บทที่ 7 แยกย้าย
ยิ่งไปกว่านั้นความจริงเรื่องชาติกำเนิดที่แม้แต่ตอนนี้ณรชญาก็ยังไม่บอกเธอทั้งหมด บอกแค่ว่าแม่เลี้ยงได้หลุดปากพูดความจริงออกมาว่าณรชญาไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของพ่อและแม่แต่เป็นลูกคนอื่นที่ถูกเอามาเลี้ยง ณรชญาก็ยิ่งคิดว่าตัวเองกำลังจะถูกทิ้งเพราะพ่อมีลูกจริง ๆ เป็นของตัวเองแล้ว
นั่นคือจุดแตกหัก ณรชญาไม่ยินยอมไปต่างประเทศ ในเมื่อคิดจะไล่...เธอไปเองก็ได้
ตั้งแต่วันนั้นณรชญาก็ออกจากบ้าน ตลอดเวลาเกือบสี่ปีมานี้หญิงสาวจึงหาเงินส่งตัวเองเรียนมาโดยตลอด เป็นคนตัวเปล่าไม่มีใครคอยปกป้อง เงินบางเดือนยังไม่พอจ่ายค่าเช่าห้องด้วยซ้ำ ดั่งเช่นตอนนี้ที่ค้างมาเกือบสี่เดือนแล้วจนเจ้าของห้องเช่าจะไล่ออก
ชีวิตของณรชญาในตอนนี้ไม่ดีเลย แต่ถึงอย่างนั้นการทำให้ผู้เป็นพ่อที่แม้จะไม่ใช่พ่อแท้ ๆ แต่ก็เลี้ยงดูกันมานานและอยู่ในสถานะพ่อลูกมาโดยตลอดรู้ตำแหน่งที่อยู่และมาพาตัวกลับไป ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีเช่นกัน
มธุราโผเข้ากอดเพื่อนสาว เธอเข้าใจณรชญาดีที่สุด สถานการณ์ที่ณรชญาไม่ต้องการ มันคือสถานการณ์ที่เธอเผชิญมาตลอดหลายปี แม้จะไม่เหมือนเพื่อนทั้งหมดก็ตาม
พ่อของเธอก็มีภรรยาใหม่ เธอก็อยากจะออกจากบ้านของตัวเองเหมือนกับเพื่อน แต่ติดที่ยังมีน้องชายที่เธอเอามาลำบากด้วยไม่ได้ จึงยังต้องกล้ำกลืน ยอมให้ภรรยาใหม่ของบิดาเอาไปพูดเสีย ๆ หาย ๆ ให้ท่านฟังอยู่ร่ำไป
ณรชญาออกมาจากพื้นที่ที่ไม่ใช่ของตัวเองอีกแล้วได้แล้ว ไม่สมควรจะต้องกลับไปทนทุกข์
วีรพลไม่ได้รับรู้เรื่องราวของหญิงสาวทั้งสอง เขาคิดเพียงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเขาก็ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมจะต้องเลิกกัน แม้อีกใจจะรู้สึกผิดกับมธุราที่ค่ำคืนที่ผ่านมาเกิดเรื่องไม่สมควรขึ้นอยู่บ้างก็ตาม
“ณิช ตอนนี้พี่ก็รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เราไม่เลิกกันแล้วใช่มั้ย”
ณรชญาชะงักไปครู่หนึ่ง ตาคู่หวานมองเพื่อนสาวที่ไม่ได้มีท่าทีเสียใจใด ๆ ที่ชายหนุ่มเอ่ยมาอย่างนั้นก่อนจะส่ายหน้าให้วีรพล “ถึงแม้เสี่ยนั่นจะไม่ได้ทำอะไรณิช แต่ณิชก็...”
“พี่รับได้”
เขารับได้ ต่อให้ณรชญาพลาดพลั้งกับใครอีกหลายคนเขาก็ยังรับได้ ทว่าหญิงสาวกลับส่ายหน้าให้อีกครั้ง
“แต่ณิชเอาเปรียบพี่วีไม่ได้”
ไม่ได้...ต่อให้เขารับได้ แต่สำหรับเธอให้เป็นแบบนั้นไม่ได้
ไม่รู้ว่าเธอหัวโบราณเกินไปว่าผู้หญิงไม่ควรมีผู้ชายหลายคน หรือว่าเพราะอะไร แต่เธอไม่สามารถคบหากับวีรพลได้โดยไม่หวนคิดถึงเรื่องเมื่อคืนได้จริง ๆ
“เราเป็นพี่น้องกัน...ได้มั้ยคะ” ดวงตาเปื้อนหยดน้ำสีใสมองแฟนหนุ่มอย่างอ้อนวอน
วีรพลเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเธอมาโดยตลอด แต่เธอก็รู้ดีว่าเธอมองเขาเป็นพี่ชายมาโดยตลอด ในตอนเขามาขอคบด้วยกลัวจะเสียเซฟโซนไปเธอจึงได้ตอบรับไป หลายปีมานี้ไม่มีวันไหนที่ไม่รู้สึกผิดแต่เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้น เธอไม่อาจเอาเปรียบเขามากกว่าที่เป็นมาได้
เธอ...ไม่อยากหลอกลวงเขาอีกแล้ว
วีรพลมองตาคู่นั้น และสุดท้ายก็ไม่อาจปฏิเสธหญิงสาวได้ “ได้ เรามาเป็นพี่น้องกัน”
“ไม่สิ พี่วี!!!” คนไม่เห็นด้วยกลับเป็นมธุรา ทว่าคนเป็นแฟนและกำลังจะลดสถานะลงมาทั้งคู่กลับเงียบกันไป ต่างคนก็ต่างตัดสินใจแล้ว ว่าจะไปทางไหน
“พี่ก็ควรทำในสิ่งที่พี่ควรทำ” ชายหนุ่มพูดแล้วก็นิ่งเงียบก่อนจะมองใบหน้าหวานอีกครั้ง เมื่อขบคิดบางอย่างขึ้นมาได้จนต้องถามออกไป “จริงสิ เมื่อคืน...”
“มีการป้องกันหรือเปล่า”
ประโยคคำถามที่คนถามกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะถาม กลายเป็นคำถามที่ทำให้ณรชญาตอบออกมาไม่ได้ หญิงสาวเม้นปากพลางคิดไปสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เขาคนนั้นบอกว่าถ้าของหมดทุกอย่างก็คือจบ...มันจบ
ซะที่ไหนล่ะ!
ใช้จนหมด แต่เธอก็ยังเรียกร้องให้เขาช่วยเหลือ...แล้วเขาก็บ้าจี้
คนคนนั้นบ้าจี้ไปกับเธอจนเช้า!
ยังดีที่พอของหมดเขาก็ปลดปล่อยด้านนอก แต่...นั่นจะเรียกว่าได้ป้องกันหรือเปล่านะ
เห็นณรชญาไม่ตอบ อีกสองคนก็คาดเดาได้ในทันทีว่าคำตอบคือไม่ มธุราที่ห่วงเพื่อนยิ่งกว่าตัวเองรีบควานหาของบางอย่างและยื่นให้เพื่อนในทันที “แก...รีบกินนี่เลย ยังมีเวลา”
มันคือยาคุมฉุกเฉินที่เพิ่งซื้อมาเมื่อเช้านี้เอง ยังดีที่หลังจากเธอกินแล้วยังเหลืออยู่พอดี ไม่ต้องออกไปซื้อ อย่างน้อยชีวิตตอนนี้ของเพื่อนก็แย่อยู่แล้ว ไม่ควรจะแย่ไปกว่านี้
ณรชญาไม่ปฏิเสธความหวังดีของเพื่อน หญิงสาวหยิบน้ำมาดื่มและกินยาในทันที ก่อนจะทอดถอนใจ เรื่องเมื่อคืนนี้ นับจากนี้ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องที่ผ่านมาและผ่านไปได้ แต่ก็มีเรื่องอื่นที่เธอไม่อาจปล่อยผ่านได้อยู่...ค่าเช่าห้องที่ค้างอยู่ เธอจะหาที่ไหนมาจ่าย
“เอ้อแก แล้วเรื่องห้องพัก แกจะทำยังไง” มธุราที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้เช่นกันสอบถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง แต่ครั้นจะชวนเพื่อนไปอยู่ด้วย เธอเองก็ยังอยู่กับครอบครัว ซ้ำยังเป็นครอบครัวที่ไม่ได้อบอุ่น บ้านเธอกับบ้านของณรชญาไม่ได้ต่างกันเลย...แล้วจะกล้าชวนไปได้อย่างไรกัน
ณรชญาเงียบครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะหาหนทางออกได้ “คงเอาสร้อยของแม่ไปขายหรือไม่ก็จำนำแล้วเอาไปจ่ายอะแหละ”
ไม่ใช่ว่าหนทางนี้เธอคิดไม่ได้ เคยคิดอยู่หลายครั้ง แต่ก็ตัดใจไม่ลง ด้วยว่าของที่พอจะมีราคาเอาไปขายหรือจำนำได้ในตอนนี้ก็มีแค่สร้อยของแม่ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นของต่างหน้าที่เธอรักมาก ตอนนี้...คงต้องตัดใจ
