บทที่ 13 บทไม่มีชื่อ

"ลานหน้าคอกม้าเล็กนี่มันคงจะสบายเกินไป..." อาดิลชี้มือไปทางหลังวัง "ไปคอกม้าหลวงท้ายวัง! ล้างคอกม้าจนกว่าทุกตารางนิ้วจะสะอาดหมดจด!"

มิราที่กำลังจะหมุนตัวเดินออกไปหยุดชะงัก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความเจ็บปวดจากฝ่ามือที่พุพองและหัวเข่าที่ถลอกจนเลือดซึม เธอค่อยๆ หันกลับมา ค้อมศีรษะลงเล็กน้อยด้วยท่วงท่าที่ยังคงสง่างาม

"เพคะ... ฝ่าบาท"

เธอหมุนตัวกลับ เดินลากขากะเผลกออกไปจากลานหินทันที ทิ้งให้อาดิลยืนกำหมัดแน่นด้วยความขัดใจที่ไม่อาจกระชากเสียงร้องขอความเมตตาจากเธอได้แม้แต่แอะเดียว

กลิ่นฉุนกึกของแอมโมเนียและมูลสัตว์ที่หมักหมมคละคลุ้งไปทั่วคอกม้าท้ายวัง รุนแรงจนมิราต้องกลั้นหายใจ

"โอ๊ย! เหม็นจะตายอยู่แล้ว! โกยขี้ม้าออกไปให้หมดเลย เร็วๆ!"

เสียงแหลมปรี๊ดของ ‘นาดา’ นางกำนัลคนสนิทของลายลาที่ถูกส่งมายืนคุม ดังก้องขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วสั่งการ หล่อนยืนอยู่ห่างๆ ใช้ผ้าเช็ดหน้าลูกไม้ปิดจมูกแน่น ท่าทางขยะแขยง

มิรากัดฟันกรอด ออกแรงใช้คราดเหล็กหนักอึ้ง โกยมูลม้าและกองฟางเปียกชื้นที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกไปทิ้ง ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยแผลพุพองจากการขัดลานหินเมื่อครู่ ปริแตกออกอีกครั้งเมื่อต้องเสียดสีกับด้ามไม้หยาบๆ แต่เธอก็ยังคงอดทนทำต่อไป

"ฉันบอกให้ทำเร็วๆ หูหนวกหรือไง! มัวแต่อืดอาดยืดยาด ชาติไหนจะเสร็จยะ!" นาดายังคงแผดเสียงจิกกัดไม่หยุดหย่อน

ทว่าในจังหวะนั้นเอง... ฟี้ด... แหมะ... แหมะ...

เสียงลมรั่วและหยดน้ำที่ผิดปกติ ดึงให้มิราที่กำลังหอบเหนื่อยหันไปมอง ท่อส่งน้ำเหล็กเส้นเกรอะกรังที่ต่อเลียบกำแพงมีรอยแตกร้าว น้ำล้นทะลักซึมลงพื้นดินจนกลายเป็นแอ่งโคลน ทำให้แรงดันน้ำลดลงจนไม่มีน้ำส่งไปถึงราง 

ม้าอาหรับสายเลือดดีหลายตัวในคอกเริ่มส่งเสียงร้องฟืดฟาด พยายามใช้จมูกดันรางน้ำที่แห้งผากอย่างกระวนกระวายด้วยความกระหาย

เคล้ง!

มิราทิ้งคราดเหล็กในมือลงพื้น

"อ้าวๆ! นังนี่! ใครสั่งให้แกวางมือกันยะ!" นาดาแว้ดขึ้นมาทันที "ฉันจะฟ้องท่านชีคให้ฟาดแกให้หลังลายเลยคอยดู!"

"หัดแหกตาดูบ้างสิว่าท่อน้ำมันแตก!" มิราตอกกลับเสียงห้วน หันไปชี้หน้าคอกม้า "ม้าไม่มีน้ำกินแล้วเนี่ย ขืนปล่อยไว้แบบนี้ม้าได้ช็อกตายหมดคอกนี่แหละ!"

"แล้วมันใช่เรื่องของแกไหม! อีนั่งไพร่โกยขี้ม้า! ปล่อยมันแตกไปสิเดี๋ยวก็มีคนมาดูเองแหละ!"

"ถ้าม้าทรงตัวโปรดของชีคอาดิลต้องมาขาดใจตายเพราะความขี้เกียจของเธอ… เธอคิดว่าหัวของตัวเองจะยังตั้งอยู่บนบ่าไหมล่ะ นาดา!"

คำขู่เอาชีวิตทำเอานาดาสะดุ้งเฮือกหน้าถอดสีไปชั่วขณะ อ้าปากพะงาบๆ เถียงไม่ออก

มิราไม่รอให้นาดาตั้งสติได้ หญิงสาวลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ เดินกึ่งวิ่งไปรื้อค้นกองขยะและโรงเก็บเครื่องมือเก่าหลังคอกม้า สายตากวาดมองหาวัสดุที่พอจะทดแทนกันได้

เธอคว้าเศษไม้อัดเนื้อแข็ง แผ่นยางในเส้นเก่าที่ถูกทิ้ง และลวดเหล็กเส้นโตมาได้ มิราวิ่งกลับมาที่ท่อ จัดการพันแผ่นยางทับรอยแตกเพื่ออุดรอยรั่ว ใช้เศษไม้สองแผ่นประกบดามไว้ แล้วใช้ท่อนเหล็กอันเล็กสอดเข้ากับขดลวด ออกแรงบิดลวดรัดแผ่นไม้และยางเข้ากับท่อเหล็กอย่างแน่นหนา

ซ่า!~

หลังจากรอยรั่วถูกปิดสนิทแรงดันน้ำก็กลับคืนมา น้ำสะอาดไหลทะลักลงสู่รางน้ำโลหะ ม้าหลายตัวส่งเสียงร้องอย่างดีใจและพากันเดินเข้ามารุมกินน้ำอย่างตะกรุมตะกราม ทิ้งให้นาดายืนอ้าปากค้าง มองผลงานของเชลยสาวชั้นต่ำด้วยความตื่นตะลึงจนลืมด่าไปสนิทใจ

"นี่เธอ! ทำอะไรน่ะ!"

เสียงตวาดกร้าวของหัวหน้าคนเลี้ยงม้าวัยกลางคนดังลั่นคอก ชายชราวิ่งหน้าตื่นพร้อมชูไม้เท้าขึ้นหมายจะเอาเรื่องทาสรับใช้ที่บังอาจมายุ่งกับระบบน้ำหลวง 

"ตายแล้วๆ ข้าเห็นน้ำมันไม่ไหลเลยวิ่งไปหาของมาซ่อมแค่แป๊บเดียวเอง ทำวุ่นวายไปหมด เป็นแค่ทาสผู้หญิง อย่ามาทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าสิ! ถ้าทำท่อพังขึ้นมา..."

คำด่าถูกกลืนหายไปแทบจะทันที เมื่อเห็นกระแสน้ำใสสะอาดกำลังไหลลงสู่รางโลหะจนเต็มเปี่ยม ม้าอาหรับสายเลือดดีหลายตัวกำลังก้มลงดื่มน้ำอย่างตะกรุมตะกราม

ชายชราชะงักกึก กวาดตามองรอยต่อท่อที่ถูกดามไว้อย่างแน่นหนาด้วยเศษไม้และแผ่นยางเก่าๆ สลับกับมองใบหน้ามอมแมมที่เต็มไปด้วยคราบเหงื่อและฝุ่นโคลนของมิรา แววตาก็วิ๊งวับขึ้นมาทันทีด้วยความซาบซึ้งใจ

"นี่เจ้า... เจ้าเป็นคนซ่อมงั้นเรอะ?" ชายชราเอ่ยเสียงอ่อนฮวบลงทันที

มิราพยักหน้าช้าๆ ยกหลังมือปาดเหงื่อพร้อมหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า "ใช่ค่ะลุง... ท่อมันแตก ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ม้าคงหิวน้ำแย่"

หัวหน้าคนเลี้ยงม้ามองสองมือเล็กที่เต็มไปด้วยแผลพุพองและมีเลือดซิบของเธอ แล้วเม้มปากแน่น เขาหันซ้ายหันขวาระแวดระวังสายตาทหารยาม ก่อนจะชะงักเมื่อเหลือบไปเห็นนาดาที่ยังยืนอึ้งอยู่ไม่ไกล นาดาชะงักเลิกคิ้วขึ้นเลิ่กลั่ก

"โอ๊ย! ฝุ่นคอกม้านี่มันฟุ้งเข้าตาจริงๆ แสบไปหมดแล้วเนี่ย!"

นาดาแสร้งทำเป็นยกผ้าเช็ดหน้าลูกไม้ขึ้นมาปิดหน้าขยี้ตา ส่งเสียงแว้ดๆ กลบเกลื่อน "ฉันไปฝั่งนู้นดีกว่า ขืนยืนตรงนี้นานๆ มีหวังเหม็นขี้ม้าจนเป็นลมแน่เลย อี๊!" พูดจบ นาดาก็สะบัดหน้า หมุนตัวเดินกึ่งวิ่งหนีไปอีกทางอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะหันมาส่งซิกให้ชายแก่เป็นอันรู้กัน

ชายชราก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะดึงเอาขนมปังอบใหม่ๆ ก้อนโตที่ห่อผ้าไว้อย่างดี พร้อมกับกระติกน้ำสะอาดที่เพิ่งเบิกมา ยัดใส่มือของมิราอย่างรวดเร็ว

"รับไปสิแม่หนู... รีบกินเข้า" หัวหน้าคนเลี้ยงม้ากระซิบเสียงเบาหวิว แววตาเต็มไปด้วยความเวทนา "ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าไปทำอะไรให้ชีคอาดิลโกรธกริ้ว แต่แรงงานหลวงไม่มีของดีๆ แบบนี้ให้กินหรอก ถือซะว่าข้าตอบแทนที่เจ้าช่วยชีวิตม้าพวกนี้เอาไว้... เอาล่ะ รีบๆ ซะ ก่อนที่ทหารยามจะมาเห็นเข้า!"

ในห้องทำงานส่วนพระองค์ 

"นังเชลยนั่น… เปิดปากร้องขอความเมตตาบ้างสักคำหรือยัง"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป