บทที่ 12 อวดดี

ครืด... ครืด...

เสียงแปรงทองเหลืองเสียดสีกับพื้นหินทรายดังก้องไปทั่วลานหน้าคอกม้า แสงแดดยามบ่ายแผดเผาจนอากาศแทบจะเป็นไอ

มิราคุกเข่าอยู่บนพื้นหินที่ร้อนจัดจนแทบลวกผิว ชุดผ้ากระสอบเนื้อหยาบเสียดสีบาดแผลตามร่างกาย เหงื่อเม็ดโตไหลเข้าตาจนแสบพร่า สองมือที่จับแปรงสั่นเทา ผิวหนังบริเวณง่ามนิ้วพองใสและแตกออกจนเลือดสีสดซึมผสมกับน้ำสบู่

ซ่า!

เงาดำทาบทับลงมา พร้อมกับน้ำทับทิมเย็นเฉียบที่สาดโครมลงบนพื้นหินสีขาวสะอาดที่เธอเพิ่งขัดเสร็จ หยดน้ำสีแดงกระเด็นเปื้อนใบหน้าและเสื้อผ้าของมิรา หญิงสาวชะงักแปรงในมือ หอบหายใจหนักหน่วง

"อุ๊ยตาย... หลุดมือ"

เจ้าหญิงลายลาก้าวรองเท้าส้นสูงประดับเพชรเข้ามาเหยียบย่ำลงบนกองน้ำทับทิม หล่อนก้มหน้าลงมา เหยียดยิ้มร้ายกาจ "ขัดใหม่สิ... หรือถ้าขี้เกียจ จะก้มลงไปเลียแทนก็ได้นะ นังทาส"

นางกำนัลรอบข้างระเบิดเสียงหัวเราะเยาะ

มิรานิ่งไปชั่วอึดใจ มือที่เต็มไปด้วยแผลพุพองกำแปรงทองเหลืองแน่นจนสั่น หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น

เธอวางแปรงลง เอื้อมมือไปหยิบผ้าขี้ริ้วที่ชุ่มไปด้วยน้ำโคลนสีดำปี๋และตะไคร่น้ำสกปรก

แหมะ!

มิราจงใจโยนผ้าขี้ริ้วเน่าๆ นั้นลงบนแอ่งน้ำทับทิม เฉียดปลายเท้าของลายลาไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร น้ำโคลนสกปรกกระเด็นเป็นวงกว้าง เลอะทั้งรองเท้าส้นสูงและชายชุดกระโปรงหรูหราของเจ้าหญิงจนเป็นดวงด่างพร้อย

"กรี๊ดดด! นังทาสชั้นต่ำ! แกทำบ้าอะไร!" ลายลาหวีดร้องเสียงหลง กระโดดเหยงหนีราวกับโดนน้ำร้อนลวก ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความขยะแขยง

"ว้าย! ขออภัยเพคะเจ้าหญิง... หลุดมือเหมือนกันเพคะ"

"นังไพร่อวดดี!"

ลายลาเดือดดาลจนขาดสติ หล่อนง้างมือขึ้นสุดแขนหมายจะตบหน้าเชลยสาวปากดีให้เลือดกบปาก

มิราไม่หลบ กลับยืดหลังตรงเชิดหน้าขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเจ้าหญิงอย่างท้าทาย

"ตบได้เลยเพคะ เจ้าหญิง..." มิราเอ่ยขึ้นเสียงก้องกังวานพอให้ทหารยามรอบบริเวณได้ยิน แสร้งดัดให้ดูอ่อนน้อม "หม่อมฉันผิดเองเพคะ... เป็นแค่ทาสชั้นต่ำ ไร้ทางสู้ สมควรโดนลงไม้ลงมือ ตบโชว์ทหารยามแถวนี้ให้เป็นบุญตาได้เลยเพคะ... ว่าเวลาที่เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ลงโทษคนที่ไม่มีทางสู้เนี่ย กิริยาท่าทางมันช่าง... สง่างามสมสายเลือดราชวงศ์เสียเหลือเกิน!"

ลายลาง้างมือค้างอยู่กลางอากาศ ทำได้แค่กัดฟันกรอด ข่มความโกรธที่พุ่งปรี๊ดจนหน้าดำหน้าแดงเอาไว้

"ฝะ... ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี!"

เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ลดมือลงอย่างฮึดฮัด กรีดร้องกระฟัดกระเฟียด ก่อนจะสะบัดหน้ากระทืบเท้าเดินหนีไปพร้อมกับเหล่านางกำนัลที่รีบวิ่งตามกันจ้าละหวั่น 

บนระเบียงหินอ่อนชั้นสอง...

ชีคอาดิลทอดสายตามองเหตุการณ์เบื้องล่างตั้งแต่ต้นจนจบ มือหนาบีบแก้วกาแฟคริสตัลแน่นจนสั่น ขบกรามแน่น

เขากำลังรอ… รอให้ความทรมานทางกายบดขยี้ความจองหองนั้นให้แหลกละเอียดคาลานหิน

เวลาผ่านไป

แดดบ่ายแผดเผาจนอากาศเริ่มบิดเบี้ยว มิราเริ่มหมดแรงขนแขนอ่อนล้าแทบยกขึ้นไม่ไหว จังหวะการขัดช้าลงเรื่อยๆ ร่างบางโอนเอนไปมาเหมือนคนไร้สติ ก่อนที่ท่อนแขนเล็กจะทรุดฮวบ ใบหน้าหวานฟุบลงกับพื้นหินที่ร้อนระอุ 

อาดิลขยับตัวชิดขอบระเบียง ลมหายใจสะดุด เขาจับจ้องรอคอยให้เธอเปล่งเสียงร้องขอชีวิต

ทว่า... ร่างที่ฟุบอยู่กลับพยายามยันตัวขึ้นมาด้วยความยากลำบาก มิราเงยหน้าขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ฟันซี่คมขบกัดลงบนริมฝีปากล่างของตัวเองอย่างแรง 

เธอส่ายหน้ากระชากสติที่กำลังจะดับวูบให้กลับคืนมา มือเล็กที่สั่นระริกคว้าแปรงทองเหลืองขึ้นมา กัดฟันลงแรงขัดพื้นหินต่อไป

ปึก!

อาดิลกระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะจนร้าว ร่างสูงตระหง่านหมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าลงจากระเบียงทันที

โครม!!

ถังไม้น้ำขุ่นคลั่กถูกปลายรองเท้าบูตหนังเตะกระเด็นลอยละลิ่ว น้ำโคลนสีดำสนิทสาดกระจายรดร่างของมิราและเปรอะเปื้อนลานหินที่เธอเพิ่งขัดจนสะอาด

"ในเมื่อยังมีแรงปากดีกับคู่หมั้นฉัน... ก็ขัดใหม่ทั้งหมดนี่แหละ!" เสียงทุ้มตวาดกร้าว ดังก้องจนทหารยามรอบลานสะดุ้งเฮือก

มิราชะงักค้าง น้ำโคลนหยดจากปลายผมลงสู่ปลายคาง เธอค่อยๆ หันไปมองผลงานที่ถูกทำลายทิ้งเมื่อครู่ หญิงสาวทิ้งแปรงในมือ สองมือที่สั่นเทาจับขอบถังไม้เปล่า ยันเข่าที่ถลอกปอกเปิกให้ลุกขึ้นยืน

ร่างกายของเธอโอนเอน แต่แผ่นหลังกลับตั้งตรง ไม่แม้แต่จะปรายตามองหน้าอาดิลด้วยซ้ำ เธอหันหลังก้าวเท้าเดินกะเผลกตรงไปยังบ่อน้ำบาดาล

หมับ!!

มือแกร่งพุ่งเข้าตะปบข้อมือบาง กระชากร่างเธอให้หันกลับมาปะทะแผงอกกว้างอย่างแรง

"ใครสั่งให้เธอใช้น้ำสะอาด!" อาดิลตะคอกใส่หน้า บีบรัดข้อมือเล็กจนกระดูกลั่นกรอบ "เดินไปตักน้ำโคลนจากรางหญ้าม้ามาขัดเดี๋ยวนี้!"

มิราปล่อยให้เขาบีบข้อมือจนขึ้นห้อเลือด หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น นัยน์ตากลมโตแดงก่ำจ้องลึกทะลุเข้าไปในดวงตาที่กำลังเดือดพล่านของคนตรงหน้าด้วยความเด็ดเดี่ยว ก่อนริมฝีปากที่แตกช้ำขยับเปล่งเสียงราบเรียบ

"รับทราบเพคะ... ฝ่าบาท"

อาดิลชะงักค้าง ลมหายใจร้อนระอุสะดุดกึกเมื่อปะทะเข้ากับแววตาเด็ดเดี่ยวนั้น... มือแกร่งที่บีบรัดข้อมือเธออยู่ค่อยๆ คลายออก ปล่อยให้ข้อมือเล็กหลุดเป็นอิสระ

มิราหันหลัง เตรียมก้าวเดินไปที่รางหญ้าม้าเพื่อตักน้ำโคลนตามคำสั่ง แต่ยังไม่ทันได้ก้าวพ้นระยะ...

"เดี๋ยว..." อาดิลเค้นเสียงห้วน "ไม่ต้องแล้ว..."

บทก่อนหน้า
บทถัดไป