บทที่ 8 สี่ปีต่อมา

สี่ปีต่อมา

“แม่จ๋า” 

เสียงหวาน ๆ พร้อมกับมือคู่เล็กที่วางลงบนไหล่เรียกให้หญิงสาวที่นั่งเหม่ออยู่กับโต๊ะญี่ปุ่นและกองงานที่ล้นเต็มโต๊ะตื่นจากภวังค์ ณรชญาเรียกสติตัวเองที่เผลอคิดเรื่องเก่า ๆ กลับมาก่อนจะมองไปยังเจ้าของเสียงนั้น ริมฝีปากเรียวเล็กคลี่ยิ้มอ่อนโยนส่งให้ก่อนจะดึงเอาร่างของเด็กหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดนอนลายการ์ตูนน่ารักมานั่งบนตักอย่างแผ่วเบาก่อนจะหอมแก้มซ้ายทีขวาทีอย่างหมั่นเขี้ยว

“คิกคิก”

เด็กหญิงณิรินทร์ทิราหรือน้องยาหยีวัยสามขวบสามเดือนหัวเราะเอิกอากเมื่อถูกผู้เป็นแม่จู่โจมจนจั๊กจี้ไปหมด แต่ก็ชอบใจกับการถูกคุณแม่ยังสาวฟัดแก้มจนไม่ยอมลุกหนี

คุณแม่ยังสาววัยยี่สิบหกอมยิ้มพอใจก่อนจะหยุดการกระทำพลางทอดสายตามองยัยหนูน้อยที่ไม่ว่าจะเห็นหน้าตอนไหนก็ทำให้โลกของเธอสดใสขึ้นได้เสมอ 

“ทำไมตื่นตอนนี้คะ หนูตื่นตอนนี้ไม่ได้นะ นี่ยังไม่เช้าเลย” 

คนเป็นแม่สอบถามทันทีหลังจากที่ประคองยัยหนูให้นั่งบนตักดี ๆ เป็นที่เรียบร้อย ความจริงไม่ใช่แค่ยังไม่เช้า แต่ตอนนี้เพิ่งจะเที่ยงคืนเท่านั้น  ยัยหนูที่เธอส่งเข้านอนตั้งแต่สองทุ่มทำไมถึงตื่นมาในเวลานี้กันนะ?

“หนูปวดชิ้งฉ่องเหรอคะ หรือว่าฝันร้าย”

“ม่ายช่าย” หนูน้อยยาหยีส่ายหน้าเป็นคำตอบก่อนจะซุกตัวเข้าหาคนเป็นแม่แล้วเอ่ยอย่างออดอ้อน “น้องนอนม่ายหลับ หยักนอนกอดแม่จ๋า” 

แค่ซุกตัวนุ่มนิ่มเข้ามาหาใจคนเป็นแม่ก็แทบจะละลายแล้ว ยิ่งยัยหนูบอกสาเหตุที่ทำให้ลุกมาหาตอนนี้ก็ยิ่งละลายเข้าไปใหญ่ ณรชญายิ้มปากแทบจะฉีก รู้สึกดีเป็นพิเศษที่ยัยหนูอยากจะนอนกอด

แต่ในใจก็โทษตัวเองอยู่เช่นกัน ต้องโทษที่ช่วงนี้เธอแอบทำงานตอนดึก ๆ ทำให้ไม่ได้นอนกอดลูก ยัยหนูจึงได้นอนไม่หลับ

“แต่ว่าแม่ยังทำงานไม่เสร็จเลยนะ ถ้าแม่ทำงานไม่เสร็จ จะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงน้องล่ะคะ”

“น้องจาเลี้ยงแม่จ๋าเอง น้องมีเงิน” ยัยหนูพูดแล้วก็ลุกจากตักผู้เป็นแม่แล้ววิ่งไปหยิบซองสีแดงกว่าสิบซองที่เพิ่งได้รับมาจากผู้ใหญ่ที่เอ็นดูในความน่ารักของเธอในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา

“นี่งาย น้องมีเงิน”

เห็นซองอั่งเปาที่ยัยหนูยื่นมาให้ดู คนเป็นแม่ก็ต้องระบายยิ้ม ทั้งเอ็นดูทั้งอ่อนใจ เงินเท่านี้จะเลี้ยงเธอได้อย่างไรกัน

ลำพังแค่ยัยหนูกินขนมกับซื้อของเล่นก็แทบจะหมดแล้ว

“ม่ายพอเหยอ ง้านเอาของยี่หวามารวมด้วย พอมั้ยคะ” เห็นคุณแม่ยังสาวไม่พูดอะไร ยัยหนูก็คิดว่าไม่พอ จึงคิดจะไปหยิบซองอั่งเปาของเด็กหญิงณิรินทร์ธิตาหรือน้องยี่หวาพี่สาวฝาแฝดมารวมด้วย ทว่าไม่ทันจะผละไปคนเป็นแม่ก็คว้าตัวไว้ก่อนพร้อมทั้งบอกเล่า

“ไม่พอค่ะ เอาของพี่ยี่หวามาก็ไม่พอไม่ต้องไปเอามาหรอก... รายจ่ายบ้านเราเยอะมาก ๆ เลย”

“แต่ แต่น้องหยักกอดแม่จ๋า” คนอยากกอดแม่พูดเสียงอ่อย แต่แค่นั้นก็ทำให้คนเป็นแม่ใจอ่อนได้แล้ว 

ณรชญาลอบถอนใจหนัก ๆ ที่วันนี้งานที่ทำอยู่ก็คงต้องยกไปทำต่อพรุ่งนี้ก่อนจะหันมาพูดกับยัยหนู “งั้น...จุ๊บ ๆ ก่อนเผื่อแม่จ๋าจะเปลี่ยนใจ”

หนูน้อยณิรินทร์ทิราตาลุกวาวกับข้อเสนอของคุณแม่ยังสาว ยัยหนูขยับเข้าไปจุ๊บแก้มคนเป็นแม่ในทันทีก่อนที่คุณแม่ยังสาวจะทำทีราวกับต้องมนต์สะกด

“ชื่นใจ อ่า แม่ถูกน้องสะกดจิตแล้ว น้องจะให้แม่ทำอะไร สั่งมาได้เลยเจ้าค่ะ”

“เย่ ง้าน ปายนอน กอด ๆ”  หนูน้อยบอกความต้องการแล้วก็ดึงให้คนเป็นแม่ลุกขึ้น หญิงสาวทำตามอย่างว่าง่ายก่อนจะจูงมือยัยหนูไปที่เตียงซึ่งพี่สาวฝาแฝดยังคงหลับปุ๋ยอยู่ไม่ได้รับรู้อะไร

“จุ๊ ๆ อย่าเสียงดัง อย่ากระโดดนะคะ เดี๋ยวพี่ยี่หวาตื่น”

“โอเคคร่า” ยัยหนูตอบอย่างว่าง่ายพร้อมกับปีนขึ้นเตียงที่ไม่ได้สูงมากอย่างช้า ๆ และแผ่วเบาราวกับกลัวว่าถ้าขยับตัวมากเกินไปจะไปรบกวนการนอนของพี่สาวฝาแฝดเอาได้

ยัยหนูแค่ได้นอนกอดแม่ไม่นานก็หลับ ความเงียบเกิดขึ้นในชั่วขณะ นัยน์ตาคู่หวานทอดมองลูกสาวตัวน้อยที่หน้าเหมือนเธอราวกับแกะพลางกระชับผ้าห่มให้ก่อนจะมองเลยไปยังลูกสาวอีกคนที่ถอดแบบเธอมาเช่นกัน เด็ก ๆ เหมือนกับเธอมาก แต่พอมองบ่อย ๆ กลับมีส่วนคล้ายคนบางคนมากเช่นกัน มือเรียวสวยเอื้อมไปกระชับผ้าห่มให้ยัยหนูแฝดผู้พี่ก่อนที่จะจมไปกับความคิดของตัวเอง 

คืนนั้น...เธอบอกเขาว่าพร้อมกับผลลัพธ์ของการกระทำ แต่ก็ไม่คาดว่าผลลัพธ์นั้นจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิต

ไม่เพียงเปลี่ยนฝันร้ายให้กลายเป็นค่ำคืนที่ยากจะลืม แต่เธอยังได้ของขวัญที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตเธอถึงสองชีวิต...และเป็นสองชีวิตที่เปรียบได้กับแก้วตาดวงใจของเธอในตอนนี้

หญิงสาวขบคิดพลางนึกย้อนกลับไปในวันวานที่ผ่านมา กว่าจะมาเป็นดั่งทุกวันนี้...ผ่านอะไรมามากมายจริง ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป