บทที่ 2 2
“ก็พี่ไม่อยากให้นิต้า ต้องมาทุกข์ทรมานใจอีก ยี่สิบเอ็ดปีที่ผ่านมา ยังไม่เพียงพออีกเหรอ พี่เตือนด้วยความหวังดี ไม่อยากให้นิต้า กลับไปพบกับคุณหญิงประภัสสรให้ปวดใจอีก” เควินเอ่ยเสียงเหนื่อยๆ รู้สึกสงสารญาติผู้น้องจับขั้วหัวใจ กับโศกนาฏกรรมของครอบครัวเธอในอดีตที่ผ่านมา จากคำบอกเล่าของมารดา
“เพราะแบบนี้ไง นิต้าถึงอยากให้เขาได้รับความเจ็บปวดเสียบ้าง เหมือนที่นิต้าเคยเจ็บ นิต้าเจ็บเข้าใจมั้ยเควิน ว่านิต้าเจ็บ ฮือๆ” หญิงสาวโผเข้ากอดญาติผู้พี่ ก่อนปล่อยโฮออกมาสุดกลั้น
“นิต้าอาจจะต้องเจ็บปวดมากกว่านี้ ถ้าหากกลับไปเจอกับคุณหญิงประภัสสรอีก” นักธุรกิจหนุ่มผลักร่างเล็กออกจากอ้อมแขนเล็กน้อย แล้วเอื้อมมือขึ้นกรีดน้ำตาที่เปื้อนแก้มนวลออกแผ่วเบา
“นิต้ายอมได้ทั้งนั้น หากมีโอกาสได้เห็นผู้หญิงคนนั้น ได้รับความเจ็บปวด” ในเวลานี้ ไม่มีใครสามารถยับยั้งความเคียดแค้นพยาบาทภายในใจของปาณิสราได้ เวลาเท่านั้น ที่จะช่วยเยียวยาแผลในใจหญิงสาวให้เบาบางลง
“แต่ถ้าคุณแม่ทราบเรื่องนี้ ท่านคงไม่เห็นด้วย” เควินจำต้องนำมารดาขึ้นมากล่าวอ้าง หวังให้ญาติผู้น้องเปลี่ยนแปลงความคิด ล้มเลิกความตั้งใจเสีย
“ห้ามบอกเรื่องนี้กับคุณป้าเด็ดขาดเลยนะเควิน นิต้าขอร้อง” ปาณิสราช้อนสายตาขึ้นวิงวอนให้แก่ญาติผู้พี่ เพื่อขอความเห็นใจ คคนางค์เคยสั่งห้าม กำชับไม่ให้เธอไปยุ่งเกี่ยว หรือข้องแวะกับคุณหญิงประภัสสรและครอบครัวโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม เพราะท่านเอง ก็โกรธเกลียดคุณหญิงประภัสสรเข้ากระดูกดำเช่นกัน
“เอ่อ...ถ้าคุณแม่มารู้ทีหลังล่ะ เราอาจจะตายได้นะนิต้า” เควินกล่าวด้วยสีหน้าสยดสยอง ทำให้ปาณิสราอดขำไม่ได้ และไม่เชื่อว่าชายหนุ่มจะเกรงกลัวคคนางค์อย่างที่เอ่ยออกมาจริงๆ เธอเห็นเขาชอบขัดคำสั่งท่านไปเสียทุกเรื่อง
“เป็นความลับของเราสองคน คุณป้าไม่มีทางรู้หรอก ถ้านิต้าไม่พูด เควินไม่พูด นะๆ เควิน ช่วยน้องสาวสุดที่รักสักครั้งหนึ่ง แล้วนิต้าจะไม่ลืมบุญคุณ” หญิงสาวพนมมือขึ้นไหว้อ้อนวอน
“เฮ้อ! พี่ต้องยอมเราตามเคยใช่มั้ยเนี่ย” นักธุรกิจหนุ่มกลอกตาสีฟ้าไปมาแบบเซ็งๆ นี่เขาไม่เคยขัดใจน้องสาวคนนี้ได้เลยสักครั้งสินะ
“ใช่ๆ ในฐานะพี่ชายที่แสนดีไง” ปาณิสรายิ้มประจบประแจงสุดฤทธิ์ เมื่อญาติผู้พี่เริ่มใจอ่อน เอนเอียง ยอมช่วยเหลือตนในที่สุด
“หึๆ งั้นรอเดี๋ยว” เควินลุกขึ้น สาวเท้าเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงาน มายื่นให้แก่ญาติผู้น้อง ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัวใหม่ของคุณหญิงประภัสสร ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
“แฟ้มอะไรเหรอคะเควิน” หญิงสาวเอียงหน้าถาม แต่ชายหนุ่มกลับเงียบไม่ยอมตอบ ปาณิสราจึงต้องก้มหน้าลง เปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าขึ้นมาอ่าน เพื่อไขข้อข้องใจ เท่านั้นแหละ มือเรียวเล็กเริ่มสั่น หัวใจเต้นแรงกับสิ่งที่ได้รับรู้ มารดาที่ทอดทิ้งเธอไปยี่สิบเอ็ดปีก่อนนั้น อยู่ดี มีความสุขกับครอบครัวใหม่ คงลืมไปด้วยซ้ำ ว่ายังมีเธอเป็นลูกอีกคนหนึ่ง ลูกที่ท่านไม่เคยต้องการ
“มีความสุขกันมากใช่มั้ย!” ปาณิสรากัดฟันกรอด ด้วยความเคียดแค้นที่กำลังวิ่งพล่านอยู่ในใจ กับรูปภาพครอบครัวอันแสนสุขปรากฏอยู่ตรงหน้า อิจฉา คำคำนี้เด่นขึ้นมาในหัว เธอรู้สึกอิจฉาน้องสาวต่างบิดายิ่งนัก ที่ได้อยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของคุณหญิงประภัสสร อ้อมกอดที่เธอโหยหามาตลอด แต่ไม่เคยได้รับมัน
“ใจเย็นนะนิต้า” เควินเอื้อมมือมากุมมือเรียวของญาติผู้น้องไว้ หวังให้สงบลง
“นิต้าไม่เป็นอะไรค่ะเควิน” หญิงสาวปฏิเสธออกมาเสียงเครือ ทั้งน้ำตาปริ่มจวนเจียนจะหยด กับภาพมารดากำลังก้มลงหอมแก้มบุตรสาวคนใหม่ของท่าน แววตาบ่งบอกถึงความสุขออกมาชัดเจน
“พอเถอะนิต้า อย่าดูอีกเลย” นักธุรกิจหนุ่มเข้ามาแย่งรูปในมือหญิงสาวออก เขาทนเห็นเธอต้องมาเจ็บปวดกับภาพเหล่านี้ไม่ได้
“ไม่! เควิน นิต้าจะดู” ปาณิสราดึงรูปนั้นกลับมาเปิดดูอีกครั้ง รอยยิ้มอันแสนสุขของคุณหญิงประภัสสร เหมือนคมมีดมากรีดซ้ำๆ ลงกลางใจเธอจนเป็นแผลลึก ขณะนั้นเองต้องมาสะดุดกับภาพชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่ถ่ายร่วมกับครอบครัว บุญรัตนพงษ์ ประดุจเป็นคนในครอบครัว แต่ดวงตาคมเข้มคู่นั้น เหมือนมนตร์สะกด พานทำให้หัวใจที่มีแต่บาดแผล สั่นรัวไม่ทราบสาเหตุ
“มีอะไรงั้นเหรอนิต้า” เควินเอ่ยถาม เมื่อเห็นญาติผู้น้อง เอาแต่จับจ้องรูปใบนั้นไม่วางตา
“เอ่อ...คนในภาพนี้เป็นใคร เควินรู้จักหรือเปล่า” หญิงสาวยื่นรูป ที่ตนสงสัยให้แก่พี่ชายดู
“อ๋อ...คนนี้ชื่อ อธิป อัครอนุพูนชัย คู่หมั้นของน้องสาวนิต้า นี่ประวัติเขา” เควินดึงแฟ้มประวัติ คนที่กล่าวถึงให้ปาณิสรา
“เอ...อัครอนุพูนชัย นามสกุลเดียวกับคุณแดนเลยนี่คะ” ณัฐดนัยเป็นเพื่อนสนิทของเควินมาตั้งแต่ไฮสกูล จวบจนปัจจุบัน แม้ว่าณัฐดนัยจะเดินทางกลับเมืองไทยเพื่อช่วยธุรกิจของครอบครัวแล้วก็ตาม แต่ทั้งคู่ยังติดต่อไปมาหาสู่กันตลอด
“อืม...ใช่ แดนเป็นญาติกับคุณอธิป คุณพ่อแดนกับพ่อคุณอธิปเป็นพี่น้องกัน เหมือนพี่กับนิต้าไง”
“แบบนี้ก็คงง่ายขึ้น” เรียวปากบางสีกุหลาบกระตุกยิ้มที่มุมปาก เสมือนหนึ่งมีแผนร้ายอยู่ในใจ
“นี่เรา กำลังคิดจะทำอะไรนิต้า” นักธุรกิจหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น มองญาติผู้น้องอย่างรู้เท่าทันความคิด เพราะเขามีหน้าที่คอยดูแลปกป้องปาณิสราตามคำสั่งมารดามาตลอดยี่สิบเอ็ดปี มีเหรอ ที่จะอ่านความคิดน้องคนนี้ไม่ออก
“เปล่าสักหน่อย” ปาณิสราส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน พลางหลุบตาต่ำลง เพื่อหลบเลี่ยงนัยน์ตาคมเข้มกริบสีฟ้า กำลังจับจ้องมองมาราวกับต้องการจับผิด
“นิต้า! เงยหน้าขึ้นมามองพี่” เสียงเข้มดุออกคำสั่งกับคนหัวดื้อ ที่เอาแต่ก้มหน้านิ่ง เม้มเรียวปากบางไว้แน่น ไม่ยอมหลุดคำใดออกมา
“คิดจะทำอะไรนิต้า” เควินถามคาดคั้นเอาคำตอบ
“นิต้าแค่อยากทำให้ผู้หญิงคนนั้น ได้รับความเจ็บปวดเสียบ้าง ปรียาวดีคือแก้วตาดวงใจของเขา ถ้าปรียาวดีเสียใจ ผู้หญิงคนนั้นก็ต้องเสียใจตามไปด้วย”
“อย่านะนิต้า ปรียาวดีเป็นน้องของเธอนะ” เควินร้องห้ามความคิดของปาณิสรา ไม่เห็นด้วยนัก หากหญิงสาวจะเข้าไปยื้อแย่งอธิปมาจากปรียาวดี
“เด็กนั่น ไม่ใช่น้องของนิต้า นิต้าไม่มีน้อง นิต้ามีแต่พี่ชาย คือเควินเพียงคนเดียวเท่านั้น” ดวงตาคู่สวยวาววับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงโทสะ ไม่มีวัน เธอจะไม่มีวันยอมรับปรียาวดีเป็นน้องสาวโดยเด็ดขาด
“โอเคไม่ใช่ก็ไม่ใช่” เควินจำยอม อ่อนตามปาณิสราไปก่อน ไม่กล้าขัดอะไร ณ เวลานี้ น้องสาวเขาไม่ยอมรับทุกคน ที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณหญิงประภัสสรทั้งสิ้น
“แต่พี่ขอร้องละ เปลี่ยนเป็นทำอย่างอื่นแทนไม่ได้หรือนิต้า มีวิธีเอาคืนตั้งเยอะตั้งแยะ” เควินพยายามหว่านล้อม เพราะไม่อยากเห็นแววตาสดใส ไร้เดียงสาคู่นั้น ต้องมีรอยหมองเศร้า
