บทที่ 1 บทนำ
“สวัสดีครับ ...”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเปล่งดังขณะยกโทรศัพท์แนบหู ทว่าดวงตาคมเข้มนั่นกลับทอดมองวิวด้านนอก โดยไม่ได้โฟกัสกับสิ่งใด นอกไปจากคำพูดแรกของปลายสาย
(เป็นยังไงบ้างล่ะ)
เสียงที่เขาจำได้ไม่มีวันลืม มันคือเสียงของมารดาผู้ให้กำเนิด ผู้ที่ทอดทิ้งเขาให้อยู่โดดเดี่ยวในต่างแดนเช่นนี้
“สบายดีครับ ... แม่”
(อืม สบายดีก็ดีแล้ว แกกลับมาที่นี่ได้ละ)
“อะไรนะครับ!”
ชายหนุ่มแสยะยิ้มมุมปาก พลางกลั้วขำเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำสั่งเด็ดขาดจากมารดาอีกครั้ง หลังจากที่เขาถูกลอยแพที่นี่มากว่าหกปีเต็ม เหตุใดถึงมีคำสั่งให้เขากลับไปที่ประเทศไทยอย่างนั้นหรือ
(ฉันพูดไม่ได้ยินหรือไง ฉันบอกให้แกกลับมาที่นี่ได้แล้ว)
“แม่แน่ใจเหรอครับ ... หรือว่ามีเรื่องอะไรจะให้ผมทำกันล่ะ”
(อย่ามาเล่นลิ้นนะตาเหม! ฉันบอกให้แกกลับก็กลับมา)
“ผมไม่—”
(ต่อให้แกมีเมียมีลูกอยู่ที่นู่น แกก็ต้องกลับมา ฉันสั่งให้แกกลับมา!!!)
สิ้นเสียงแหลมของมารดา สายสนทนาก็ถูกตัดไป เหมันต์วางโทรศัพท์ลงอย่างเชื่องช้า ทอดสายตามองวิวเมืองที่อยู่อาศัยมานานกว่าหกปี ที่นี่แม้ไม่ใช่บ้านเกิดแต่เขากลับผูกพัน และสบายใจมากกว่าบ้านของเขาเสียอีก
เขาคือลูกชายคนกลางของตระกูลภูสิทธิ์อุดม ลูกคนที่ถูกพ่อแม่เมินเฉยอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเรื่องราวเมื่อหกปีก่อน มันทำให้เขาแทบถูกตัดขาดออกจากครอบครัว
ก๊อก ก๊อก!
“เข้ามา”
ธันวา ผู้ช่วยคนสนิทของเหมันต์เดินเข้ามาด้วยท่าทีนอบน้อม สองมือประสานกันไว้ด้านหน้า ทอดสายตามายังผู้เป็นนาย
“พอจะรู้ไหมว่าแม่ฉันเรียกตัวฉันกลับบ้านทำไม”
“ทราบครับ แต่ยังไม่ทราบทั้งหมด” ธันวาทราบดีหากข้อมูลบิดเบือนไปแม้แต่นิดเดียว เขานั่นล่ะจะซวย
“เล่ามาสิ”
ชายหนุ่มแอบสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะบอกเล่าเรื่องราวของบ้านภูสิทธิ์อุดมที่เคลื่อนไหวอยู่ที่ประเทศไทย โดยที่เหมันต์ไม่เคยรับรู้เลย
“คุณนายจะให้คุณเหมกลับไปแต่งงานครับ”
“หึ!!” มีเพียงเสียงกลั้วขำในลำคอ กับสายตาเย็นชา “แต่งงานกับใคร แล้วทำไมต้องเป็นฉัน”
“ผมยังไม่มีข้อมูลว่าคุณต้องแต่งงานกับใครครับ ส่วนสาเหตุที่ต้องเป็นคุณ เพราะว่า ...”
จู่ ๆ เสียงธันวาก็กลืนหายไปในอากาศ เขาก้มต่ำไม่สบตาเหมันต์ที่กำลังจ้องมองราวกับคาดคั้นเอาคำตอบ
“ว่าอะไร!”
“เพราะว่าคุณคิมไม่ยอมแต่งงานกับเธอครับ!”
สิ้นคำของผู้ช่วยคนสนิท เหมันต์ถึงกับขำร่วน เป็นเพราะไอ้คิมหันต์อีกแล้วหรือ เป็นเพราะพี่ชายตัวเองอีกแล้วหรือ ที่ทำให้เขาต้องพลอยลำบากไปด้วย
“ไปสืบเรื่องของผู้หญิงคนนั้นมาซะ ขอเร็วที่สุด ละเอียดที่สุด”
“ครับ คุณเหม!” ธันวาก้มหัวเล็กน้อย เตรียมจะเดินออกจากห้องทำงานสุดหรู แต่ทว่าเสียงผู้เป็นนายก็รั้งไว้อีกหน
“เรื่องนี้อย่าให้ใครรู้เด็ดขาด เข้าใจไหม”
“ครับผม!”
เมื่อผู้ช่วยเดินออกจากห้องทำงานไปแล้ว เขาก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พ่นลมหายใจยาวเหยียด ดวงตาหม่นแสงลงเล็กน้อยด้วยความหมดหวัง
ความคิดวิ่งวนอยู่กับคำพูดของธันวา การแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นด้วยเหตุใด ทำไมคิมหันต์ถึงปฏิเสธ แล้วทำไมเกศรา มารดาของเขาถึงต้องให้เขาแต่งงานกับเธอคนนั้นแทนพี่ชาย มันมีเหตุจำเป็นอะไร ผู้หญิงคนนั้นสำคัญอะไรกับตระกูลอภิมหาเศรษฐีของเขาอย่างนั้นหรือ
