บทที่ 1 EP.1 เศรษฐียาจก

@ บ้านโฉมงามกับเสือ

“ขอยาดม! ยาด๊มมม” เสียงตะโกนลั่นของโฉมงาม

“มึงเป็นอะไรอีกแล้วเนี่ย” เสือรีบเดินมานั่งข้างๆ

“พี่เห็นใบแจ้งหนี้ยอดบัญชีของโสภาหรือยัง เป็นล้าน!”

“ฮะ! มันไปซื้อเพรชแดกหรือไง”

“เราคงต้องดัดนิสัยลูกบ้างแล้วนะ ถ้าปล่อยให้ใช้เงินเหมือนพ่อมันผลิตแบงก์เองแบบนี้สิบปีล้มละลายเเน่”

“แล้วจะให้ทำยังไง”

เกาหลี

ผับเกาหลีโซนไทย

เสียงเพลงดังก้องในผับชื่อดัง ทุกคนต่างสุขสันต์สำราญไปกับเเสงสี

คลิก คลิก~

โสภานั่งกดมือถือกลางโซฟาโต๊ะแดง

“มึงทำอะไรโสภา” เพื่อนที่นั่งข้างสะกิด

“เช็กดวงว่าวันนี้จะเจอกับอะไรบ้าง” ฉันผู้ถือเรื่องดวงเป็นที่หนึ่งไม่ว่าจะทำอะไรต้องเช็กคำพยากรณ์ก่อน

“วันนี้มึงใส่สีดำดูดทรัพย์ใช่ไหม”

“ใช่”

“แต่มึงเสียทรัพย์ไปแล้วหลายวอนเพราะรองเท้าสองคู่ เนี่ยกูบอกว่าแล้วอย่าเชื่อดวงมาก”

“มึงไม่รู้อะไรวันนี้ป๊าบอกจะโอนเงินให้เพื่อกลับไทย นี่ไงดูดทรัพย์”

“เออ เรื่องของมึง นั่นรุ่นพี่มากันแล้ว”

ตึก ตึก~ ฝีเท้าหลายคนเดินเข้ามาพร้อมกับนั่งพูดคุยกัน

“พวกรุ่นพี่น่ารักมากนะคะมาเลี้ยงส่งหนูกลับไทยด้วย”

“ก็น้องโสภาสวยเรียบร้อยขนาดนี้พวกพี่คงคิดถึงมากแน่”

“งั้นขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”

ตุ้บ!

“เดินยังไงวะ” เสียงเเหลมจิกตาพร้อมน้ำเสียงไม่พอใจ

“มึงนั่นแหละเดินยังไง ตาอยู่ที่ตีนเหรอ ก้มมองแต่พื้น มึงไม่เอาหัวไถเเทนส้นตีนเลยละ!!”

“อีโสภา” เพื่อนสนิทสะกิด

“หุบปากไปเลยอีไข่เจียว”

“กูชื่อออมเล็ต”

“ก็ออมเล็ตแปลว่าไข่เจียว มึงมีแม่เป็นคนไทยก็ต้องใช้ชื่อไทย...แต่กูขอตบอีนี่ให้เลือดกบปากสักทีก่อน”

เฮือก!

ทั้งโต๊ะอึ้งจนหยุดทุกความเคลื่อนไหว โสภาหันกลับมามองอย่างช้าๆ ก่อนจะหันไปพูดกับคู่กรณีอีกครั้ง

“อุ๊ย ไม่เป็นไรค่ะโสภาไม่เจ็บเลย”

“ไม่ทันแล้ว!!!” ประสานเสียงกันทั้งโต๊ะ

“แฮ่”

#ไทย

หลายวันต่อมา

บ้านโฉมงามกับเสือ

“ฮะ! ให้ใช้อาทิตย์ละสามพัน แค่กาแฟแก้วเดียวก็หมดแล้วนะคะ” เมื่อกลับมาถึงบ้านก็รีบเก็บข้าวของลงมาคุยกับป๊าม๊า แต่ฉันกลับช็อกเมื่อจู่ๆ ถูกลดค่าใช้จ่าย

“ไปกินกาแฟร้านไหนมาแก้วละสามพัน” เสือขมวดคิ้ว

“หนูขอต่อรองคะ”

“ว่ามา”

“จากอาทิตย์สามพันขอเป็นสามหมื่น”

“เพิ่มศูนย์มาแค่หนึ่งตัว ถุ้ยยย!”

หมับ ~ โสภาคว้าแขนของเสือพร้อมใช้ใบหน้าถูไถก่อนจะพูดจาออดอ้อน

“นะคะป๊าให้หนูใช้อาทิตย์สามหมื่นนะคะ”

-ห้องโสภา-

“ฮื้อออ ไม่นะ!อาทิตย์ละสามพันห้า จะใช้ยังไง ไหนจะค่ากาแฟค่าลิปสติกล้านเฉดสี ป๊าม๊าใจร้าย” น้ำตาเล็ดออกมาทันที ฉันนอนดิ้นกระเด้งตัวฟัดเหวี่ยงจนเตียงสั่นไหว เงินต่ออาทิตย์ช่างน้อยนิดเหลือเกิน

หลายวันต่อมา

โสภาแทบจะไม่ก้าวออกจากบ้านไปไหน

“ป๊าหนูขอเงินเพิ่มหน่อยสิวันนี้ไข่เจียวจะบินตามมาเเล้วพวกหนูมีนัดไปเที่ยวกัน” ฉันเดินลงมายืนตรงหน้าป๊าเสือ

“ไม่ได้ แม่สั่งไว้ให้ใช้แค่นั้น”

“ป๊าก็แอบให้หนูสิคะ”

“ม๊าให้ป๊าใช้วันละร้อยยังต้องแบ่งอีกเหรอ ฮ่าๆๆ”

“โอ๊ยยยย!!”

ตึก ตึก ~

โสภาเดินกลับขึ้นห้องอย่างไม่สบอารมณ์

“หรือเราจะเอาของไปขาย เสื้อผ้าดีไหม.. ไม่ได้สิคอลเลคชั่นใหม่ อื้อ...จะบ้าตาย!” ฉันนั่งเซ็งอยู่บนเตียง รอแค่เวลาที่ไข่เจียวมาเพราะความเป็นเพื่อนรักกันมันเลยจะบินตามมาเรียนด้วย

ซ่องกาหลี

“โอว...อ๊าง์...จะ...เจ็บ..อึก” เสียงครางดังจากห้องภายในตึกเก่าซอยเปลี่ยวที่มีย่านค้าขายบริการขึ้นชื่อ และเป็นประจำที่หนุ่มวัยกลัดมันมักจะมาปลดปล่อยอารมณ์กาม

“พี่มาเฟียชะเอมเจ็บค่ะ อ๊าง์”

“ของกูมันใหญ่ทำใจหน่อยนะ”

ตรับๆๆ ปึกๆๆ~ เนื้อกระทบกันแน่นบนฟูกหนา สาวสวยโดนกระทั้นอย่างหนักเอวบางร่างเล็กโดนกดใบหน้าเเนบชิดเตียงก่อนจะถูกท่อนเอ็นใหญ่ยาวกระแทกจากด้านหลังเข้าใส่ยับ

“อ๊าง์ ~~~”

หลายชั่วโมงต่อมา

“เฮ้อออ กว่าจะเสร็จ” ผมลุกขึ้นแต่งตัวแล้วเสยทรงผมให้กลับมาหล่อดังเดิม

โต้ม!!~

“เชี่ยมาไงวะเนี่ย”

ตุ้บ ผลัวะ ประตูถูกถีบอย่างแรง ชายฉกรรจ์หลายคนตรงดิ่งเข้ามาซัดหมัดเข้าที่หน้าพร้อมรุมกระทืบมาเฟีย

“อัก แอ่กๆๆ” เลือดหยดมุมปากเหนียวจนไหลลงที่พื้นใบหน้าหล่อเหลาของผมเป็นเเผลอีกจนได้

“มึงนี่มันไม่หลาบไม่จำจริงๆ นะ”

“อึก แค่ก”

“กูให้ไปทำงานแต่เสือกตีกะหรี่อย่างเดียว งานที่สั่งมึงก็ทำไม่เคยสำเร็จ”

เพียะ~ฝ่ามือหนาตบเข้าซ้ำใส่หน้ามาเฟีย

“โธ่ พ่อ!! ฮึก ไม่คิดจะไว้หน้ากันบ้างเหรอวะ” ผมคุ้นชินเพราะถูกพ่อซ้อมจนน่วมบ่อยครั้ง แล้วแต่ละทีสั่งให้ลูกน้องกระทืบแบบไม่กลัวลูกตัวเองตายเลย

ตึกยากูซ่า

ตระกูลเก่าแก่ที่อพยพมาจากถิ่นฐานเดิม เขาคือผู้คุมแก๊งใหญ่ที่ได้ตัดสินใจมาใช้ชีวิตที่เมืองไทยเพราะพบรักกับสาวคนหนึ่ง ตึกแถบนี้ล้วนเป็นอาณาเขตปกครองของเขาทั้งสิ้น

ถนนที่คนปกติไม่ค่อยจะผ่านเพราะมีแต่บ่อนกับผับบาร์ใต้ดิน ซึ่งเขานั้นเป็นผู้ทรงอิทธิพลมากและมีลูกชายเพียงคนเดียว

“แค่นี้มันไม่ตายหรอกหยุดทำแผลให้มันได้แล้วหมอ” พ่อสั่ง

“ไม่ตายแต่เจ็บ!” ผมถูกหอบหิ้วกลับมาเช่นเคย

ตึก ตึก~

“ไอ้มาเฟีย” เสียงไอ้กันต์เพื่อนผมวิ่งเข้ามา

“กูสั่งให้ดูต้นทางมึงหายหัวไปไหนมา”

“ก็พ่อกูสั่งให้มาช่วยเก็บของที่โกดัง”

“แผนของพ่ออีกสินะ หึ” ผมกระตุกยิ้มแต่ส่งสายตากวนประสาทให้พ่อที่นั่งบนเก้าอี้สูง

“เออ เพราะกูรู้ว่าพวกมึงสองตัวมันเจ้าเล่ห์” พ่อของกันต์เป็นสมุนมือขวาของพ่อมาเฟียมาตลอด เขาทั้งเก่งและฝีมือดี

“ใครกันแน่ที่เจ้าเล่ห์” ผมพยายามลุกขึ้นยืนโดยที่ไอ้กันต์รีบมาประคอง

“งานที่กูสั่งให้ไปทำมึงรีบจัดการซะก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเปิดเทอม เป็นลูกกูแท้ๆ แต่ไม่เอาไหน บ้าแต่กะหรี่ซ่อง” เสียงเข้มของพ่อชี้หน้าด่า

“บ่นเป็นคนแก่วัยชราไปได้ ไม่น่าแม่ถึงชิงตายก่อน”

“แม่มึงป่วยเป็นโรคหัวใจ ไอ้มาเฟีย!!”

เสียงด่าทอตามหลังซึ่งเป็นเรื่องคุ้นชิน เมื่อลูกชายเป็นคนกวนตีนส่วนพ่อก็เป็นคนหัวร้อนเลยปะทะคารมกันบ่อย

ค่ายมวยสรศัก ต่อยไม่ตายก็พิการเลี้ยงไม่โต

เอส เซ่อ เอส!!

“ให้กูมาเก็บค่าคุ้มครองค่ายมวย แล้วมึงดูชื่อค่ายกูจะกล้าไหม”

“เอาหน่าไอ้มาเฟียมึงก็เก่ง จัดให้เด็กมันดูเป็นตัวอย่าง”

เพื่อนสนิทตบไหล่เบาๆ ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกัน

วี๊วออออ ~~

@โรงพยาบาล

คลึก คลึก

เตียงที่ถูกเข็นอย่างรีบเร่งไปยังห้องฉุกเฉิน เพื่อนของเขาวิ่งตามและเรียกสติ

“ทำใจดีๆ ไว้ไอ้มาเฟียจะถึงห้องผ่าตัดเเล้ว”

“ถ้ากูหายดีเมื่อไหร่มึงโดนกูกระทืบปากคนเเรก เป็นยังไง..ให้กูไปสั่งสอนมัน หมัดซ้ายเข้าหน้า เข่าขวาลอยซัดเข้าซี่โครง อึก ไอ้สัส!!”

“เออ มึงเงียบก่อนหมอมาแล้วฮ่าๆ”

บทถัดไป