บทที่ 12 12
เมื่อณัฐดนัยพาซาร่ามานั่งที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยสาวเท้าเดินออกไป หวังกลับไปหาปาณิสราอีกครั้ง แต่ทว่าหญิงสาวเดินตามเข้ามาเสียก่อน พร้อมๆ กับแม่บ้านนำอาหารเข้ามาวางที่โต๊ะ
“กลิ่นข้าวต้มหอมเชียวค่ะ นิต้ากำลังหิวอยู่พอดี” ปาณิสราพูดพลางทำท่าทางประกอบ ทำให้ทุกคนพลอยยิ้มตามไปด้วยความเอ็นดู จากนั้นป้าแจ่มศรีก็หันไปบอกหลานสาว
“นิดหน่อยตักข้าวให้คุณๆ เลย”
“ค่าป้า” สาวใช้นิดหน่อยรับคำ หันไปทำหน้าที่ของตนอย่างคล่องแคล่ว
“ป้าแจ่มมานั่งทานด้วยกันสิคะ” ปาณิสราลุกขึ้นมาประคองร่างท้วมแม่บ้านวัยกลางคน ให้นั่งลงข้างๆ กับซาร่า
“อย่าเลยค่ะคุณหนู ป้าเป็นเพียงบ่าว ไม่สมควรมานั่งร่วมโต๊ะด้วย และเกรงใจแขกด้วย” ป้าแจ่มศรีมองไปยังณัฐดนัย นักธุรกิจหนุ่มแขกคนสำคัญ
“ไม่ต้องเกรงใจครับป้าแจ่ม ผมไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่างอะไร” ณัฐดนัยหันมาพูดกับหญิงวัยกลางคนอย่างนอบน้อมและให้เกียรติ จนซาร่าเหลือบสายตาขึ้นมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ชื่นชม
“นั่นสิคะป้าแจ่ม อย่าคิดมากสิคะ เราอยู่กันเหมือนครอบครัว ไม่มีลูกจ้างกับนายจ้าง พี่นิดหน่อยขอชามเพิ่มด้วยค่ะ” ปาณิสราไม่ปล่อยให้ป้าแจ่มศรีปฏิเสธรอบสอง รีบรวบรัดตัดตอน จนคนเป็นบ่าวไม่กล้าขัด
“เอ...ว่าแต่คริสไปไหน ทำไมถึงไม่ตามเข้ามาอีก” สาวเจ้าของบ้านกล่าวพึมพำขึ้นมาลอยๆ พลางมองออกไปที่หน้าประตู
“คริสอยู่ที่ห้องทำงาน กำลังเตรียมเอกสารสำหรับไปดูงานวันพรุ่งนี้” ซาร่าหันมาไขข้อข้องใจให้กับปาณิสรา จากนั้นภายในโต๊ะอาหารจึงตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา จวบจนรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ปาณิสราได้เชื้อเชิญแขกหนุ่มไปนั่งที่ห้องนั่งเล่น แต่อีกฝ่ายกล่าวขอตัว เนื่องจากต้องเข้าบริษัท เพราะมีประชุมช่วงเก้าโมงครึ่ง
“งั้นพี่ขอตัวกลับก่อนนะครับ เย็นนี้ ถ้าไม่ติดธุระอะไร อาจจะมาทานข้าวด้วย”
“ได้ค่ะพี่แดน แล้วนิต้าจะให้ซาร่าทำของอร่อยๆ ให้ทาน” ปาณิสรากล่าวยิ้มๆ แต่แฝงด้วยความนัย นักธุรกิจกลับไม่รู้สึกสะกิดใจ เพราะกำลังตาลอยจับจ้องดวงหน้าหวานของสาวตรงหน้า
“ครับ”
“ครับก็ไปสิคะพี่แดน เดี๋ยวก็ไม่ทันประชุมหรอกค่ะ” ปาณิสราดันร่างใหญ่ให้ขึ้นรถสปอร์ตที่จอดอยู่เบื้องหน้า พร้อมส่งยิ้ม ก่อนโบกมือให้ ยืนรอจนชายหนุ่มเคลื่อนรถออกไป แล้วหมุนตัวหันหลังเดินกลับเข้ามาในบ้าน ถึงกับชะงักปลายเท้าอยู่กับที่ เมื่อเห็นซาร่ากำลังด้อมๆ มองๆ อะไรที่หลังผ้าม่าน เธอจึงแอบย่องเดินไปหยุดอยู่ด้านหลัง
“แอบมองใครอยู่เหรอจ๊ะซาร่า” เสียงกระซิบเย้าเบาๆ ที่ข้างใบหู ทำเอาคนถูกจับได้สะดุ้งตกใจ
“เปล่า ฉันไม่ได้แอบมองใครสักหน่อย แค่ดูอะไรเพลินๆ เท่านั้น” ซาร่าปฏิเสธเสียงอุบอิบในลำคอ พลางหลบสายตาจับผิดของอีกฝ่าย
“โกหกไม่เก่งเลยนะเพื่อนฉัน”
“ก็ไม่มีอะไรจริงๆ นี่ ไม่ต้องมาจับผิดฉันเลย และที่สำคัญคุณแดนน่ะ เขาแอบชอบเธออยู่ เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอ” ซาร่าถอนหายใจแผ่วๆ ยอมรับว่าแอบชอบนักธุรกิจหนุ่มชาวไทย
“เธอก็รู้ ว่าฉันไม่ได้ชอบพี่แดนเชิงชู้สาว”
“ฉันรู้ เพราะเธอย้ำกับฉันเสมอ ว่าไม่มีเวลาคิดเรื่องความรัก” ซาร่ารับรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับตัวปาณิสรา เพราะเธอทั้งสองไม่เคยมีความลับต่อกัน
“แต่คุณแดนเขาเป็นคนดีนะนิต้า และเขาก็รักเธอมากด้วย ทำไมไม่ลองเปิดใจคบกับเขาดูล่ะ”
“ฉันไม่อยากเห็นคนแถวนี้ร้องไห้ขี้มูกโป่งน่ะสิ” ปาณิสราพูดยิ้มๆ
“ใครร้อง ฉันไม่มีวันร้องหรอก ฉันจะดีใจด้วยซ้ำ ที่จะมีโอกาสเห็นคนที่ฉันรักทั้งสองคนมีความสุข” ซาร่าหันมาพูด และมองเพื่อนรักด้วยแววตาจริงจัง เธอยอมเสียสละทุกอย่างได้ เพื่อให้คนที่ตนรักมีความสุข แม้จะต้องเจ็บปวดกับภาพบาดตา บาดใจก็ตาม
“คนปากแข็ง เรื่องนี้เอาไว้เป็นเรื่องของอนาคตดีกว่านะ เพราะตอนนี้ฉันมีภารกิจที่จะต้องทำมากมาย โดยเฉพาะ...” ปาณิสราหันมาเข้าโหมดจริงจัง ก่อนขอตัวเข้าไปหาคริสที่ห้องทำงาน
“ไงคริส มีเอกสารสำคัญอะไรที่ต้องให้ฉันศึกษาบ้าง”
“นี่คือแผนงานทั้งหมด ที่คุณนิต้าต้องเข้าไปดู” คริสยื่นแฟ้มให้นายสาวปึกใหญ่
“โห ทั้งหมดนี่เหรอคริส” หญิงสาวโอดครวญเป็นการใหญ่ แต่คริสเพียงแต่ยิ้มให้เท่านั้น
“ใจร้ายทั้งเจ้านายลูกน้อง” หญิงสาวบ่นงึมงำ แล้วหอบแฟ้มไปนั่งอ่านที่โซฟา เพื่อศึกษารายละเอียดของงานบริษัทที่ตนต้องไปดูงาน
“และนี่ประวัติของคนที่มาร่วมหุ้นกับเรา คุณนิต้าต้องพบเขาในวันพรุ่งนี้” คริสส่งแฟ้มประวัติคร่าวๆ ให้กับนายสาวได้ศึกษาทำความรู้จักไว้ ก่อนที่จะเข้าไปพบที่บริษัทในวันรุ่งขึ้น
“อธิป นี่อะไรกันคริส” ปาณิสราตกใจและนิ่งอึ้งไปนาน เมื่อเห็นชื่อผู้ถือหุ้นร่วมกับนิโคลัส ทำไมเควินไม่ยอมบอกเธอสักคำ
“เรื่องนี้ต้องถามเจ้านายครับ” คริสกล่าวจบ รีบต่อสายถึงเจ้านายหนุ่มทันที ก่อนถูกลูกหลงของพายุร้ายตรงหน้า
“ว่าไงคริส เรียบร้อยดีมั้ย” เควินเอ่ยทักขึ้นเท่านั้น เสียงแหลมถามสวนมาทันควัน จนผู้พี่ทำหน้ายุ่ง ยัยตัวแสบของเขาคงรู้เรื่องแล้วสินะ ถึงได้เสียงแปดหลอดกลับมา
“ครับที่รัก”
“ไม่ต้องมาที่รัก บอกนิต้ามา ทำไมไม่ยอมบอกนิต้าว่าคุณอธิปคือคนที่ร่วมหุ้นเปิดบริษัทกับคุณลุง” หญิงสาวเอ่ยถามเสียงรัวเร็ว
“พี่ก็แค่อยากให้นิต้ามารับรู้ด้วยตัวเอง ทำไมต้องโกรธด้วย”
“เควินคิดจะทำอะไรกันแน่ หรือกำลังวางแผนขัดขวางนิต้าอยู่ ฮะ” ปาณิสราเริ่มรู้สึกไม่ไว้ใจญาติผู้พี่ตงิดๆ
“เปล่า พี่กำลังช่วยเธออยู่นะ ช่วยเธอได้มีโอกาสใกล้ชิดคุณอธิปง่ายขึ้น เขาจะได้ไม่คิดว่าเข้าไปสนิทสนมเพื่อจับเขาไง” อธิปค่อนข้างไว้ตัว ไม่สนิทสนมผู้หญิงคนไหนเกินขอบเขต แม้แต่คู่หมั้นของตัวเอง
“แต่ทำไมไม่บอกนิต้าก่อน นิต้าจะได้เตรียมตัววางแผนถูก พรุ่งนี้ต้องเข้าไปพบเขาแล้วด้วย” หญิงสาวกล่าวติดกังวล
