะไปกราบคุณหญิงประภัสสรสักหน่อยเหรอคะ” คำถามนั้นทำเอา    ปาณิสราถึงกับหุบยิ้มลงฉับพลัน

“เอ่อ...ป้าขอโทษค่ะคุณหนู” ป้าแจ่มศรีกล่าวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ ที่เผลอไปทำให้คุณหนูของนางไม่พอใจ

“เขาคงจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่ามีนิต้าเป็นลูก” หญิงสาวพูดเสียงสั่นเครือ

“ไม่มีแม่คนไหน ลืมลูกตัวเองได้หรอกค่ะ” หญิงวัยกลางคนพยายามพูดเป็นกลางที่สุด

“แม่อย่างคุณหญิงประภัสสรไงคะ ใจร้าย ใจดำ ทิ้งนิต้ากับคุณพ่อยามที่ลำบาก ไม่สนใจไยดีว่าจะเป็นยังไง” ปาณิสรา กำหมัดทั้งสองข้างไว้แน่น จนเห็นเส้นเลือดปูดออกมา

“โธ่! คุณหนู คุณหญิงอาจจะมีเหตุผลก็ได้นะคะ” ป้า  แจ่มศรีเอื้อมมือมาแตะนายสาวเบาๆ

“เหตุผลอยากจะมีสามีใหม่ อยากจะอยู่สบาย ไม่สนใจว่านิต้ากับคุณพ่อจะเป็นยังไงบ้าง”

“ไม่เอาค่ะ อย่าพูดถึงคุณแม่แบบนั้น มันไม่ดีนะคะ” แม่บ้านวัยกลางคนร้องปราม

“ก็จริงนี่คะป้าแจ่ม สิ่งที่เขาทำให้นิต้าเจ็บปวดไม่รู้ลืม คือวันที่เขากำลังแต่งงานมีความสุข กลับเป็นวันที่นิต้าต้องสูญเสียคุณพ่อไปตลอดกาล” หญิงสาวกัดฟันพูดอย่างเคียดแค้น จดจำวันเลวร้ายนั้นได้ขึ้นใจ วันที่ตนได้ยินเสียงปืนดังลั่นออกมาจากห้องนอนของบิดา จึงเปิดประตูเข้าไปดู เห็นท่านนอนจมกองเลือดอยู่ ภาพนั้นยังติดตา หลอกหลอนเธอทุกค่ำคืน

“คุณหนูของป้า” แม่บ้านวัยกลางคน ขยับตัวเข้ามาสวมกอดคุณหนูของนาง พลางลูบไล้แผ่นหลังไปมาเพื่อปลอบขวัญ รู้สึกสงสารชะตาของเด็กสาว ที่ประสบพบเจอมาตั้งแต่เยาว์วัย ใช่ว่านางจะไม่โกรธคุณหญิงประภัสสรเจ้านายเก่า แต่คนนอกเช่นนาง ก็ไม่มีสิทธิ์ไปกล่าวเตือนอะไรได้

“นิต้าจะไม่มีวันให้อภัยผู้หญิงคนนั้น นิต้าเกลียดเขา ฮือๆๆ” ปาณิสราถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น

“ไม่เอาค่ะคุณหนู อย่าพูดถึงคุณแม่แบบนั้น จะเป็นบาปติดตัว” ป้าแจ่มศรีกล่าวปลอบ พลางตำหนิกลายๆ ไม่อยากให้คุณหนูของตนมีบาปติดตัว ที่ไปว่าร้ายต่อบุพการีผู้ให้กำเนิด แม้จะเป็นเรื่องจริงก็ตาม จนผู้เป็นนายหน้ามุ่ย

“ป้าแจ่มเข้าข้างเขา”

“ป้าไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ป้าเตือนด้วยความหวังดี ถึงท่านจะเลวร้ายยังไง คุณหญิงก็เป็นผู้ที่ให้กำเนิด อุ้มท้องคุณหนูมาตั้งเก้าเดือนนะคะ”

“นิต้าแค่มาอาศัยท้องเท่านั้นแหละค่ะ” ปาณิสราสวนกลับทันควัน

“คุณหนู!” นางอุทานออกมาเสียงหลง ไม่คิดว่าปาณิสราจะมีความคิดแบบนี้

“ก็จริงนี่คะ เขาไม่คิดว่านิต้าเป็นลูกด้วยซ้ำ แล้วทำไมนิต้าต้องคิดว่าเขาเป็นแม่ด้วย” ปาณิสรากรีดเสียงร้องราวกับคนคลุ้มคลั่ง มือเริ่มสั่น ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ แต่ป้าแจ่มศรีกลับไม่มีท่าทางตกใจ เพราะนางพอจะทราบอาการมาจากเควิน ที่เคยโทร.มาคุยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวหญิงสาวให้ฟัง

“ใจเย็นๆ นะคะคุณหนู เราอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลยนะคะ” นางดึงร่างนายสาวมาสวมกอดปลอบใจอีกครั้ง พร้อมยกมืออวบๆ ลูบไล้แผ่นหลังเบาๆ จนปาณิสราสงบลง เพียงแต่ร้องไห้กระซิกกับอกนางเงียบๆ

“ป้าเป็นห่วงคุณหนูนะคะ”

“ขอบคุณค่ะป้าแจ่ม” หญิงสาวปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ ราวเด็กน้อย

“อืม...คุณหนูพักผ่อนนะคะ วันนี้คุณหนูคงเหนื่อยจากการเดินทาง พรุ่งนี้เช้า ป้าจะให้นังนิดหน่อยขึ้นมาจัดของเข้าตู้ให้เองค่ะ” หญิงวัยกลางคนเอื้อมมืออวบๆ ขึ้นเช็ดคราบน้ำตาออกจากแก้มนวลของนายสาวแผ่วเบา

“ไม่ต้องหรอกค่ะ รบกวนพี่นิดหน่อยเปล่าๆ เสื้อผ้านิต้านำมาก็ไม่เยอะเท่าไหร่ นิต้าจัดการเองได้ ป้าแจ่มไปนอนเถอะค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้วด้วย”

“ก็ได้ค่ะ...แต่คุณหนูต้องดื่มนมนี่ ให้หมดแก้วก่อน ป้าจะได้ถือลงไปเก็บด้านล่างให้” ป้าแจ่มศรีหันไปหยิบแก้วนมจากโต๊ะข้างหัวเตียงนอนมายื่นให้แก่นายสาว

“ค่ะป้าแจ่ม” หญิงสาวรับมายกดื่มจนหมดแก้ว ก่อนส่งคืนให้กับแม่บ้าน

“เก่งมากค่ะคุณหนู งั้นพักผ่อนเถอะค่ะ ป้าไม่รบกวนแล้ว” นางกล่าวจบ ก็เดินออกไปจากห้องนอนของนายสาวพร้อมแก้วนมเปล่า จากนั้นหญิงสาวก็หันมาจัดแจงเก็บของ แต่สายตาพลันเหลือบไปเห็นกรอบรูปบิดา ที่ตนพกพามาด้วยทุกครั้งที่ต้องเดินทางไปไหน

“คุณพ่อขา นิต้าจะทำให้ผู้หญิงคนนั้น ได้รับบทเรียนราคาแพง เหมือนที่นิต้ากับคุณพ่อเคยได้รับ เป็นกำลังใจให้นิต้าด้วยนะคะ” หญิงสาวกล่าวพึมพำกับกรอบรูปของบิดา แล้วยกขึ้นมากอดไว้แนบอก น้ำไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวย ด้วยหัวใจที่อ่อนแอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป