บทที่ 8 คนสกปรก
กลิ่นคาวเลือดที่ซึมผ่านผ้าพันแผลไม่ได้ทำให้อังคานสนใจเท่ากับตัวเลขพิกัดที่กำลังวิ่งวนอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์
บอดี้การ์ดหนุ่มในสภาพสะบักสะบอมเพิ่งกระชากสายน้ำเกลือทิ้งและหนีออกจากโรงพยาบาลมายังเซฟเฮาส์ใต้ดิน สองมือที่เต็มไปด้วยรอยถลอกระดมรัวคีย์บอร์ดอย่างบ้าคลั่ง เค้นข้อมูลจากเครือข่ายตลาดมืดเพื่อแกะรอยเส้นทางการบินของเครื่องบินเถื่อนที่พรากเจ้านายของเขาไป
ปิ๊บ!
แถบโหลดข้อมูลหยุดลงพร้อมกับจุดสีแดงที่กะพริบวาบปรากฏบนแผนที่โลก อังคานเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่ออ่านชื่อพิกัดปลายทางที่เครื่องบินลำนั้นลงจอด...
‘อาณาจักรอัลซาอิด’
หมัดแกร่งทุบลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเลือดที่หลังมือซึมออกมา อังคานกัดฟันกรอด เขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่การลักพาตัวเรียกค่าไถ่ธรรมดา แต่เป็นไฟแค้นของราชวงศ์ที่พร้อมจะแผดเผามิราให้ตายทั้งเป็น
ณ พระราชวังกลางทะเลทราย
บานประตูไม้เนื้อแข็งถูกผลักออก ร่างของมิราถูกทหารองครักษ์คุมตัวเข้ามาภายในห้องทำงานส่วนพระองค์ที่กว้างขวาง หญิงสาวในชุดกระโปรงผ้าชีฟองสีขาวที่เปรอะเปื้อนฝุ่นทรายเชิดหน้าขึ้น แม้จะตกอยู่ในสถานะเชลย แต่แววตาของเธอยังคงดื้อดึงไม่ยอมแพ้
ชีคอาดิลยืนเอามือไพล่หลังอยู่กลางห้อง นัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องมองเหยื่อที่เพิ่งแตกตื่นพยายามจะหนีออกจากกรงเมื่อครู่ มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้ม ก่อนที่เขาจะปรายตาไปทางทหารยามเป็นเชิงสั่งให้ถอยออกไปและปิดประตูขังพวกเขาสองคนไว้ตามลำพัง
"ในเมื่อเธออยากลองดีกับฉันนักล่ะก็… ได้!" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้าๆ ทว่าเยียบเย็นจับขั้วหัวใจ "ฉันก็จะให้เธอเห็นว่า... การขัดขืนฉัน มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหน"
อาดิลกดรีโมตในมือ หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่บนผนังกำแพงสว่างวาบขึ้น ภาพข่าวสดจากสำนักข่าวในประเทศไทยปรากฏสู่สายตา พร้อมกับกราฟตัวเลขสีแดงที่พุ่งดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย แถบอักษรวิ่งด้านล่างหน้าจอทำเอาหัวใจของมิรากระตุกวูบ
‘ด่วน! วิกฤตอรรถศิขรคอร์ป หุ้นร่วงหนักสุดในรอบทศวรรษ ท่ามกลางข่าวลือผู้บริหารพัวพันการทุจริตข้ามชาติ’
ภาพบนจอตัดไปที่บอร์ดบริหารซึ่งกำลังชุลมุน ในขณะที่ 'วรเมธ' บิดาของเธอกำลังถูกนักข่าวรุมล้อมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
"พ่อ..." มิราพึมพำเสียงแผ่ว สองเท้าก้าวเข้าไปใกล้หน้าจออย่างลืมตัว
"ดูซะให้เต็มตา" อาดิลเดินเข้ามาหยุดยืนซ้อนด้านหลัง น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความปรานี "ฉันกำลังบดขยี้พ่อของเธอให้พังพินาศอย่างช้าๆ... ให้มันได้ลิ้มรสความสูญเสียและสิ้นหวัง เหมือนกับที่มันพรากพี่ชายไปจากฉัน!"
"คุณมันขี้ขลาด อาดิล! จ้องแต่จะใช้วิธีสกปรก" มิราหันขวับกลับมาเผชิญหน้า
"ลูกสาวฆาตกรอย่างเธอกำลังเรียกร้องขอความใสสะอาดเหรอ" อาดิลกลั้วหัวเราะทั้งแสยะยิ้ม
"พ่อไม่ได้ทำ" มิรายังคงสวนกลับด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยว ไม่เกรงกลัวสักนิด
"พ่อเธอนั่นแหละทำ มิรา ครอบครัวเธอต่างหากที่สกปรก ทั้งพ่อเธอ ทั้งตัวเธอที่ก็คงไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่หรอก สกปรกกันหมดทั้งบ้าน!" อาดิลตวาดลั่นจนดวงตาแดงก่ำ
มิราตวัดสายตาจ้องเขม็ง พุ่งตัวเข้าหาบุรุษร่างยักษ์ตรงหน้า เงื้อมือขึ้นสุดแขนแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างสุดแรง
ฉาด!!
เสียงฝ่ามือกระทบผิวเนื้อดังลั่นห้องทำงาน ใบหน้าคมคายของเจ้าชายหันไปตามแรงตบจนเกิดรอยริ้วแดงจางๆ บนซีกแก้มซ้าย
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องจนได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจด้วยความโกรธของมิรา เธอถอยหลังไปครึ่งก้าว เตรียมรับแรงปะทะที่เขาจะต้องตบสวนกลับมาอย่างแน่นอน
ทว่า...
ใบหน้าคร้ามคมค่อยๆ หันกลับมา แววตาสีดำขลับของเขามืดมิดและวาวโรจน์อย่างคลุ้มคลั่ง เจ้าชายหนุ่มพุ่งตัวเข้าประชิดร่างบางด้วยความเร็วที่มองแทบไม่ทัน
มือหนาตะปบเข้าที่หลังคอของมิราอย่างแรงจนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก ก่อนที่มืออีกข้างจะบีบเข้าที่ปลายคาง บังคับหมุนตัวเธอให้หันกลับไปเผชิญหน้ากับจอโทรทัศน์
ข่าวในจอยังคงตอกย้ำความพินาศของครอบครัวเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ปล่อยนะ!" มิราหวีดร้อง พยายามสะบัดตัวดิ้นรน แต่กลับถูกเขากักขังไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
แผ่นหลังบางถูกตรึงเบียดเข้ากับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจนไร้ช่องว่างให้ขยับเขยื้อน ความร้อนระอุจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าชีฟองบางเบาเข้ามาจนผิวเนื้อสั่นสะท้าน
มือแกร่งที่บีบปลายคางเธออยู่ออกแรงเพิ่มขึ้นจนกรามเล็กเจ็บร้าว บังคับให้ดวงตากลมโตต้องจดจ้องไปที่ความพินาศของครอบครัวบนหน้าจอ ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดลงบนใบหูจนขนลุกซู่
"ดูซะมิรา..." เสียงแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก ดุดันและอันตรายจนขนลุกซัน "และจำใส่สมองเอาไว้ด้วย... ทุกครั้งที่เธออวดเก่งขัดขืนฉัน พ่อของเธอ... จะต้องชดใช้ด้วยความพินาศ!"
ดวงตาคู่สวยจดจ้องภาพบิดาบนหน้าจอผ่านม่านน้ำตาด้วยความรวดร้าว โดยที่เธอเองทำอะไรไม่ได้เลย
