บทที่ 6 6

“ไม่ต้องหรอกค่ะ วดีไม่หิว” หญิงสาวปฏิเสธเสียงแผ่วๆ

“ไม่หิวก็ต้องทานครับ อย่าดื้อ”

“แต่วดีไม่หิวจริงๆ นี่”

“วดีก็รู้ว่าพี่ไม่ชอบคนดื้อ” อธิปกล่าวเสียงเข้ม เท่านั้น ปรียาวดีก็ขานรับยอมทำตามแต่โดยดี

“ตกลงกลางวันนี้ อยากจะทานอะไร เดี๋ยวพี่ให้เจ้ากริชจัดการซื้อไปให้” อธิปวกกลับมาถามเรื่องนี้อีกครั้ง ปรียาวดีจำต้องบอกชื่อเมนูออกไปมั่วๆ ทั้งที่ไม่อยากจะทานอะไรทั้งนั้น แต่ก็กลัวคู่หมั้นหนุ่มจะโกรธ

“เอาอะไรเพิ่มอีกหรือเปล่า” น้ำเสียงอธิปดูอ่อนลง เมื่ออีกฝ่ายยอมทำตามคำสั่ง

“ไม่แล้วค่ะ แล้วเย็นนี้ล่ะคะ พี่อธิปจะมาที่บ้านหรือเปล่าคะ” ปรียาวดีเอ่ยถามอย่างมีความหวัง

“พี่ยังให้คำตอบไม่ได้ตอนนี้ ไว้ค่อยดูอีกที งั้นพี่ไม่รบกวนละ พักผ่อนเยอะๆ และอย่าดื้อกับคุณหญิงน้าล่ะ” ชายหนุ่มกล่าวกำชับแค่นั้น ก็ตัดสายทิ้ง พร้อมๆ กับน้ำตาของคู่หมั้นสาวที่พรั่งพรูออกมา คุณหญิงประภัสสรกำลังเปิดประตูเข้ามา ถึงกับตกใจถลาร่างเข้ามาถามบุตรสาว

“เป็นอะไรวดี หนูร้องไห้ทำไมลูก”

“พี่อธิปเขาไม่ห่วงวดีเลย อะไรก็งานๆๆ วดีไม่มีค่าในสายตาเขาเลยใช่มั้ยคะ” ปรียาวดีระบายความอัดอั้นออกมา

“ไม่เอาวดี เดี๋ยวคุณพ่อมาได้ยิน” คุณหญิงประภัสสรกล่าวเตือนสติ เพราะนายพลทวยเทพไม่ชอบให้บุตรสาวแสดงกิริยาก้าวร้าว ไม่มีความเป็นกุลสตรี ปรียาวดีหมั้นหมายกับอธิปนั้น สามีก็ไม่รู้ว่านางได้วางแผนกับพิศมัย บีบบังคับให้อธิป หมั้นหมายกับบุตรสาว เขาทราบเพียงแค่ว่าทั้งคู่รักกัน วันที่นางมาบอก นายพลทวยเทพยังปฏิเสธ อ้างสารพัด ว่าบุตรสาวยังเด็กนัก และพึ่งเรียนจบด้วย แต่ว่านางพูดเกลี้ยกล่อม ยกเหตุผลต่างๆ นานา และที่สำคัญอธิปเป็นคนเก่ง เป็นนักธุรกิจระดับต้นๆ ของเมืองไทย ใครล่ะจะกล้าปฏิเสธ ว่าที่บุตรเขยดีๆ แบบนี้บ้าง

“ก็วดีอดน้อยใจไม่ได้นี่คะ คุณแม่ขา วดีกลัวจัง กลัวว่าพี่อธิปจะไม่รักวดี กลัวพี่อธิปจะไปรักคนอื่น” ปรียาวดีเขย่าแขนมารดา สีหน้าร้อนรน รู้สึกกระวนกระวายใจ กลัวอธิปจะไปรักผู้หญิงอื่นที่เข้ามาพัวพัน

“อย่าคิดมากสิวดี ไม่มีวันที่คุณอธิปจะเห็นคนอื่นดีกว่าลูกของแม่ไปได้ แต่ลูกต้องพยายามเข้าใจด้วย ในสิ่งที่คุณอธิปทำ คุณอธิปเขามีธุรกิจมากมายที่ต้องดูแล คงไม่มีเวลาไปยุ่งกับใคร”

“ค่ะคุณแม่ พี่อธิปงานยุ่ง ดีกว่าไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่น วดีจะจำไว้ค่ะ”

“อืม...ดีมากลูก แล้วทุกอย่างจะดีเอง เชื่อแม่” คุณหญิงประภัสสรกล่าวปลอบโยนบุตรสาว ตัวนางเองก็ไม่มีวัน ให้ใครหน้าไหนมาแย่งว่าที่บุตรเขยคนนี้ไปเช่นกัน แม้ว่าคนคนนั้น จะเป็นใครก็ตาม แต่คุณหญิงประภัสสรกลับคาดไม่ถึง ว่าคนที่กำลังจะมายื้อแย่งอธิปไปจากปรียาวดีนั้น จะเป็นบุตรสาวอีกคน ที่นางเคยทิ้งขว้างไปอย่างไม่ไยดี ซึ่งในเวลานี้ กำลังช่วยคุณป้าของเธอทำขนมเค้กอยู่ในห้องครัวใหญ่ ภายในคฤหาสน์หรู  แม็คคาเวล

“เป็นยังไงบ้างคะคุณป้า พอใช้ได้หรือเปล่า”

“เยี่ยมเลยจ้ะนิต้า หนูพัฒนาฝีมือขึ้นมาก” มาดาม       แม็คคาเวลกล่าวชื่นชมหลานสาว ที่นางรักเหมือนลูกในไส้ แววตาดูเศร้าสลด เมื่อคิดว่าหลานคนสวยต้องไปจากอก

“แล้วทำไมคุณป้าต้องทำหน้าเศร้าด้วยล่ะคะ” ปาณิสราหันมาเอ่ยถามป้าของตนด้วยความสงสัย แล้วรีบวางจาน        บลูเบอร์รีชีสเค้กลงบนโต๊ะ

“ป้าไม่อยากให้หนูไปเมืองไทยเลยลูก”

“โธ่คุณป้า นิต้าแค่ไปดูงานเท่านั้นเอง อีกไม่กี่เดือนก็กลับแล้ว ไม่ได้กลับไปตั้งรกรากที่เมืองไทยสักหน่อย” ปาณิสราเดินเข้ามาสวมกอดป้าที่เธอรักประหนึ่งผู้ให้กำเนิด

“แต่ป้าไม่อยากให้หนูกลับไปเจอผู้หญิงใจดำคนนั้นอีกนี่ลูก” มาดามแม็คคาเวลอดห่วงเรื่องนี้ไม่ได้

“ไม่มีทางเจอกันได้หรอกค่ะ แต่ถ้าบังเอิญเดินสวนกัน เขาก็คงจะจำนิต้าไม่ได้” ปาณิสรากล่าวเสียงแผ่วๆ แววตานั้นแสดงถึงความเจ็บปวด

“โธ่ นิต้าหลานป้า” คคนางค์พยายามกลั้นน้ำตาและปลอบโยนหลานสาว รู้ดีว่าภายในจิตใจของปาณิสรานั้น ยังโหยหาความรักจากมารดาอยู่มาก แต่ทำปากแข็งว่าไม่สนใจ

“นิต้าไม่เป็นอะไรค่ะคุณป้า” ปาณิสราผละร่างออกจากอ้อมแขนของคคนางค์ แล้วฝืนยิ้มออกมา ว่าตนนั้นไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ทั้งที่ภายในใจกำลังรู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัส ยามนึกถึงผู้ให้กำเนิด

“ให้ป้าไปเป็นเพื่อนมั้ยลูก”

“ไม่ต้องหรอกค่ะคุณป้า นิต้าดูแลตัวเองได้ ถ้าคุณป้าตามไปที่เมืองไทยด้วย มีหวังงานนี้คุณลุงนิคคงเหงาแย่”

“นิต้าพูดถูกที่รัก” นิโคลัสยืนฟังสองป้าหลานสนทนากันเงียบๆ รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ที่แน่ๆ หูผึ่งทันทีที่ได้ยินคู่ชีวิตอาสาตามไปดูแลหลานสาวถึงเมืองไทย แต่ปาณิสราก็ช่างรู้ใจลุงอย่างเขาเสียเหลือเกิน สงสัยคงต้องตบรางวัลให้แล้วสิ

“ให้ฉันไปเป็นเพื่อนหลานนะคะนิค” คคนางค์เดินเข้ามาเกาะแขนสามี แล้วส่งสายตาอ้อนวอนไปให้ แต่นิโคลัสกลับส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่มีทางหรอกที่เขาจะปล่อยภรรยาให้ห่างกาย

“คุณป้าขา นิต้าดูแลตัวเองได้ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง”   ปาณิสราช่วยพูดอีกแรงหนึ่ง ไม่อยากจะสร้างปัญหาให้ผู้มีพระคุณต้องไม่สบายใจ และตัวเธอเอง ก็ไม่อยากให้คคนางค์เดินทางไปเมืองไทยในครั้งนี้ด้วย เพราะไม่อยากให้แผนการแก้แค้นที่วางไว้ ต้องล้มลงไม่เป็นท่า

“โอเค...ป้าไม่ไปก็ได้” เมื่อได้ยินคำตอบจากปากของคคนางค์ สองลุงหลานจึงแอบอมยิ้มให้กันจนออกนอกหน้า คนเป็นป้าต้องสะบัดค้อนให้แบบงอนๆ ก่อนปรับเปลี่ยนอารมณ์กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ ซึ่งไม่ต้องบอก ว่าเควินถอดแบบจากใครมา

“แต่...มีข้อแม้”

“อะไรคะคุณป้า” เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่น แววตาเต็มไปด้วยคำถาม

“นั่นสิที่รัก ข้อแม้อะไร” นิโคลัสก้มลงถามภรรยา รู้สึกสงสัยไม่แพ้หลานสาวเลยสักนิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป