บทที่ 11 11 เฝ้ารอคอย
“มันต๊องใช้ตึงเวลาตึงความอดทนสูงขนาดเลยเน้อลูก แต่ผลลัพธ์ตี่ได้คือชาชั้นดีตี่มีกลิ่นหอมเฉพาะตั๋ว หาตี่ไหนบ่ได้แหมแล้วในโลกนี้... ชาทุกแก้วของไฮ่ฟ้าอนันต์ตี่ส่งออกไปฮื้อคนได้ดื่ม มันตึงบ่ใช่แค่ใบไม้แห้งเน้อลูก แต่มันคือความใส่ใจ๋และความภูมิใจ๋ของพวกเฮา... ของป้อ และของลูก ๆ ในวันนี้ตวยนะ”(มันต้องใช้ทั้งเวลาและความอดทนสูงมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือชาชั้นดีที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในโลกนี้... ชาทุกแก้วของไร่ฟ้าอนันต์ที่ส่งออกไปให้คนได้ดื่ม มันจึงไม่ใช่แค่ใบไม้แห้ง แต่คือความใส่ใจและความภูมิใจของพวกเรา... ของพ่อ และของลูก ๆ ในวันนี้ด้วยนะ)
คำบอกเล่าที่แฝงไปด้วยความรักในผืนแผ่นดินบ้านเกิดและอาชีพของบิดา ทำให้อัญชิสาและพี่สาวมองใบชาในมือด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่กิจกรรมสนุก ๆ อีกต่อไป แต่มันคือจุดเริ่มต้นของ ‘คุณค่า’ ที่พวกเธอได้รับเกียรติให้เป็นผู้ส่งต่อร่วมกับบิดา
ได้เวลาต้องกลับไปใช้ชีวิตตามปกติแล้วสินะอังคณา หญิงสาวเหม่อมองขุนเขาเบื้องหน้าที่มีม่านหมอกหนาโอบล้อมยอดเขาไว้ด้วยหัวใจที่เต็มตื้น เธอยืนนิ่งราวกับกำลังสูบฉีดความสุขทั้งหมดที่มี เก็บไว้เป็นพลังหล่อเลี้ยงหัวใจในวันข้างหน้า
“แม่ฮักลูกเน้อ แม่เจื่อว่าลูกสาวของแม่จะยะหน้าที่ของตั๋วได้ดี ยินดีตวยเน้อพยาบาลคนใหม่ของแม่” (แม่รักลูกเน้อ แม่เชื่ออว่าลูกสาวของแม่จะทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ยินดีกับพยาบาลคนใหม่ด้วยนะลูก)
แม่เลี้ยงเครือฟ้ายื่นมืออวบอ้วนมากุมมือนุ่มนิ่มของลูกสาวคนโตเอาไว้ด้วยความรัก... อังคณาเป็นเด็กจิตใจดีชอบช่วยเหลือคนอื่นมาแต่ไหนแต่ไร เธอไม่มีความกลัวเลือดแม้แต่น้อย ยามใดที่เห็นคนเจ็บไข้ หญิงสาวจะรีบเข้าไปดูแลด้วยความกระตือรือร้นทันที ภาพความทรงจำอันงดงามเหล่านั้นเด่นชัดในสายตาของผู้เป็นแม่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งที่ลูกสาวคนนี้เดินเข้ามาบอกว่าอยากเรียนพยาบาล... วันที่เธอเลือกจะเป็น ‘นางฟ้าในชุดขาว’ ของแม่ และวันนี้เธอก็ทำสำเร็จ
“อายก็ฮักแม่เน้อเจ้า ขอบคุณแม่เจ้าตี่อนุญาตหื้ออายได้ทำตามความฝันของตั๋วเก่า” (อายก็รักแม่ค่ะ ขอบคุณแม่นะคะที่ยอมให้อายได้ทำตามความฝันของตัวเอง)
หญิงสาวโผเข้ากอดเอวผู้เป็นแม่ไว้แน่น พลางฝังจมูกลงบนพวงแก้มอิ่มฟอดใหญ่เพื่อส่งผ่านทุกความขอบคุณ อ้อมกอดนี้ยังคงอบอุ่นและเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอเสมอ
“ปี่อายเจ้า รถพร้อมแล้วเจ้า ตั๋วพร้อมหรือยังเจ้า?” (พี่อาย รถพร้อมแล้วค่ะ ตัวพร้อมหรือยัง) อัญชิสาร้องเรียกพี่สาวด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะก้าวฉับ ๆ เข้ามาเกาะขอบประตูแล้วส่งสายตาแซวพี่สาวคนเก่งที่กำลังยืนออดอ้อนผู้เป็นแม่
“ไปเถอะลูก... ถึงกรุงเทพฯ แล้วโทรหาแม่ตวยเน้อเจ้า ละกึดเช็กของเรียบร้อยดีละยัง ขาดอะหยังแหมก่อลูก?” (ไปลูก ถึงกรุงเทพฯ แล้วโทรหาแม่ด้วยนะ แล้วเช็กของเรียบร้อยดีไหมลูก ขาดอะไรอีกไหม)
“เรียบร้อยดีเจ้าแม่ บ่มีขาดสักอย่าง” (เรียบร้อยค่ะแม่ ไม่มีขาด)
“ดีละ ๆ จะไปลืมโทรมาเน้อลูก” (ดีแล้ว ๆ อย่าลืมโทรมานะลูก)
“เจ้าแม่ อายไปแล้วเน้อเจ้า” (จ้ะแม่ อายไปแล้วนะคะ)
“ป้ออ้ายตาแดงละน่ะ” (พ่อเราตาแดงนะ) แม่เลี้ยงเครือฟ้าเอ่ยเย้าสามี ยามเดินมาส่งลูกสาวที่รถยนต์ แล้วเห็นสามียืนคอยท่าอยู่ก่อนแล้ว
“ป้อหื้อเวลาแหมแค่สองปีต๊อนั้นเน้อ อายต้องปิ๊กมาอยู่บ้านเฮาเน้อลูกเน้อ” (พ่อให้เวลาอีกแค่สองปีเท่านั้นนะ อายต้องกลับมาอยู่บ้านเรานะลูก)
“เจ้าป้อ” (ค่ะพ่อ)
อนันต์ขับรถยนต์คู่ใจมาส่งลูกสาวที่สนามบินเชียงใหม่ และอยู่เป็นเพื่อนลูกสาวจนกระทั่งอังคณาขึ้นเครื่องบินแล้ว ท่านจึงยอมกลับบ้านพร้อมกับลูกสาวคนเล็ก เมื่อกลับมาถึงบ้านก็มิวายถูกภรรยาแซวไม่หยุด
“ยังบ่เลิกไห้แหมก๋า... กึดเติงหาลูก เฮาก็ค่อยไปหาก็ได้ หรือจะบอกหื้อลูกปิ๊กมาหาก็ได้” (ยังไม่เลิกร้องไห้อีก คิดถึงลูกเราก็ไปหาก็ได้หรือจะบอกให้ลูกมาหาก็ได้) เครือฟ้าเอ่ยเย้าแกมปลอบใจสามี
“มันบ่เหมือนเดิมละก๋า... เตื้อนี้ลูกไปยะก๋านยะงาน บ่ใจ่ไปเรียนตี่จะมีช่วงปิดเทอมละได้ปิ๊กบ้านแหม” (มันไม่เหมือนกัน รอบนี้ลูกไปทำงาน ไม่ได้ไปเรียนที่จะมีช่วงปิดเทอมแล้วกลับบ้าน)
แม่เลี้ยงเครือฟ้าได้แต่ถอนหายใจพรางยิ้มขำให้กับความขี้แยของพ่อเลี้ยงอนันต์เจ้าของไร่ฟ้าอนันต์ นึกเห็นใจสามีที่รักและหวงลูกสาวคนนี้ปานแก้วตาดวงใจ สองร่างยืนเคียงข้างกันเฝ้ามองกลีบเมฆและม่านหมอกยามเช้า แม้ลูกสาวจะออกเดินทางไปไกลแสนไกล แต่สายใยแห่งความห่วงใยของคนเป็นพ่อและแม่ยังคงอบอวลอยู่ ณ ขุนเขาแห่งนี้ไม่เสื่อมคลาย
นับจากวันที่เธอเดินจากไป ภาคินทร์ทำเพียงเฝ้ารอและออกตามหาผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์กันแค่คืนเดียวคนนั้น สองสัปดาห์เต็มที่ทุกอย่างเงียบหายราวกับเธอไม่มีตัวตนอยู่จริง เธอหายไปไหน... แม้แต่ชื่อเขาก็ยังไม่มีโอกาสได้รู้จัก แล้วเขาจะไปเริ่มตามหาเธอจากที่ไหนได้เลย
“ลมอะไรหอบมาวะภาคินทร์ ช่วงนี้เห็นโผล่หัวมาร้านฉันทุกวันเลยนะ”
ชลัน เจ้าของผับหนุ่มซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็กเดินเข้ามาตบไหล่ทักทาย ทันทีที่ได้รับรายงานจากพนักงานว่าเพื่อนรักมาเยือน เขาก็รีบลงมาหาด้วยความแปลกใจ
