บทที่ 9 9

“ครับ คุณ...เอ่อ...นิต้า ตกลงชอบบ้านที่พี่ตกแต่งให้หรือเปล่า” ณัฐดนัยวกกลับมาถามเรื่องบ้านอีกครั้ง

“ชอบมากค่ะ เอ...นี่รูปคุณพ่อนี่” ปาณิสราเดินตรงไปยังกรอบรูปขนาดใหญ่ของบิดา ที่ถูกแขนไว้ภายในห้องรับแขก

“ใช่ครับ”

“พี่แดนได้มาจากไหนคะเนี่ย” หญิงสาวเอ่ยถามระคนแปลกใจ

“ที่ห้องเก็บของครับ โชคดีเจ้าของบ้านคนเก่า เขาไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหน”

“โชคดีมากจริงๆ ค่ะ” ปาณิสราพึมพำ จับจ้องรูปบิดาอันเป็นที่รักไม่คลาดเคลื่อนไปจากสายตา

“คุณหนูณิของป้า” หญิงวัยกลางคนร่างท้วมเดินเข้ามาสวมกอดปาณิสรา จนเจ้าของร่างนิ่งอึ้ง งุนงงเล็กน้อย รู้สึกคุ้นๆ หน้า บุคคลทั้งสามเหมือนกัน คลับคล้ายคลับคลา ไม่แน่ใจว่าเคยเจอที่ไหน

“แม่บ้านสมัยที่เคยทำงานกับคุณน้าคฑาวุฒิครับ”        ณัฐดนัยอธิบายให้หญิงสาวคลายความสงสัย

“อ๋อๆ ตอนนั้นนิต้ายังเด็กมาก เลยจำอะไรไม่ได้ ขอโทษด้วยนะคะป้า” หญิงสาวหันมายกมือไหว้ขอโทษหญิงวัยกลางคน ที่กำลังมองตนด้วยแววตาอ่อนโยน บ่งบอกถึงความเมตตา

“ป้าเข้าใจค่ะ งั้นมาแนะนำกันใหม่ ป้าชื่อป้าแจ่มศรี เรียกป้าแจ่มก็ได้ นั่นชื่อนังนิดหน่อย หลานสาวป้าเอง และนายมั่น คนสวน”

“ยินดีที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้งป้าแจ่ม พี่นิดหน่อย น้ามั่น” ปาณิสราเดินเข้าไปกุมมือทั้งสาม ไม่มีท่าทีที่จะรังเกียจ  ณัฐดนัยมองภาพตรงหน้า รู้สึกชื่นชมในตัวหญิงสาวยิ่งนัก

“คุณหนูทานอาหารไทยได้หรือเปล่าคะ” ป้าแจ่มศรีเอ่ยถามนายสาว เพราะนางทราบว่าปาณิสราเดินทางไปอยู่ที่เยอรมนีตั้งแต่เด็ก อาจจะไม่มีโอกาสได้รับประทานอาหารไทย

“ได้สิคะ นิต้าอยู่ที่นั่นทานอาหารไทยตลอด ทำอาหารไทยก็ได้นะคะ” หญิงสาวรีบโอ้อวดบอกสรรพคุณตัวเอง แล้วยิ้มตาหยี

“ทำอาหารเป็นด้วยเหรอคะเนี่ย” ป้าแจ่มศรีอุทานราวกับไม่เชื่อ

“ค่ะ อยู่ที่โน่นถูกคุณป้าบังคับให้เรียนทำอาหารตลอดเลยค่ะ มีใครอยากชิมฝีมือนิต้าบ้าง นิต้าจะโชว์ฝีมือเอง” หญิงสาวเอ่ยถาม พร้อมกวาดตามองหน้าทุกคน

“เอาไว้วันหลังดีกว่าค่ะ วันนี้ป้ากับนังนิดหน่อย ทำอาหารต้อนรับการกลับมาเมืองไทยของคุณหนูเยอะเลย ไม่รู้ว่าคุณหนูจะชอบหรือเปล่า”

“ชอบค่ะ นิต้าชอบทานอาหารไทยที่สุด พี่แดนทานด้วยกันนะคะ” ปาณิสราหันมาชักชวนพี่ชายป้ายแดงของตน

“ครับ ว่าแต่ซาร่ากับคริสทานอาหารไทยได้หรือเปล่าล่ะ ถ้าไม่ได้ เดี๋ยวให้แม่บ้านทำอย่างอื่นให้” ณัฐดนัยหันไปถาม ห่วงว่าทั้งสองจะรับประทานอาหารไทยไม่ได้ โดยเฉพาะคริสที่เป็นคนเชื้อชาติเยอรมันเต็มตัว

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะพี่แดน ซาร่ากับคริสทานอาหารไทยได้ โดยเฉพาะซาร่า ที่ถูกนิต้าบังคับให้เรียนทำอาหารไทยด้วยกัน” ปาณิสรากล่าวยิ้มๆ ให้กับเพื่อนสนิท ที่ทำอาหารไทยเก่งกว่าเธอเสียอีก

“โอเค...ถ้างั้นไปทานอาหารกันเลยดีกว่าครับ เดี๋ยวจะดึกเสียก่อน นิต้าเดินทางมาเหนื่อยๆ คงอยากพักผ่อน”

“ค่ะ” ปาณิสราขานรับ แล้วถูกป้าแจ่มศรีจูงมือเข้าไปที่โต๊ะอาหาร

“ว้าว! น่าทานมากเลยค่ะป้าแจ่ม” ดวงตากลมโตเป็นประกาย กับเมนูจานโปรด พร้อมๆ กับทรุดตัวนั่ง

“น่าทานก็ต้องทานเยอะๆ นะคะ นิดหน่อยตักข้าวให้คุณๆ สิ” ป้าแจ่มศรีหันไปสั่งหลานสาว

“ค่ะป้า” นิดหน่อยกุลีกุจอทำหน้าที่ของตน จังหวะนั้น ปาณิสรากำลังหันมาพูดกับซาร่า แต่ทว่าต้องชะงักคำพูดลง เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังนั่งอมยิ้ม แล้วแอบมองณัฐดนัยยามเผลอ ด้วยอาการเคอะเขิน จนพวงแก้มนวลแปรเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อ     ซาร่านั้นเริ่มรู้สึกตัว จึงเหลือบสายตาขึ้นมา พบกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเพื่อนรัก ถึงกับยิ้มเจื่อนซีด รีบเบนสายตาไปทางอื่นด้วยความอับอาย

“มีอะไรหรือครับ” ณัฐดนัยเห็นท่าทางแปลกของสองสาวเพื่อนซี้ อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้

“เปล่านี่คะ ทานข้าวเถอะค่ะ” ปาณิสราเฉไฉตักอาหารใส่จานณัฐดนัย หวังให้เขานั้นเลิกเซ้าซี้ถาม ในเวลานั้นโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของณัฐดนัยก็สั่นเตือนว่ามีสายเรียกเข้า ชายหนุ่มจึงรีบล้วงขึ้นมากดรับสาย เมื่อเห็นว่าใครโทร. เข้ามา

“ครับพี่อธิป” ชื่อที่นักธุรกิจหนุ่มเอื้อนเอ่ยออกมานั้น ทำเอาหัวใจของปาณิสราเต้นแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าณัฐดนัยพูดอะไรอีก เพราะเขาขอตัวออกไปคุยด้านนอก เพียงไม่นานก็เดินกลับเข้ามา พร้อมขอตัวกลับบ้าน

“จะกลับแล้วเหรอคะ” ปาณิสราลุกขึ้น เดินตามมาส่งที่หน้าบ้าน

“ครับ ที่บ้านมีเรื่องนิดหน่อยครับ”

“มีอะไรร้ายแรงหรือเปล่าคะ” ปาณิสราเอ่ยถาม และอยากรู้ว่าเขาคุยอะไรกับอธิป แต่กลับไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน

“ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอกครับ เดี๋ยวพี่ขอตัวกลับก่อน พรุ่งนี้เช้าพี่จะแวะเข้ามาอีกที” ณัฐดนัยเอ่ยอำลา พร้อมสาวเท้าเดินตรงไปยังรถสปอร์ตคันหรู ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็เคลื่อนออกไปจากบ้านหลังใหญ่

“บอกหน่อยก็ไม่ได้ อดรู้เลยว่าคุณอธิปอะไรนั่นโทร.มาทำไม” หญิงสาวบ่นพึมพำเบาๆ แล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน แต่ไม่ใช่โต๊ะอาหาร แต่เป็นห้องนอนของเธอเอง

“คุณพ่อขา นิต้ากลับมาแล้วนะคะ นิต้าสัญญา ว่าจะทำให้ผู้หญิงคนนั้นได้รับความเจ็บปวด เหมือนที่คุณพ่อกับนิต้าเคยได้รับ” ปาณิสราหยิบกรอบรูปบิดาออกมาจากกระเป๋าเดินทาง ขึ้นแนบอกทั้งน้ำตา ยังรู้สึกเจ็บปวดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่จางหาย แม้ว่าจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“นิต้า ฉันขอเข้าไปหน่อยได้มั้ย” เสียงนั้น ทำให้ปาณิสราต้องชะงัก รีบเช็ดคราบน้ำตาออก ก่อนเอ่ยอนุญาต พร้อมกับบานประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามา จากฝีมือของซาร่า

“ว่าไงซาร่า”

“ฉันจะมาช่วยเธอจัดเสื้อผ้าเข้าตู้น่ะ” ซาร่ากล่าวเสียงอ้อมแอ้ม ทั้งที่จริงต้องการมาพูดเรื่องที่เกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร แต่เวลานี้ปาณิสรายังไม่พร้อมจะพูดอะไรกับใคร

“ไม่ต้องหรอกซาร่า ฉันจัดการเองได้ เธอไปพักผ่อนเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้วด้วย” ปาณิสราลุกขึ้น ดันร่างเพื่อนรักออกไปจากห้อง พอคล้อยหลังซาร่าไปเท่านั้น ป้าแจ่มศรีก็เดินถือแก้วนมขึ้นมา

“นมค่ะคุณหนู”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป