บทที่ 1 จุดเริ่มต้น
บทที่ 1
กว่าแรดแต่ละนางจะหาโอกาสแยกร่างจากผู้ชายของตัวเองมาพบปะสังสรรค์กับเพื่อนแรดนั้น ยากเย็นแสนสาหัส ยกเว้นขม (แรดเชอรี่) กับขิงดอง (แรดฮา) ที่ยังไม่มีพันธะ เพราะนางเพิ่งผ่านการผสมพันธ์อย่างจริงจังเมื่อไม่นาน และเป็นเหตุผลสำคัญให้บรรดาแรดทั้งหลายมารวมตัวกันในครั้งนี้
“เพื่อนแรดมากันครบแล้ว! ไหนแกช่วยเหลาทุกรายละเอียดยิบย่อยให้พวกฉันฟังชัดๆ ซินังขิง” เปรี้ยว (แรดนางเอก) เริ่มประเด็นแทนเพื่อนๆ แก๊งค์สตรีแรด ที่มีสมาชิกแรดทั้งหมด 8 นาง ได้แก่ แรดนางเอก(เปรี้ยว) แรดเงียบ(ข้าวเม่า) แรดมโน (อ๊บอ๊บ) แรดฮา (ขิงดอง) แรดสตรอง (โมรา) แรดเป (วิปครีม) แรดซุ่มหรือแรดสตอร์คเกอร์ (ลูกขวัญ) และแรดเชอรี่ (ขม) ที่พึ่งมาถึงคนสุดท้ายในสภาพระโหยโรยแรงเหมือนเดินทางผ่านสรภูมิรบเพื่อมาเจอเพื่อนแรด
“เอ่อ... คือ” ขิงดองทำกระมิดกระเมี้ยนนิดๆ หน้าสวยหวานที่ไม่ได้เข้ากับบุคลิกของเจ้าตัวแดงระเรื่อ
ในบรรดากลุ่มเพื่อนสตรีแรดคงจะมีแต่เธอที่เพิ่ง ‘เสียซิง’ เพราะภายใต้บุคลิกสวยเนี๊ยบมีราคา เพื่อนแรดแต่ละนางล้วนผ่านประสบการณ์แรดมาอย่างโชกโชน เธอถึงต้องเรียกแรดรวมพลเพื่อขอคำปรึกษาจากบรรดาแรดตัวแม่ทั้งหลาย
“พวกแกอย่าจ้องสิ! รุมจ้องกันตาถลนแบบนี้ฉันพูดไม่ออกนะ! ” แรดขิงดองเจ้าของเรื่องโวยวาย นอกจากแรดสาวทั้งแปดที่นั่งประชุมเพลิงกันภายในรัศมี 5 เมตรของพื้นที่ ‘ร้านแซ่บจกครก’ ยังมีแขกของร้านคนอื่นนั่งอยู่ใกล้ๆ และมองมายังเหล่าสาวงามทั้งแปดด้วยความสนอกสนใจ
“จ้องสิ! ตั้งแต่โดนของตาลุงเข้าไป ฉันว่าแกดูสวยเปล่งประกายกว่าตอนจิ้นอีกนะนังขิง” วิปครีม ไฮโซสาวเจ้าของฉายา (แรดเป) ทักความเปลี่ยนแปลงในด้านดีที่เธอสังเกตเห็นได้ชัด จากใบหน้าของขิงดอง เพื่อนสาวหน้าใสผู้พึ่งจะเสียซิงให้หนุ่มรุ่นคุณลุง
“หน้าใสแบบนี้ แกพอกหน้าด้วยเซรุ่มทารก ใช่ป่ะ? ” อ๊บอ๊บ (แรดมโน) เย้าเพื่อนสาวที่หน้าแดง เพราะตกเป็นเป้าสายตาของเพื่อนแรดทั้งเจ็ด
“เซรุ่มทารก? ของยี่ห้ออะไร? ทำไมไม่เคยได้ยิน?” ลูกขวัญ (แรดซุ่ม) ตามเพื่อนไม่ทัน เพราะในบรรดาแรดทั้งแปดเธอคือแรดไร้เดียงสาในภาคทฤษฎีเรื่องเพศที่สุด ส่วนภาคปฏิบัติไร้เดียงสาที่สุดคือขิงดอง ซึ่งเก่งกาจแต่ทางทฤษฎีเพราะมีคู่หูอย่างสาวขิงสุดเผ็ด คอยพิสูจน์ข้อสงสัยทุกกรณีเรื่องเพศศึกษาแทนเพื่อนเลิฟ
“แกคงไม่เคยโดนแตกใส่หน้าล่ะสิ ถึงไม่รู้จักเซรุ่มทารก นังลูกขวัญ” ขม (แรดเชอรี่) พูดจบก็หยิบขาปูม้าในจานส้มตำมาดูดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
“พูดเรื่องอื่นกันได้ไหมฉันกินไม่ลง”เปรี้ยวแว๊ดเพื่อนๆ ที่เริ่มจะชวนกันสนทนาเข้าเรื่องติดเรท
“นังนางเอก! ที่นี่ไม่มีกล้องกับสปอร์ตไลท์ แกไม่ต้องห่วงภาพพจน์ แหม...กินไม่ลง ฟาดส้มตำปูม้าคนเดียวหมดจาน คงกินลงหรอกนะ!” ขมเหน็บเปรี้ยวเพราะตัวเองมาช้าที่สุด อาหารที่สั่งมาบางส่วนก็เริ่มร่อยหรอลง
“นี่ตกลงพวกเราจะมา แ_ก หรือมาช่วยนังขิงหาทางแก้กรรมวะ” ข้าวเม่า (แรดเงียบ) แหวขึ้นบ้างหลังจากกินจนท้องเริ่มตึง
“เออ! นั่นสิ... แล้วนี่แกโดนยังไงบ้างนังขิง! เอ้ยพูดผิด! แกไปพลาดอีท่าไหน?” โมรา (แรดสตรอง) วกมาถามเพื่อนแรดผู้ประสบปัญหา
“ฉันว่าเราไปคุยกันที่อื่นไหม ร้านนี้คนเยอะไปนะ” ขิงดองเริ่มระอาบรรดาเพื่อนแรดที่พากันเซ้าซี้ แย่งกันพูดจนความตั้งใจที่จะเรียกมาระดมสมองคงตกไป เพราะแต่ละคนส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวด้วยความดีอกดีใจที่ได้เจอกัน
“ท่าทางปัญหาของแกคงจริงจังระดับท็อป! คุยกันวันนี้ก็ไม่จบ”
“แกอยากหาเรื่องไปเที่ยวเกาะพงันอีกแล้วใช่ไหมนังเชอรี่” ข้าวเม่า (แรดเงียบ) พูดดักคออย่างรู้ทัน
“อ๊าย! แกนี่ รู้ใจฉันทุกทีเลย น่าร๊ากกก” แรดสาวเผ็ดสุดโผเข้ากอดลูกชุบแล้วทำท่าปากจู๋
“ไม่ต้องมาจุ๊บ!”
“โอ๊ย... พวกแกช่วยเงียบๆ หน่อยได้ไหม ตกลงวันนี้ฉันจะได้ฟังนังขิงมันพูดรึป่าวนี่ฮะ ”
“หยุด !... ห้ามพูดเรื่องซีเรียสต่อหน้าจานส้มตำ!”
“ใช่ๆ นังพูดถูก กรุณาอย่าบั่นทอนรสชาติอาหารจานโปรดตอนนี้ ให้ฉันจกส้มตำหมดค่อยพูด”
“สรุปว่าที่มาเนี่ย พวกแกอยากชวนมาจกส้มตำหรือเรียกมาระดมสมอง ตอบ!“
ปากก็ต่อว่ากันไปมา ส่วนมือของแต่ละนางล้วนสาละวนอยู่กับอาหารบนโต๊ะเหมือนกลัวจะทานไม่ทันเพื่อน
สาวงามทั้งแปดพูดคุยกันพลางแย่งกันจกส้มตำไปด้วย การกินที่ดูตายอดตายอยากของแต่ละนางทำเอาผู้บ่าวโต๊ะข้างๆ ถึงกับมองตาคางกันเลยทีเดียว
อะไรกันนี่มันส้มตำปูปลาร้านะ เป็นคนสวยกันทั้งนั้นจกปลาร้ากินกันอย่างกับตายอดตายอยากมาจากไหนอย่างนั้นแหละ
“ฟังเรื่องคนอื่นจบแล้ว แล้วเรื่องของแกล่ะนังลูกขวัญ เล่าให้ฟังหน่อยว่าอยู่ดีๆ แกมารักกับนายภูพระเอกรูปหล่อคนนี้ได้ยังไง ครั้งที่แล้วนังขมมันยังเล่าให้ฉันฟังไม่ละเอียดเลย” อ๊บอ๊บ (แรดมโน) เกิดอยากรู้ประวัติความเป็นมาเรื่องราวความรักของยายแกงจืด ที่ตอนนี้ไม่จืดแล้วตั้งแต่แต่งงานมีลูก ลูกขวัญก็เริ่มที่จะแต่งตัวเป็น ดูมีน้ำมีนวล สวยกว่าตอนที่ยังไม่มีครอบครัวเสียอีก
“ใช่ๆ ผัวแกหล่อมากเลยนะ แกไปทำยังไงถึงสอยพระเอกเบอร์หนึ่งมาได้ แถมเขายังยอมเลิกเป็นดาราเพื่อแกอีกด้วย ทำได้ไงวะ” เพื่อนๆ ต่างเอ่ยแซวทำเอาภรรยาของอดีตดาราดังนั่งเขินจนตัวม้วน
“เรื่องมันก็มีอยู่ว่า”
หลายปีก่อน...ที่ร้านสะดวกซื้อ
มือเรียวขาวถือนิติยสารที่มีรูป พี่ภู ภูบดี อัครเนตร พระเอกรูปหล่อเบอร์หนึ่งของวงการ ลูกขวัญหลงรักผู้ชายรูปหล่อคนนี้มาสามปีได้แล้ว แต่ระดับแรดสตอร์คเกอร์แล้ว จะมีใครรู้เล่าว่าเธอแอบรักใคร แรดประเภทนี้ดูลึกลับเป็นที่สุด ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าภายในจิตใจเธอนั้นซ่อนเร้นอะไรไว้บ้างที่หอพักของทางมหาวิทยาลัย ไม่มีใครเคยเข้ามาในห้องพักของเธอ
หญิงสาวเป็นคนที่ค่อนข้างจะเก็บเนื้อเก็บตัวจนดูลึกลับ ลูกขวัญไม่เหมือนเพื่อนแรดคนอื่นตรงที่เธอไม่ค่อยจะพุ่งชนเป้าหมาย ส่วนที่แรดนี่ก็คือการทำตัวเหมือนสายลับแอบซุ่มดูเรื่องผู้ชายที่ตนเองแอบปิ๊ง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่แรดประเภทเธอมักทานแห้วเป็นประจำ สาเหตุเพราะ มีเป้าหมายแต่ไม่พุ่งชน
ที่คอนโดสุดหรู ติดฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นี่คือคอนโดแบบเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรู มันเป็นที่อยู่สุดหรูหราแบบส่วนตัวของดาราดังการที่พักอยู่เพ้นท์เฮ้าส์ขนาดสองชั้น คงไม่ต้องอธิบายแล้วว่าเจ้าของที่พักนั้นรวยขนาดไหน
“ผมจ้างพี่มินนี่ มาด้วยเงินเดือนตั้งคลึ่งแสนนะ ช่วยทำหน้าที่ผู้จัดการให้ดีหน่อยสิ เนี่ยเห็นมั้ยว่าห้องมันรก ผมบอกแล้วให้ไปหาผู้ช่วยผู้จัดการมา พี่จะได้ไม่ต้องโดนผมบ่นวันละสามเวลาหลังอาหาร เช้า-กลางวัน-เย็นแบบนี้” พระเอกจอมเรื่องมากบ่นไม่หยุด เมื่อผู้จัดการที่อยู่กับตนเองมาเป็นเวลาแปดปีไม่สามารถจะอยู่ดูแลเขาได้ตลอดจริงๆ
“พี่ขอโทษจ้าน้องภู พี่ยุ่งจริงๆ นะ พี่ต้องดูแลดาราอีกตั้งหลายคนเลยไม่มีเวลาไปหาคนมาช่วยดูแลเราเลย บางทีพี่อาจจะทำทุกอย่างให้ภูสุดหล่อไม่ได้นอกจากจัดคิวงานและป้อนงานให้เยอะๆ แต่พี่รับร้องว่าอาทิตย์นี้หาได้แน่นอนค่ะ คราวนี้น้องภูจะมีคนดูแลตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวว่าจะเหนื่อยอยู่คนเดียวเลย”
ถ้าคนตรงหน้าไม่หล่อพี่มินนี่ ผู้จัดการดาราชื่อดัง นักปั้นมือทองตัวท๊อปของวงการ ไม่มีทางปล่อยให้มาบ่นฉอดๆ แบบนี้แน่นอน
เขาคือภูบดีสุดหล่อเด็กปั้นของเธอ แค่เห็นหน้าตาหล่อเหลานี่ก็พลานให้ใจอ่อนแล้ว แล้วใครเล่าจะโกรธได้ลงคอ
“ขอให้มันจริงนะครับ จะกี่บาทผมก็จ้าง ผมเหงา เหนื่อย อยากได้ผู้ช่วยที่ทำทุกอย่างให้ผมได้แม้กระทั่งหาข้าวให้กิน”
เรื่องมากจริงพ่อคุณ
“จ้าๆ น้องพี่ใจเย็นๆ นะ” ร่างอวบของสาวประเภทสองชักจะชินที่อยู่กับคนเรื่องมากเสียแล้ว
พี่มินนี่เป็นถึงนักปั้นมือทอง มีดาราชื่อดังในสังกัดมากหน้าหลายตา พักหลังมานี่เธอเลยดูแลดาราที่แสนจะเรื่องเยอะขี้บ่นผู้นี้ไม่ค่อยดีสักเท่าไร
ภูบดีอีโก้สูงเขาคิดว่าตนเองเป็นถึงพระเอกแนวหน้าไม่จำเป็นที่จะต้องมาทำอะไรเอง สรุปแล้วก็ต้องให้พี่มินนี่ไปหาผู้จัดการเพิ่มมาอีกคนอย่างที่เห็น
ทางด้าน แรดสตอร์คเกอร์
“พี่ภูขาหล่อจัง คนอะไรก็ไม่รู้” แรดสตอร์เกอร์ ได้แต่คุยกับรูปภาพของชายที่อยู่ในจินตนาการ
ลูกขวัญเคยคิดว่าตนเองเหมือนคนบ้าที่แรดได้แต่ในจินตนาการ บ้าผู้ชายได้แค่ในฝัน ใช่แล้วเธอเป็นเด็กที่ค่อนข้างจะเก็บกด อยากจะรักใครรักได้แต่ไม่เคยคว้าเขามาได้ สุดท้ายก็แห้วสนิทตามท้องเรื่อง เป็นเพราะการที่เด็กคนนี้ไม่ได้มีนิสัยกรี๊ดกร๊าด กล้าบ้าบิ่น เหมือนเพื่อนร่วมกลุ่ม
“พี่ภูนี่เอาแต่ใจมากเลยนะแก ล่าสุดขอให้เจ๊มินนี่หาผู้ช่วยผู้จัดการด้วยนะ พอเจอแบบนี้เจ๊ฉันก็แย่สิยะ ทุกคนเขารู้กิตติศัพท์ความเรื่องมากของดาราคนนี้หมดแล้ว เฮ้อ...”
“อ๋อ แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้ หาคนไม่ได้” ลูกขวัญพูดพลางอ่านหนังสือเรียนต่อ มันไม่ใช่เรื่องตื่นเต้นเลยสำหรับเธอ เพราะยังไงเธอก็ไม่สามารถไปเป็นผู้ช่วยพี่ภูได้อยู่ดี
หญิงสาวกำลังหมกมุ่นอยู่กับการอ่านหนังสือสอบเธอเรียนอยู่ปีสามแล้ว ซึ่งจะเรียนจบภายในปีหน้านี้
ฟาง เพื่อนสาวเพียงคนเดียวของเธอเป็นน้องสาวของผู้จัดการดาราคนดัง ตอนแรกลูกขวัญก็ดีใจอยู่หรอกที่ได้รู้จักกับคนใกล้ชิดของพี่ภู แต่ก็แสดงอะไรออกมามากไม่ได้ เนื่องจากไม่อยากให้ใครรู้ด้านมืดของตนเอง
ลูกขวัญเป็นคนที่ค่อนข้างจะเก็บความลับได้ดี โดยเฉพาะความลับของตนเอง สำหรับฟางลูกขวัญอาจจะเป็นผู้หญิงที่ดูไม่ค่อยจะเปิดเผยตนเองเท่าไหร่ แต่ถ้าเอาความที่รักเพื่อน เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่แบ่งปัน ฟางกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าลูกขวัญเป็นผู้หญิงที่น่าคบหาด้วยอย่างมาก
เรียบร้อยเพรียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง จนนึกแปลกใจที่ทำไมเพื่อนรักยังไม่มีแฟน อาจจะเป็นเพราะการแต่งตัวที่แสนธรรมดาและไร้รสนิยม หรือวีรกรรมจอมเปิ่น รวมทั้งเพื่อนสาวออกจะซื่อบื้อ จึงไม่ได้เป็นที่น่าสนใจนักสำหรับผู้ชายที่พบเห็น แต่เธอเคยเห็นรูปของลูกขวัญตอนช่วง ม.ปลาย ลูกขวัญเป็นผู้หญิงที่สวยและหวานมาก โดยเฉพาะดวงตาคู่นี้ที่อยู่ภายใต้แว่นหนา เนื่องจากเมื่อก่อนหญิงสาวยังไม่ได้เป็นเด็กเรียนแบบเต็มตัวขนาดนี้
ซึ่งสำหรับฟางแล้วลูกขวัญตอน ม.ปลาย นั้นดูสวยมาก สวยโดยไร้การแต่งแต้ม เพราะตอนนั้นไม่มีไอ้แว่นหนาๆ นี่มาบดบังความงาม
รวมๆ แล้วลูกขวัญกับแว่นเป็นของที่ไม่ถูกกันอย่างมาก ที่ทำให้ฟางประทับใจมากๆ ก็คือ เพื่อนๆ กลุ่มของลูกขวัญนั้นสวยระดับนางฟ้ากันทุกคน สวยกันคนละแบบ
ลูกขวัญที่เธอเห็นในรูปนั้นออกหวานๆ น่ารักๆ ชนิดที่ว่าผู้ชายมาเห็นเธอยิ้มหรือทำหน้าตาบ๊องแบ้วคงใจละลายกันทุกคน ซึ่งมันต่างกับเด็กเนิร์ดตรงหน้าของเธอ ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสืออย่างสิ้นเชิง
ฟางคิดว่าลูกขวัญเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะเรียบร้อยและทะมัดทะแมงมาก เอาล่ะไม่ลองไม่รู้ บางที่เพื่อนสาวอาจจะช่วยพี่สาวเธอได้
“เอ่อ... ลูกขวัญ”
“ว่าไงจ๊ะฟาง”
ฟางรู้ว่าลูกขวัญไม่ใช่คนจน ซ้ำฐานะที่บ้านค่อนข้างจะดี แต่เธอก็ต้องช่วยเหลือพี่สาวที่กำลังตกที่นั่งลำบาก
พี่สาวเธอไม่สามารถหาผู้ช่วยผู้จัดการได้ เนื่องจากยุ่งอยู่กับนักแสดงหน้าใหม่ จัดคิวงาน แถมพอไปติดต่อใคร เขาก็ปฏิเสธที่จะมาดูแลดาราคนนี้ตลอด
คนในวงการน่ะรู้เรื่องนิสัยใจคอที่แท้จริงขอภูบดีหมด มีแต่แฟนคลับเท่านั้นที่หลงระเริงกับภาพสุภาพบุรุษแสนดีที่พี่ภูไปสร้างไว้
แฟนคลับตัวยงอย่างลูกขวัญนั้นก็รู้มาจากพี่มินนี่ เนื่องจากเวลาที่หญิงสาวไปติวหนังสือกับเพื่อนรัก ก็มักจะได้ยินการสนทนาหรือบางที่เจ๊มินนี่ก็มาบ่นให้น้องสาวอย่างฟางฟัง ในเรื่องความเอาแต่ใจของคุณภู
แต่ถึงจะบ่นลับหลังอย่างไรความสัมพันธุ์ของเจ๊มินนี่และเด็กปั้นคนดังก็ยังดีเหมือนเดิม ความหล่อของภูบดีทำเอาเจ๊มินนี่อยู่หมัด แถมภูบดีคือดาราที่ดังที่สุดในบรรดาเด็กในสังกัด หนำซ้ำเจ๊มินนี่เองก็รักภูบดีเหมือนน้องชายคนหนึ่ง และที่สำคัญภูบดีให้ค่าจ้างแพงมาก เจ๊ถึงได้ทนโดนเด็กหนุ่มขี้วีนบ่นมาถึงทุกวันนี้
“ช่วงปิดเทอมนี้เธออยากทำงานพิเศษมั้ย ช่วยมาเป็นผู้ช่วยของเจ๊ทีนะ ฉันขอร้อง” หญิงสาวถึงกับทำหนังสือหลุดมือเมื่อได้ยินอย่างนั้น
“เราเชยซะขนาดนี้แถมซุ่มซ่ามด้วย เห็นทีคงไม่ได้หรอกจ้ะ ฟางไปจ้างคนอื่นเถอะ” ตอบไปแบบนั้นทั้งที่ใจจริงก็อยากใกล้ชิดกับพี่ภู
“งั้นก็ถือว่าช่วยเจ๊ฉันเถอะนะ ดีไม่ดีนายพี่ภูนั้นอาจจะยกเลิกสัญญาว่าจ้าง ที่ให้กับเจ๊ก็ได้ ที่เราเลือกขอร้องเธอก็เพราะว่าเธอน่ะดีไซน์อะไรก็ออกมาดีทุกอย่าง อันที่จริงเจ๊มินนี่ให้มาขอร้องนี่แหละ เจ๊เขาเห็นแววเธอจากงานแสดของมหาลัยเมื่อหลายเดือนก่อนน่ะ เจ๊ชอบมากเลยนะเขาบอกว่าเธอดีไซน์ทุกอย่างออกมาได้ดีมาก ทั้งเสื้อผ้า ทรงผมของเพื่อนๆ ที่เป็นนักแสดง เจ๊เชื่อว่าเธอต้องดูแลพี่ภูได้ดีมากแน่ๆ เธอน่ะดีไซน์การแต่งตัวของทุกคนได้ดีหมด”
หญิงสาวนั่งคิดอยู่นาน เธอไม่ชอบอะไรที่มันต้องพบปะผู้คนเยอะๆ มันไม่ใช่แนวเธอ แต่ดูเหมือนมันจะจริงแบบที่ฟางบอก
ไม่มีใครอยากจะมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการของพี่ภูเลย เขาคงจะมีข้อเสียเยอะแยะไปหมดเหมือนที่เจ๊มินนี่เม้าท์ให้เธอกับเพื่อนฟัง
“ก็ได้ แล้วเราต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง แต่เราขอทำตอนช่วงปิดเทอมได้มั้ย”
หญิงสาวไตร่ตรองดีแล้วว่าจะยอมช่วยพี่สาวของเพื่อน เธอไม่ได้ทำงานให้เขาฟรีเสียหน่อย เงินเดือนก็ได้ แถมยังได้ใกล้ชิดกับพี่ภูอีกด้วย
ความจริงแล้วฟางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่เธอไว้วางใจว่าช่วยเหลือเจ๊เธอได้ คือติ่งของพี่ภูจอมเรื่องมากนั่นเอง
“เย้ ขอบคุณมากนะลูกขวัญ เธอช่วยชีวิตเจ๊ฉันไว้”
เพื่อนสาวดีใจเสียโอเว่อร์ ตอนนี้งานหนักคงไม่ใช่ของเจ๊มินนี่แล้ว มันอยู่ที่ลูกขวัญหมด แรดสตอร์คเกอร์แอบดีใจลึกๆ ที่จะได้อยู่ใกล้คนที่ตนเองแอบชอบ แต่ก็แค่แอบชอบเพียงเท่านั้นยังไม่ถึงขั้นรัก
หลายวันต่อมาเธอสอบเสร็จแล้วคราวนี้ก็ได้เวลาที่ต้องไปเผชิญหน้ากับพี่ภู หญิงสาวมีความประหม่าเล็กน้อย แต่ก็ยังเก็บอาการเขินอายได้ จนทั้งสองพี่น้องเชื่อสนิทว่าลูกขวัญจะต้องไม่ใช่ตื่งพี่ภู
ภูบดีรู้สึกดีที่จะได้ผู้ช่วยผู้จัดการสักที พักหลังๆ มานี้ เจ๊มินนี่ไม่ค่อยว่างมาดูแลเขาเลย ซึ่งมันดูไม่เข้าท่าสักนิดที่ดาราดังจะต้องดูแลตัวเอง
ที่หน้าประตูสุดหรูของเพ้นท์เฮ้าท์ เจ๊มินนี่ป้อนรหัสห้อง ก่อนที่จะบอกให้เธอจำไว้ เนื่องจากหน้าที่ผู้จัดการกับผู้ช่วยผู้จัดการต้องใกล้ชิดกับดาราในความดูแลมาก หญิงสาวจึงต้องมานอนที่นี่ด้วย
ลูกขวัญแทบกรี๊ดเมื่อได้รู้ว่าตนเองจะต้องใกล้ชิดกับดาราที่ตนเองชอบขนาดนี้ แต่เธอไม่ชอบนักที่จะให้ใครมารู้เรื่องส่วนตัวของตนเอง
ใจดวงน้อยเต้นตึกตักๆ เมื่อก้าวเข้ามาในเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรู มันหรูหราและอลังการมาก เพียงเท่านี้ก็บอกได้เลยว่าเจ้าของๆ รวยถึงระดับไหน
ตอนนี้หัวใจของเธอมันเต้นแรงราวกับกลองรบที่ตีรัว เมื่อได้เห็นพระเอกสุดหล่อกำลังนั่งไขว้ห้างเล่นมือถือ เขาหล่อมาก หล่อเสียจนลูกขวัญกับฟางผงะไปหลายนาทีเลยทีเดียว คนที่ค่อนข้างจะคุ้นชินกับความหล่อของดาราในสังกัด สะกิดเด็กสาวทั้งสองให้หลุดออกมาจากภวังค์ความหล่อ
“ทำตัวให้ชินนะจ๊ะลูกขวัญ ต่อไปหนูจะได้เห็นหน้าหล่อๆ นี้ ทุกวัน” กระเทยสาวร่างใหญ่กระซิบข้างหูของสาวเนิร์ด
เจ๊มินนี่เชื่อว่าหญิงสาวต้องทำงานนี้ได้ ถึงบุคลิกภายนอกจะดูเชยๆ แต่เลือกเสื้อผ้าทำผมให้กับนักแสดงได้ดี ผู้จัดการมือทองอย่างกระเทยสาวที่เคยเห็นฝีมือของเด็กคนนี้มาแล้ว จากงานที่มหาวิทยาลัยก็พลอยเบาใจไปได้บ้าง
คนหล่อที่ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนเงยหน้าขึ้นมาจากการแชทกับคู่ขาคนใหม่ เขาเห็นเจ๊มินนี่พาเด็กสองคนมา คนแรกตัวสูงประมาณ 170 ซม.ได้ หน้าตาและการแต่งตัวดูไร้รสนิยมมาก
เธอใส่กางเกงยีนส์สีซีดขายาว ใส่รองเท้าผ้าใบสีดำ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว ผมยาวสลวยถูกมัดเป็นมวย ใส่แว่นตาขอบดำหนาๆ
แม่นี้ต้องไม่ใช่ผู้ช่วยของเจ๊มินนี่แน่นอน ดูจากการแต่งตัวจืดสนิท ถัดมาจากสาวแว่นคือเด็กผู้หญิงผิวขาว ผมยาว ใส่ชุดเดรสหวานๆ หน้าตาดูน่ารักจิ้มลิ้มเสียจนเสือร้ายต้องส่งสายตากรุ้มกริ่มไปให้
“ให้มันน้อยๆ หน่อยพ่อคุณ นี่มันน้องสาวเจ๊นะคะ”
“น้องสาวเจ๊หรอ น่ารักจัง อย่าบอกนะว่าเจ๊จนปัญญาจนต้องบังคับน้องให้มาดูแลผม”
หนุ่มหล่อมาดกวนนั่งไขว่ห้างกระดิกเท้า สายตาก็ยังมองกรุ้มกริ่มไปที่น้องสาวของเจ๊ เล่นเอาฟางเขินจนแก้มแดงทั้งยังไม่กล้าสบตาเมื่อเจอแบบนี้เข้า
เธอไม่คิดว่าคนที่ตนเองไปเม้าท์นิสัยแย่ๆ ให้ลูกขวัญฟังจะหล่อเหลาคาริม่าสูงกว่าในจอเสียอีก
ลูกขวัญมีความรู้สึกทันทีว่าเขาไม่ได้สนใจตนเองสักนิด แต่ก็ดีแล้วที่ไม่ทำให้เธอหวั่นไหว หญิงสาวจะได้ไม่ต้องรักเขา แค่แอบชอบก็พอแล้ว
“ไม่ใช่จ้ะ คนนี้ต่างหาก หนูลูกขวัญนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์อยู่ปีสามแล้ว เพื่อนสนิทของน้องฟางที่เธอจ้องอยู่ เรียนดี นิสัยน่ารัก เรียบร้อย ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ความสามารถรอบด้าน และที่สำคัญทำอาหารอร่อยมาก เพราะว่าแม่ของ น้องเขาเปิดร้านอาหารอยู่หลายสาขา แล้วก็รุ่งทุกสาขา มานี่จ๊ะหนูลูกขวัญ” เจ๊มินนี่ผลักลูกขวัญเบาๆ ให้ไปยืนตรงหน้าภูบดี
“อะไรนะ ไม่สวย เชย จืดสนิท นี่หรือผู้จัดการผมไม่เอาอ่ะ เจ๊เอาคนใหม่เถอะ มีหวังเอาไปไหนด้วยหมาคงเห่าผมไม่หยุด”
ลูกขวัญทำหน้าเศร้าเมื่อดาราขวัญใจเธอตั้งแต่เรียนอยู่ปีหนึ่งพูดแบบนั้น
ใช่เธอมันไม่สวย เธอกลายเป็นเด็กแว่นและสาวเนิร์ดตั้งแต่ปีหนึ่ง แต่เธอผิดอะไร ไม่ได้ทำอะไรผิดระเบียบนักศึกษาสักหน่อย
“ใครว่าล่ะ ที่ดูไม่สวยเพราะไม่แต่งหน้าแต่งตัวต่างหาก และอีกอย่างผู้จัดการนี่เขาวัดกันที่ฝีมือไม่ใช่หน้าตาจ๊ะ เจ๊ไปก่อนนะ อย่าแกล้งหนูลูกขวัญล่ะ ขอให้โชคดีนะจ๊ะลูกขวัญ” เจ๊มินนี่ตัดปัญหาด้วยการรีบลากน้องสาวพลางวิ่งออกจากห้องให้เร็วที่สุด
“เดี๋ยวสิเจ๊ โถโว๊ย! ”
เขาหันมามองคนที่กำลังยืนก้มหน้าอยู่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ไม่มีตรงไหนหน้าเอาสักส่วน เชย จืด ไม่สวย
ดาราหนุ่มเดินวนไปรอบตัวของเธอ ก่อนที่จะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ หญิงสาวเบี่ยงหน้าหนีทันที คนเจ้าเล่ห์รู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เหมือนกับกลิ่นแป้งเด็ก
“ตัวหอมดีหนิ อย่างนี้ค่อยพอมีจุดขายบ้าง ฉันคงไม่ต้องบอกแล้วใช่มั้ย ว่าเธอมีหน้าที่อะไรบ้าง เจ๊มินนี่คงชี้แจงหมดแล้ว เอาของไปเก็บซะ แล้วมาทำหน้าที่ของเธอ”
‘หื่นชะมัด’ เธอคิดอย่างนี้ หลังจากที่โดนคนหื่นกามยื่นหน้ามาสูดดมความหอมของกลิ่นกายสาวเนิร์ด
“ค่ะ”
ตอบเพียงเท่านั้น ก่อนที่จะเอาของไปเก็บในห้องที่เขา
‘ผู้หญิงอะไรวะ ทั้งจืดทั้งเชย เกิดมาเพิ่งเคยเจอผู้หญิงแบบนี้ครั้งแรกเลยนะเนี่ย’
