บทที่ 6 6

“หนูเลือกไม่ได้ค่ะ” คำตอบของน้ำขิงเรียกเสียงหัวเราะจากมาเฟียหนุ่มทั้งสองคนได้เป็นอย่างดี ผิดกับไฟที่หันหน้ามาจ้องใบหน้าไร้เดียงสาของน้องสาวเขม็ง

“ถ้าให้เดา..มันยัดเยียดตัวมันให้หนูใช่ไหม” อชิถาม

“คิดดีแล้วเหรอที่มาคบกับมัน..ไม่รู้เหรอว่ามันเป็นคนเซ็กส์จัด..จะทนมันไหวเหรอ?” พนายักยิ้มมุมปากเอ่ยถามน้ำขิงอย่างนึกสนุก “หรือโดนมันบังคับ?”

“พ่อกับแม่มึงรู้รึยัง..ที่มึงเอาน้องสาวมาเป็นเมีย” อชิเอ่ยถามไฟ

“ไม่เสือกเรื่องของกูสักเรื่องพวกมึงจะตายหรือไง” ไฟเค้นเสียงลอดไรฟันพลางจ้องใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนรักทั้งสองคนอย่างเอาเรื่อง

“หึ..ทนายบอกว่าคุ้มสินะ” อชิหัวเราะในลำคอเอ่ยแซวเพื่อนรัก

“ระวังน้องโตกว่านี้แล้วจะเปลี่ยนเป็นอีกคนนะ” พนาพูดเสริม

“ที่มึงพูดก็มีเหตุผล..ตอนนี้น้องไอ้ไฟยังเด็กยังไม่มีเขี้ยวเล็บเดี๋ยวมึงรอดูอีกสัก 2 ปี..คงจะบันเทิงน่าดู” อชิพูดเสริมขึ้นอย่างเห็นด้วยกับสิ่งที่พนาพูด

“ระวังเด็กจะเบื่อเอานะ” พนาพูด

“พูดจบหรือยัง” น้ำเสียงกดต่ำของไฟบ่งบอกได้ถึงอารมณ์ของเขาได้เป็นอย่างดี

“มึงก็ไปแซวมัน..เดี๋ยวมึงก็ได้กลับบ้านหรอก” อชิพูดขึ้นพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ

“บ้าน?” พนาขมวดคิ้วเป็นปม

“กลับบ้านเก่า” อชิพูดคล้ายความสงสัยให้เพื่อนรัก

 23 : 00 น.

 @คฤหาสน์ของไฟ

“อ๊า~อื้อ~” เด็กสาวส่งเสียงครางในลำคอร่างเล็กตัวอ่อนปลวกเปียกเมื่อยามโดนลิ้นร้อนของมาเฟียหนุ่มตวัดเลียติ่งเกสรสีสวยหยอกเย้าจนน้ำหวานสีใสไหลออกมาให้ชายหนุ่มได้ลิ้มลอง

“อ๊ะ..อื้อ~” ลิ้นร้อนสอดเรียวลิ้นแหย่แยงรูสวาทเข้ามาภายในช่องทางรักคับแคบกระตุ้นอารมณ์กระสันให้เด็กสาวเผลอไผลไปกับรสสวาทที่เขากำลังจะมอบให้ มือหนาเคล้นขยำเต้าใหญ่ทรงหยดน้ำอย่างแรงจนหน้าอกใหญ่เปลี่ยนเป็นสีแดงเถือก ลิ้นร้อนลากลงมาจนถึงเนินสามเหลี่ยมอวบอูมของเด็กสาว น้ำขิงบิดตัวไปมาด้วยความเสียวซ่านเมื่อยามโดนลิ้นร้อนตวัดเลียรอบกลีบดอกไม้งามหนักหน่วงอย่างไร้ความรังเกียจ

“อ๊ะ..พะ..พอแล้ว..อ๊า~” มือเล็กพยายามดันศรีษะของชายหนุ่มให้ออกจากกลางระหว่างขา นิ้วยาวของชายหนุ่มบดขยี้ติ่งเกสรสีสวยเน้นๆถี่ๆจนเด็กสาวสะบัดหน้าไปมาด้วยความเสียวซ่านร่างเล็กสั่นเกร็งสะท้านเมื่อความซาบซ่านแล่นผ่านทั่วร่างนิ้วยาวแกร่งสอดเข้ามาในโพรงสวาทสีชมพูระเรื่อขยับนิ้วเข้าออกอย่างเนิบนาบลิ้นร้อนตวัดเลียกลืนกินน้ำหวานสีใสที่ไหลออกมาจากโพรงสวาทอย่างมูมมามจนร่างเล็กสั่นกระตุกเกร็งถี่ๆ “อ๊ายยยย” ก่อนจะปลดปล่อยสายธารน้ำหวานออกมาล้นทะลักโพรงปากหนาเปียกชุ่มไปทั่วใบหน้าหล่อเหลา

หลายวันต่อมา

@ห้องสมุดโรงเรียนนานาชาติxxx

วกวนเดินเข้ามาหาน้ำขิงและชะเอมที่นั่งติวหนังสือกันอยู่ที่โซนด้านหลังสุดของห้องสมุดด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะวกวน..สอบตกอีกแล้วเหรอ” น้ำขิงที่เห็นใบหน้าบูดบึ้งของวกวนจึงเอ่ยถามขึ้นเพราะวกวนเรียนหนังสือไม่ค่อยเก่งแถมยังสอบตกทุกภาคเรียน

“ตกไปนิดเดียวเอง” วกวนตอบ “น้ำขิงไม่ต้องดูหรอก” วกวนรีบพับกระดาษผลการสอบปลายภาคใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงนักเรียนสีแดงขายาวลายสก๊อตทันที

“ไหน..ขอดูผลสอบหน่อยสิ” น้ำขิงผายมือออกขอดูผลสอบของวกวนทำให้วกวนต้องจำใจยื่นกระดาษผลสอบปลายภาคให้น้ำขิง

“วกวน” น้ำขิงที่เห็นผลสอบของวกวนเธอจึงมองใบหน้าหล่อเหลาของวกวนอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

“ฮ่ะฮ่ะ” วกวนหัวเราะน้อยๆแก้เขินพลางเกาท้ายทอยแก้เก้อ

“ไหนขอดูหน่อย” ชะเอมแย่งกระดาษผลการสอบของวกวนจากมือของน้ำขิงมาเปิดดู

“วิชาพละมึงยังตกเหรอ!” ชะเอมพูดขึ้นเสียงดังจนคุณครูบรรณารักษ์ห้องสมุดต้องตวัดสายตามองมาที่เธออย่างตำหนิ

“ขอโทษค่ะครู” ชะเอมก้มศีรษะขอโทษคุณครูบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดก่อนจะหันมาต่อว่าวกวนต่อ

“เนื้อตัวมึงนี่น่ะพ่อแม่มึงเอาอะไรมาสร้างตัวตนของมึง...มึงถึงได้โง่ดักดานแบบนี้วิชาพละศึกษามึงยังสอบตก...กูล่ะสงสารพ่อแม่มึงจริงๆที่มีลูกชายแบบมึง..รวยซะเปล่าแต่แม่ง..ก็โง่เกิน..จะด่าว่าควาย..ควายยังฉลาดกว่ามึงเลย..เพราะวันๆมึงเอาแต่ตามจีบตามเต๊าะน้ำขิงไงมึงถึงได้โง่อยู่กับที่แบบนี้..โง่ตั้งแต่อนุบาลยันจะเรียนจบมัธยมปลายสมองมึงก็ยังไม่มีการพัฒนากูอยากจะรู้จริงๆในสมองมึงมีเซลล์สมองกี่ตัว..กูอยากจะถามแม่มึงจริงๆตอนท้องมึง..แม่มึงแดกอาหารเม็ดเข้าไปเหรอมึงถึงออกมาโง่แบบนี้..คนบ้าอะไรสอบตกทุกวิชา..วิชาสุขศึกษาพละศึกษามึงยังสอบตก..เกิดมากูก็เพิ่งเคยพบเคยเจอ..มึงเอาเวลาที่ตามจีบน้ำขิงไปอ่านหนังสือเอาความรู้เข้าสมองบ้างนะ..ดักดานจริงๆไอ้สารเลวเอ๊ย”

“ชะเอมอย่าว่าเพื่อน” น้ำขิงเอ็ดชะเอม

“ค่า~แม่นางฟ้าเบอร์ห้า” ชะเอมกลอกตามองบนใส่เพื่อนรัก

“มึงฉลาดมากนักเหรอ..กูก็เห็นมึงเอาแต่ลอกน้ำขิงตลอด..ถ้าโต๊ะนั่งสอบกูอยู่ข้างๆน้ำขิงเหมือนมึง..ป่านนี้กูคงได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิกแล้ว” วกวนตอบกลับชะเอมเสียงแข็งวกวนโมโหเกินไปจนลืมตัวไปว่าตัวเองได้พูดคำหยาบออกมาต่อหน้าน้ำขิงเป็นครั้งแรกปกติแล้ว วกวนจะสร้างภาพเป็นผู้ชายสุภาพอบอุ่นเวลาที่อยู่ต่อหน้าน้ำขิงแต่น้ำขิงเองที่ได้ยินคำว่ากูออกมาจากปากของวกวนก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรด้วยเข้าใจดีเพราะเธอเองก็ได้ยินพี่ชายของเธอพูดกับเพื่อนบ่อยๆ

“ป๊าดดดด...มั่นมากกกกก..เอาอะไรมามั่นคะ..สอบข้อสอบเลขระดับประถมให้ผ่านซะก่อนเถอะค่อยมาพูด..สาระแนจะไปแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิก..ไม่ส่องกระจกดูสารร่างตัวเอง”

“ดูถูกกูเข้าไป..เดี๋ยวได้รู้เลย”

“ทำไม..จะไปยัดเงินให้อาจารย์เหรอ” ชะเอมถามกลับอย่างรู้ทันเพื่อนรัก

“น้ำขิง..ช่วยติวให้เราหน่อยได้ไหม..เราอยากเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับน้ำขิง~” วกวนแนบใบหน้าหล่อเหลาของตัวเองลงบนหัวไหล่ของน้ำขิงอย่างออดอ้อน

“เสียงที่สามสิบแปด” ชะเอมกลอกตามองใส่วกวนหมั่นไส้ในความเสียงสองของวกวน “ร่านจริงๆ” ชะเอมว่าให้วกวนอย่างนึกหมั่นไส้

“ชะเอม” น้ำขิงทำหน้าดุใส่ชะเอมเพียงนิดก่อนจะหันกลับมาสนใจบทความในหนังสือเรียนต่อ

“ก็มันร่านอ่ะ” ชะเอมพูด

“แค่แรดก็พอมั้งหมายถึง..มึงนะ..แรด” วกวนตอบกลับ

“เเรดกับร่านไม่เหมือนกันนะ..เเรดคือการชอบเเซวผู้ชายซึ่งกูไม่เคยแซว..ส่วนแบบมึงเขาเรียกว่าร่าน”

“ด่ากันไปด่ากันมา..ระวังจะตกหลุมรักกันเองนะ” น้ำขิงเอ่ยแซว

“ไม่มีทาง!/ไม่มีทาง!” วกวนและชะเอมพูดค้านขึ้นเสียงดังพร้อมๆกันโดยมิได้นัดหมายทำเอาน้ำขิงสะดุ้งตกใจกับน้ำเสียงกระแทกของทั้งสองคน

“ตกใจหมดเลย..เดี๋ยวก็โดนครูดุอีกหรอก” น้ำขิงเอ็ดเพื่อนรักทั้งสอง

“ขอโทษครับ” วกวนขอโทษน้ำขิงเสียงหวานพลางทำเนียนวางแขนลงบนเก้าอี้ด้านหลังของน้ำขิงทำราวกับว่าตนกำลังโอบกอดน้ำขิงไว้อยู่

“วกวน..ไม่ลองสมัครจีบชะเอมหน่อยเหรอ..ชะเอมสวยนะโตขึ้นจะสวยกว่านี้อีก” น้ำขิงเอ่ยถามวกวน

“ยังไม่สมัคร..แต่ขอลาออกก่อนครับ..ไม่ไหวจริงๆแบบนี้” วกวนตอบพลางมองใบหน้าสวยของชะเอมแล้วขนแขนของวกวนลุกขึ้นมาตั้งตรงทันทีเพียงแค่เห็นใบหน้าของชะเอมวกวนก็รู้สึกสยองแล้ว

“ฮ่าๆ..ลัดขั้นตอนไปเลยว่างั้น” น้ำขิงหัวเราะเบาๆนึกขำกับคำพูดของวกวน

“โธ่ๆๆ..พ่อคุณคนหล่อพ่อเทพบุตรจุติมาเกิดบนโลกมนุษย์หล่อเหลือเกินหล่อจริงๆหล่อจนกูอยากจะสอยหน้าเข้าให้” ชะเอมยกนิ้วกลางใส่วกวนอย่างนึกหมั่นไส้

“หล่อกว่าพ่อมึงก็แล้วกัน” วกวนตอบกลับชะเอมพลางยกนิ้วกลางส่งคืนให้ชะเอม “ปิดเทอมอาทิตย์หน้าไปเที่ยวทะเลกันไหมน้ำขิง” วกวนเอ่ยถามน้ำขิงเสียงหวานผิดกับเมื่อกี้ที่เพิ่งแยกเขี้ยวใส่ชะเอมไป

“เสียงที่สามร้อย..เป็นตัวของตัวเองหน่อยเพื่อนวก..ไอ้จอมสร้างภาพเอ๊ย” ชะเอมกระแนะกระแหนวกวนอย่างนึกหมั่นไส้

“อะแฮ่มๆ..เนียนนะ..ตาวิเศษเห็นนะ..ระวังจะขิตเอานะ” ชะเอมเอ่ยแซวอย่างรู้ทันพลางแอบส่งสายตาเตือนสติของวกวนเมื่ิอเห็นว่าวกวนสอดแขนเข้ามาในกลุ่มผมตรงท้ายทอยของน้ำขิงถ้าหากเรื่องนี้ถึงหูพี่ชายของน้ำขิงวกวนคงโดนหนักแน่

ตอนที่ 22

“น้ำขิงจะเรียนคณะอะไรเหรอ” วกวนเอ่ยถามน้ำขิงโดยที่ไม่ได้สนใจสายตาตักเตือนของชะเอมเลยแม้แต่น้อย

“เรายังไม่รู้เลย..เราต้องไปปรึกษาพี่ชายเราก่อนถึงจะให้คำตอบได้” น้ำขิงตอบ

“ทำไมต้องปรึกษาอะ..ถ้าพี่ชายน้ำขิงบอกให้เรียนคณะที่น้ำขิงไม่ชอบไม่ถนัด..น้ำขิงก็จะเรียนตามที่พี่ชายของน้ำขิงบอกเหรอ” วกวนเอ่ยถามน้ำขิงด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจนัก

“อืม..ก็พี่ชายเราเป็นคนส่งเราเรียน..พี่ชายให้เรียนอะไรเราก็จะเรียนตามที่พี่ชายเราบอก” น้ำขิงตอบ

“เราก็รวยมากเหมือนกันนะ..ถึงจะไม่ได้รวยเท่าพี่ชายของน้ำขิงแต่เราก็ส่งเสียน้ำขิงจนเรียนจบได้เหมือนกัน” วกวนพูดขึ้นอย่างติดตลก

“หึ” น้ำขิงหัวเราะในลำคอเบาๆก่อนจะตอบวกวนกลับไป “เราอยากใช้แค่เงินของพี่ชายเราน่ะ” น้ำขิงตอบกลับวกวนนิ่มๆด้วยรอยยิ้มที่สดใส

“เปรี๊ยะ!..เสียงแก้วแตกแล้ว1..ฮ่าๆ!” ชะเอมหัวเราะดังลั่นอย่างชอบใจเมื่อเห็นใบหน้าเหว๋อของวกวนราวกับเพิ่งโดนแหกหน้าแตกยับจนหมอไม่รับเย็บมา “ถ้าเกิดน้ำขิงจะเรียนแพทย์..น้ำหน้าอย่างแกจะมีปัญญาสอบเข้าไปเรียนแพทย์กับน้ำขิงได้เหรอ”

“น้ำหน้าแบบกูไม่ได้..น้ำหน้าแบบมึงก็ไม่ได้เหมือนกัน” วกวนตอบกลับชะเอมด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

“เลิกทะเลาะกันได้แล้ว” น้ำขิงพูดแทรกขึ้นห้ามศึกทำให้ทั้งคู่หยุดต่อปากต่อคำกันชั่วขณะ “วันเสาร์นี้อย่าลืมมาทำรายงานกลุ่มชิ้นสุดท้ายนะแล้วก็ติวก่อนสอบเอ็นทรานซ์ด้วย” น้ำขิงบอกเพื่อนทั้งสองคนพลางเก็บหนังสือเรียนของตัวเองใส่ลงในกระเป๋าไปด้วย

“เราจะเรียนเอกชนกันไม่ใช่เหรอทำไมต้องสอบด้วยอะ” วกวนถาม

“เพื่อนคนอื่นๆเขาสอบกันหมดเราก็สอบๆตามน้ำไป..จะได้ไม่เป็นแกะดำ” ชะเอมเป็นเจ้าของคำพูดนั้น

“รู้งี้ไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็กดีกว่า” วกวนพูดแทรกขึ้น

“เรียนต่างประเทศก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ดีจ้ะแถมข้อสอบโหดกว่าที่ไทยด้วย..ทำทรงจะไปเรียนต่างประเทศขนาดเรียนที่ไทยคุณหนูวกวนยังเกือบจะเอาตัวเองไม่รอดเลยสาระแนจะไปเรียนต่างประเทศ..มั่นระดับสิบ” ชะเอมพูดกระแทกแดกดันใส่วกวนด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัวล้วนๆ

“เรียนไปทำไม..ที่บ้านของพวกเราก็รวยมากอยู่แล้วไม่เห็นต้องเรียนไม่เห็นต้องทำงานพวกเราก็มีเงินใช้ไปทั้งชาติอยู่แล้วนะ” วกวนพูด

“รวยอย่างเดียวไม่พอหรอกต้องมีสมองด้วยนะ” น้ำขิงตอบด้วยรอยยิ้ม

“เจ็บไหม..หน้าแหกไปสองรอบแล้วนะวันนี้” ชะเอมเอ่ยถามวกวนนึกขำในความเชือดนิ่มๆของน้ำขิง “เราไปทำรายงานที่บ้านของน้ำขิงได้ไหม” ชะเอมเอ่ยถามน้ำขิง

“เราจะลองขอที่บ้านดูนะ..ไม่รับปากว่าจะได้ไหม” น้ำขิงตอบ

“เราอยากไปเล่นที่บ้านของน้ำขิงบ้างอ่ะ..เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อายุ..13..จนตอนนี้อายุ..18..แล้วเรายังไม่เคยเข้าไปเล่นข้างในบ้านของน้ำขิงเลย..มีแต่น้ำขิงกับป้าพราวที่มาเล่นบ้านเรา” ชะเอมพูดขึ้นอย่างน้อยใจ

“ขอโทษนะชะเอม..ที่ไม่เคยชวนชะเอมมาที่บ้านเลย..เดี๋ยวเราจะลองขอที่บ้านให้ชะเอมเข้ามาเล่นกับเราที่บ้านนะ”

“เราขอเข้าไปติวหนังสือที่บ้านของน้ำขิงด้วยคนนะ..เราอยากเห็นข้างในบ้านของมาเฟีย..ดูจากข้างนอกดูใหญ่อลังการมากเลยเราอยากเข้าไปดูข้างในบ้านบ้าง” วกวนเอ่ยขอน้ำขิงอีกคน

“ทำเป็นพูดว่าขอไปติวหนังสือ..เบื่อจริงๆคนชอบสร้างภาพ” ชะเอมเอ่ยกระแนะกระแหนวกวนอย่างรู้ทัน

17 : 00 น.

@คฤหาสน์ของไฟ

น้ำขิงนั่งทานขนมเค้กอยู่พื้นพรมด้านล่างของโซฟาตรงกลางระหว่างขาของพี่ชายต่างสายเลือดอย่างเงียบๆชั่งใจอยู่นานไม่กล้าเอ่ยปากขอให้วกวนและชะเอมเข้ามาติวหนังสือที่บ้าน ด้วยกลัวจะรบกวนเวลาทำงานของพี่ชาย

“มีอะไร” ไฟเอ่ยถามน้องสาวเสียงเรียบพลางอ่านเอกสารในแฟ้มอย่างเคร่งเครียด

“คือ...น้องขอเอาเพื่อนเข้ามาติวหนังสือที่บ้านได้ไหมคะ” น้ำขิงก้มหน้าลงพลางรอคำตอบจากพี่ชายเมื่อเห็นว่าพี่ชายยังคงนิ่งเงียบน้ำขิงจึงพูดขึ้นมาอีกครั้ง “น้องขอคุณแม่แล้วค่ะคุณแม่บอกว่าพาเพื่อนมาได้..แต่ต้องให้พี่ชายอนุญาตก่อน”

“บ้านนี้ไม่ใช่สถานที่..ที่ใครจะเข้ามาเล่นได้” มาเฟียหนุ่มตอบกลับน้องสาวเสียงเข้ม

“แต่น้องขอคุณพ่อกับคุณแม่แล้ว..คุณพ่อกับคุณแม่อนุญาตให้น้องพาเพื่อนเข้ามาติวหนังสือที่บ้านได้ค่ะ” น้ำขิงตอบเสียงเบาด้วยกลัวจะทำให้พี่ชายหงุดหงิด ความเงียบของมาเฟียหนุ่มทำเอาน้ำขิงลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะลอบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อเรียกความกล้าให้กับตัวเองก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้นอีกครั้ง “คุณแม่บอกว่าให้น้องมาขอพี่ชายค่ะถ้าพี่ชายอนุญาตน้องถึงจะพาเพื่อนเข้ามาได้” มาเฟียหนุ่มพ่นลมหายใจออกมายาวๆก่อนจะเอ่ยถามน้องสาวด้วยน้ำเสียงดุดัน

“จะพูดคำเดิมซ้ำๆทำไม” มาเฟียหนุ่มหยิบบุหรี่ราคาแพงขึ้นมาสูบอย่างหงุดหงิด “เพื่อนคนไหน” 

“วกวนกับชะเอมค่ะ”

“เอาแค่ผู้หญิงเข้ามา”

“น้องขอวกวนอีกคนได้ไหมคะ..วกวนก็ต้องติวหนังสือสอบเหมือนกัน..วันนี้ผลสอบของวกวนก็ไม่ดีเลย..วกวนสอบตกแม้กระทั่งวิชาสุขศึกษา..น้องขอติวให้วกวนได้ไหมคะวกวนน่าสงสารมากเลยนะคะ” น้ำขิงแหงนมองดูพี่ชายตาปริบๆ

“ฉันต้องแคร์?” มาเฟียหนุ่มเลิกคิ้วถาม

“พี่ชาย~..ให้น้องช่วยติวให้วกวนได้ไหมคะ”

“บ้านมันรวยขนาดนั้น..เดี๋ยวแม่มันก็จ้างครูสอนพิเศษมาติวให้มันเอง..เธอจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนมันทำไม..มันเป็นผัวคนที่สองของเธอหรือไง” มาเฟียหนุ่มเค้นเสียงลอดไรฟันอย่างหงุดหงิด

“ก็น้องอยากติวกับเพื่อนหนิคะ..พี่ชายให้น้องอยู่แต่ในบ้านไม่ยอมให้น้องออกไปเจอผู้คนเลยนอกจากไปโรงเรียนน้องก็ไม่เคยได้ไปไหนกับเพื่อนเลย..พอน้องจะชวนเพื่อนมาเล่นที่บ้านพี่ชายก็ไม่ยอมอีก”

“เธอก็รู้ที่บ้านเราเก็บสินค้าผิดกฎหมายไว้หลายอย่าง..เธอจะเรียกพวกมันมาถ่ายรูปสิ่งผิดกฎหมายแล้วเอาไปแจ้งตำรวจมาจับฉันเหรอ..เธอต้องการแบบนั้นเหรอ”

“ที่บ้านก็เหลือแค่อาวุธไว้ป้องกันตัวหนิคะ..ของผิดกฎหมายพวกนั้นพี่ชายให้ลูกน้องขนไปเก็บที่โกดังนอกเมืองหมดแล้วหนิคะ”

“เอ่อ..ฉันไม่ชอบให้มีคนนอกเข้ามาโดยเฉพาะไอ้หัวกะลาครอบนั้น..เธอพอใจรึยัง”

“พี่ชายไม่มีเหตุผลเลย..ถ้าไม่อนุญาตให้เพื่อนน้องเข้ามา..งั้นพี่ชายก็ปล่อยให้น้องออกไปเล่นกับเพื่อนข้างนอกบ้างสิคะจะขังน้องไว้แต่ในบ้านทำไม..น้องไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของพี่ชายนะ”

“เธอเป็นเมียฉัน”

“น้องอยากได้อิสระบ้าง”

“มีเรื่องอะไรกัน” พริบพราวที่เพิ่งเดินลงมาจากบันไดชั้นสองของบ้านได้ยินเสียงทะเลาะกันเสียงดังของลูกชายและลูกสาวเธอจึงรีบเดินเข้ามาดู

“คุณแม่” น้ำขิงวิ่งเข้าไปสวมกอดผู้เป็นมารดาด้วยใบหน้ากระเง้ากระงอด

“พี่ชายแกล้งอะไรลูกอีก” พริบพราวเอ่ยถามลูกสาวในอ้อมกอด

“ก็พี่ชายนะสิคะ..จะขังหนูไว้แต่ในบ้านไม่ยอมให้หนูออกไปเจอเพื่อนๆข้างนอกเหมือนวัยรุ่นคนอื่นๆบ้าง” น้ำขิงได้ทีรีบฟ้องผู้เป็นมารดายกใหญ่โดยที่เธอเมินเฉยต่อสายตาดุดันของพี่ชายที่จ้องมองมา

“แม่บอกแล้วใช่ไหมให้ปล่อยน้องบ้าง..น้องโตเป็นสาวแล้วนะ..น้องอายุ..18แล้ว..น้องไม่ใช่เด็กๆเหมือนเมื่อก่อนแล้ว” พริบพราวหันมาดุลูกชายเสียงแข็ง

“แม่อย่ามายุ่ง”

“อย่าทำเหมือนน้องเป็นนกน้อยในกรงทองของลูกนะไฟ..น้องควรจะได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นเหมือนกับเด็กคนอื่นๆอย่ามาขังน้องไว้แบบนี้..อย่ามายุ่งวุ่นวายกับน้องให้มันมากนัก”

“แล้วผมล่ามโซ่ลูกสาวแม่ไว้เหรอ”

“ไม่ล่ามก็เหมือนล่าม..ลูกขิงถ้าลูกอยากพาเพื่อนมาติวหนังสือที่บ้านก็พาเพื่อนเข้ามาได้เลยแม่ก็อยากทำความรู้จักกับเพื่อนๆของลูกเหมือนกัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป