บทที่ 6 เครื่องหมายทาส

แสงแดดยามสายทาบทับลงบนเปลือกตาผ่านช่องลูกกรงเหล็กดัดเส้นหนา มิราหยัดตัวลุกขึ้นจากเตียงสี่เสาหลังใหญ่ เธอกวาดตามองห้องกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยพรมทอผืนหนาและเครื่องเรือนหรูหรา

แกรก...

บานประตูไม้เปิดออก สาวใช้ชาวอาหรับในชุดคลุมมิดชิดก้มหน้าก้าวเข้ามาพร้อมถาดทองเหลือง หล่อนวางมันลงบนโต๊ะไม้สลัก ตามด้วยไม้แขวนเสื้อที่พาดชุดกระโปรงผ้าชีฟองสีขาวบางเบาเอาไว้

มิราปรายตามองชุดโปร่งแสงนั้น หญิงสาวกระชับคอเสื้อสูททำงานที่ยับยู่ยี่และเปื้อนฝุ่นทรายเข้าหากันแน่น

"เอาออกไป" เธอออกคำสั่งเสียงแข็ง

สาวใช้ส่ายหน้า ปฏิเสธที่จะทำตาม มิราไม่พูดซ้ำ มือเรียวคว้าถาดอาหารทองเหลืองบนโต๊ะ แล้วปัดมันทิ้งลงพื้นอย่างแรง

เคร้ง!

เนื้อย่างและขนมปังกระจายเกลื่อนพรม น้ำชาหกเลอะเทอะ สาวใช้เบิกตากว้าง รีบถอยกรูดออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้มิรายืนเชิดหน้าอยู่ในชุดสูทตัวเดิมที่เธอจะไม่มีวันถอดเด็ดขาด

มิราเริ่มสำรวจทุกตารางนิ้วของห้องเพื่อหาทางหนี สองมือออกแรงเขย่าลูกกรงเหล็กที่หน้าต่าง แต่มันถูกฝังแน่นลงในเนื้อหินทรายอย่างแน่นหนา

เมื่อชะโงกมองลอดช่องว่างลงไปเบื้องล่าง ก็พบเพียงกำแพงสูงชันและทหารยามพร้อมอาวุธครบมือที่เดินลาดตระเวนอยู่ไม่ขาดสาย

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ดวงอาทิตย์เคลื่อนคล้อยขึ้นตั้งฉาก แดดทะเลทรายยามบ่ายแผดเผาจนไอร้อนระอุทะลุผ่านกำแพงหินเข้ามา อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นราวกับเตาอบ ชุดสูททำงานเต็มยศเริ่มทำให้เธออึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก หยาดเหงื่อไหลซึมชื้นไปทั่วแผ่นหลังและกรอบหน้า

ลำคอของมิราแห้งผาก กระเพาะส่งเสียงร้องประท้วงอย่างหนัก 

หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าพิงกำแพงมุมห้อง ดวงตาคู่สวยปรายมองเศษอาหารและหยดน้ำชาที่ซึมลงบนพรมอย่างเหนื่อยล้า... 

ความกระหายเริ่มเล่นงานจนภาพตรงหน้าพร่ามัว แต่เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่น บังคับไม่ให้ตัวเองคลานไปแตะต้องเศษอาหารพวกนั้นเด็ดขาด

ยามค่ำคืน

บานประตูถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง ชีคอาดิลก้าวอาดๆ เข้ามาในห้อง เขาหยุดยืนนิ่ง นัยน์ตาสีรัตติกาลกวาดมองเศษอาหารที่กระจัดกระจายบนพื้น ข้ามไปหยุดอยู่ที่ชุดผ้าชีฟองสีขาวที่ยังคงแขวนอยู่ที่เดิม ก่อนตวัดกลับมาจ้องมองเชลยสาวที่ยังคงสวมชุดทำงานสกปรกมอมแมม

"ทายาทอรรถศิขรคอร์ปใช้การปาข้าวของ... แทนการเจรจาธุรกิจงั้นหรือ?" เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทำลายความเงียบ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบ

"ฉันเจรจากับมนุษย์ ไม่ใช่พวกโจรลักพาตัวป่าเถื่อนแบบคุณ!" มิราเชิดหน้าขึ้น สวนกลับทันควันโดยไม่เกรงกลัว "และเสื้อผ้าพรรค์นี้มันก็แค่เครื่องหมายทาส ฉัน-ไม่-มี-วัน-ใส่!"

อาดิลแค่นเสียงหัวเราะหยันในลำคอ ชายหนุ่มยกมือขึ้นปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตของตนเองออกช้าๆ อย่างคุกคาม "เก็บชุดโสโครกๆ ของเธอไว้พิสูจน์ความจองหองเหรอ นังเชลย... คิดว่ามันจะปกป้องเธอจากฉันได้งั้นสิ?"

"เข้ามา" อาดิลเอ่ยเสียงเฉียบขาด

สิ้นคำสั่ง หญิงรับใช้ร่างใหญ่สองคนก็ก้าวพรวดเข้ามาในห้อง ตรงดิ่งเข้ามาคว้าท่อนแขนทั้งสองข้างของมิรา ล็อกตัวหญิงสาวเอาไว้แน่นหนา

"ปล่อยนะ! พวกแกจะทำอะไร!"

"ในเมื่อเตือนดีๆ แล้วไม่ฟัง..." อาดิลกอดอกมองผลงาน แววตาเยียบเย็นไร้ความปรานี "ฉันก็จะให้คนของฉัน เปลื้องผ้าเธอออกตรงนี้นี่แหละ"

"คุณคิดว่าการใช้กำลังข่มเหงผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ มันจะทำให้คุณดูเป็นผู้ชนะเหรอ อาดิล!" มิราเบิกตากว้าง หวีดร้องในลำคอพร้อมกับสะบัดตัวดิ้นรนสุดชีวิต ขาเรียวเตะสกัดสะเปะสะปะ "คุณมันก็แค่คนขี้ขลาด!"

อาดิลก้าวช้าๆ เข้ามาประชิดตัว เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ นัยน์ตาคมกริบหลุบมองใบหน้าหวานที่ตื่นตระหนก แววตาทวีความอันตรายมากขึ้น

"ขี้ขลาดเหรอ..." เขากระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใสที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธ "ดูซิว่าคนขี้ขลาดอย่างฉันสามารถทำอะไรเธอได้บ้าง… เชลย"

มือหนายกขึ้น นิ้วเรียวยาวสอดเกี่ยวเข้าที่คอเสื้อเชิ้ตผ้าไหมที่ยับยู่ยี่ของมิรา สัมผัสจากหลังข้อนิ้วสากที่เฉียดผ่านผิวเนื้อบริเวณไหปลาร้า ทำเอามิราลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายของหญิงสาวแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อความร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขาทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามา

เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง นัยน์ตาคมจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สั่นระริก ก่อนจะออกแรงกระตุกนิ้ว

ปึด!

กระดุมเม็ดบนสุดหลุดกระเด็นร่วงลงบนพื้นพรม สาบเสื้อแยกออกกว้างเผยให้เห็นผิวเนื้อขาวเนียน อาดิลเผลอชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที สายตาคมกริบหลุบมองความบอบบางตรงหน้า ก่อนจะตวัดกลับขึ้นมาสบตากับดื้อรั้นที่บัดนี้มีหยาดน้ำตาคลอหน่วย

"เอาสิ... ฉีกทิ้งไปเลยสิ!" มิราเค้นเสียงลอดไรฟันทั้งที่ไหล่บางสั่นสะท้าน เธอพยายามเชิดหน้าขึ้นสู้ "ทำลายศักดิ์ศรีของฉันให้พอใจเลยไอ้คนเลว!"

"จะไม่ยอมเปลี่ยนเองดีๆ ใช่มั๊ย" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงทว่าแข็งกร้าว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป