บทที่ 16 อ้อนวอนซะสิ

มิราหันขวับกลับมามองปลายหอกที่จ่ออยู่ห่างเพียงคืบ ก่อนตวัดมองเจ้าของหอกนั้นอย่างไม่เกรงกลัว

"ไม่ต้องมาแตะต้องตัวฉัน..." เธอตวาดเสียงหนักแน่น ทว่าสั่นพร่าเล็กน้อยจากความเหน็บหนาว "ฉันมีขา ฉันลงไปเองได้!"

เมื่อปลายเท้าเล็กแตะผิวน้ำ ความเย็นยะเยือกก็แล่นแปร๊บขึ้นมาลึกถึงกระดูก มิราสูดลมหายใจลึก กัดฟันแน่น ก่อนจะฝืนใจก้าวลงไปในสระน้ำพุอย่างเชื่องช้า น้ำเย็นเฉียบค่อยๆ กลืนกินท่อนขา และหยุดลงที่ระดับเอวคอด

ความเย็นยะเยือกของน้ำทำเอาร่างบางสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ฟันกระทบกันดังกึกๆ 

"เย็นสบายดีใช่ไหมล่ะ นังเชลย..."

เสียงทุ้มกังวานทอดลงมาจากระเบียง อาดิลยืนพิงขอบหินอ่อน แกว่งแก้วไวน์แดงในมืออย่างใจเย็น ส่งยิ้มเย้ยหยันให้เชลยสาว "แค่เอ่ยปากขอร้องฉันคำเดียว... แล้วฉันจะเมตตาสั่งให้คนดึงเธอขึ้นมาผิงไฟอุ่นๆ ข้างบนนี้"

"ฝะ... ฝันไปเถอะ!"

มิราตะโกนสวนกลับไปด้วยน้ำเสียงหนาวสั่น แต่สายตายังคงเด็ดเดี่ยว "ต่อให้ฉันต้องแข็งตายอยู่ในสระบ้าๆ นี่... ฉันก็... ไม่มีวันก้มหัวให้คนไร้หัวใจอย่างคุณ!"

อาดิลแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาสีรัตติกาลหรี่แคบลงอย่างนึกสนุก ทว่าแฝงความหงุดหงิดที่ลึกๆ แล้วเธอยังคงไม่ยอมสยบ

"ปากดีเหลือเกินนะ..." มัจจุราชหนุ่มยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ แววตาดุดันและท้าทาย "งั้นก็แช่อยู่ในนั้นต่อไป... มาดูกันว่าร่างกายของเธอ จะอวดดีได้ทนทานเหมือนปากหรือเปล่า!"

เวลาผ่านไปนับชั่วโมง... ความหนาวเหน็บกัดกินพลังชีวิตของเชลยสาวไปทีละน้อย

บนระเบียงอันอบอุ่น ชีคอาดิลนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้บุกำมะหยี่ มือหนาแกว่งแก้วคริสตัลบรรจุไวน์แดงชั้นเลิศเบาๆ เขาจิบมันอย่างใจเย็น นัยน์ตาสีรัตติกาลจับจ้องลงมาที่ร่างบอบบางในสระน้ำไม่วางตา เขารอให้เธอปริปากขอร้อง 

เขาคิ้วขมวดขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตุเห็นอาการผิดปกติบางอย่างกับเชลยสาว ที่กำลังยืนโงนเงนหน้าซีดเผือด แต่ยังคงไม่ปริปากใดๆออกมา

"อยากขึ้นมารึยังล่ะ นังเชลย! ร้องขอชีวิตซะสิ!" เจ้าชายหนุ่มตะโกนลั่น

ทว่าหญิงสาวยังคงยืนนิ่งโงนเงนอยู่อย่างนั้น ก่อนจะทรงตัวไม่ไหว ทรุดลงจมดิ่งลงสู่น้ำเย็นยะเยือก

"มิรา!"

เพล้ง!!!

แก้วไวน์คริสตัลในมือของอาดิลร่วงหล่นกระแทกพื้นแตกกระจาย 

อาดิลเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ผุดลุกขึ้นพุ่งหลาวทะยานลงจากระเบียงชั้นล่าง กระโจนลงสู่สระน้ำพุอย่างไม่คิดชีวิต 

ซ่า! 

ทั้งสองร่างโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ ทหารยามแถวนั้นแตกตื่นวิ่งกรูกันเข้ามาช่วยกันลากทั้งคู่ขึ้นมาอย่างปลอดภัย

"มิรา!" อาดิลตบหน้ามิราเบาๆ หลายๆที เพื่อดึงสติเชลยสาว 

อึก! 

น้ำอึกใหญ่ถูกพ่นออกมา ก่อนที่มิราจะโก่งตัวสำลักอย่างแรง 

"ใครสั่งให้เธอจมน้ำ! ฉันยังไม่สั่งให้เธอตาย"

ร่างกายบอบบางสั่นเทาอย่างรุนแรงจนฟันกระทบกันดังกึกๆ เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ปรือขึ้น เสื้อผ้าเนื้อหยาบที่เปียกลู่แนบเนื้อ เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าและผิวขาวซีดอย่างชัดเจนภายใต้แสงจันทร์ 

อิดิลโน้มตัวลงมาทาบทับ คร่อมร่างบางเอาไว้ กักขังเธอด้วยวงแขนแกร่ง ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดผิวแก้มเย็นเฉียบ

"ดูสภาพเธอตอนนี้สิ..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากที่สั่นระริก ฉีกยิ้มร้ายกาจ "ศักดิ์ศรีที่เธอหวงนักหนา... มันช่วยให้เธออุ่นขึ้นบ้างไหมล่ะ มิรา?"

มิราพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิด ยกมือที่สั่นเทาขึ้นปัดมือหนาของเขาออกจากคางอย่างรังเกียจ

"ฉันยอม... แข็งตาย..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟันที่กำลังสั่นกึกๆ ด้วยความหนาว "ดีกว่าต้อง... คุกเข่าอ้อนวอน... ปีศาจอย่างคุณ"

อาดิลหุบยิ้มฉับ กัดฟันกรอด ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายสายตาลงมามองมิราที่กำลังนอนขดตัวหนาวสั่นอยู่บนพื้นอย่างไร้ปราณี

"ก็ยังปากดีเหมือนเดิม" เจ้าชายหนุ่มสบถลั่นอย่างหงุดหงิด ก่อนตะโกนสั่งทหาร "พานางกลับห้อง! พรุ่งนี้… ส่งนางไปอยู่ที่ครัวหลวง!"

วันต่อมา มิราถูกส่งไปที่ห้องครัวหลวง

ไอร้อนระอุจากเตาไฟฟืนขนาดใหญ่แผดเผาจนอากาศบิดเบี้ยว ควันไฟและกลิ่นเครื่องเทศฉุนกึกคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

มิรายืนโอนเอนอยู่หน้ากองฟืนสูงท่วมหัว ใบหน้าหวานซีดเผือดจากพิษไข้ ที่เป็นผลมาจากการถูกบังคับให้แช่น้ำเย็นจัดมาทั้งคืนคืน ริมฝีปากแห้งผากไปหมด ทุกครั้งที่สูดลมหายใจ ไอร้อนจะบาดลึกเข้าไปในลำคอจนแสบพร่า

"มัวยืนบื้อทำซากอะไรยะ นังทาส! คิดว่าตัวเองยังเป็นคุณหนูเดินเล่นในสวนดอกไม้หรือไง"

เสียงแหลมปรี๊ดของ 'ซาลมา' หัวหน้าแม่ครัวร่างท้วมแผดลั่นกลบเสียงเดือดปุดๆ ของน้ำในหม้อ หล่อนกอดอก หรี่ตามองเชลยสาวด้วยความหมั่นไส้

"ผ่าฟืนกองนั้นให้หมด! แล้วเอาไปเติมในเตาอบซะ ถ้าไฟมอดแม้แต่นิดเดียว ฉันจะเอาไม้ฟืนนี่ฟาดหลังแกให้ลายเลย!"

มิราไม่ได้ตอบโต้ หญิงสาวกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ก้าวขาที่สั่นเทาเดินไปหยิบขวานเหล็กด้ามเขื่องที่หนักอึ้ง สองมือเล็กที่เต็มไปด้วยรอยแผลพุพองจากการขัดลานหินเมื่อวาน กำด้ามไม้หยาบกระด้างเอาไว้แน่น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป