บทที่ 3 ไข่ย้อย
ตอนที่ 3 ไข่ย้อย
"หรือว่าเขาเข้าเมืองไปรอรับฉัน?" ผมพึมพำออกมาเบา ๆ เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนนั้นผมเพียงนัดแนะวันว่าจะมาถึงที่นี่วันไหน แต่ไม่ได้นัดเวลาบอกแค่ว่าถ้ามาถึงแล้วจะโทรหา แต่ใครมันจะไปรู้ว่าเมื่อมาถึงจะได้รับการต้อนรับอย่างถึงอกถึงใจขนาดนี้
"ถ้าพี่ภูมิเข้าเมือง คงต้องรอค่ำ ๆ หน่อย กว่าจะกลับเอาอย่างนี้ นั่นน่ะในสวนจะกินอะไรไปเก็บเอา” แขนสั้นชี้ไปยังแปลงผักด้านข้าง
ผมมองตามปลายนิ้วนั้นไปเห็นผักอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง พันเลื้อยไปตามร้านไม้ไผ่ซึ่งมันปักขัดกันไป ขัดกันมา พริกชี้ฟ้า มะเขือ มะระ แตงกวา ถั่วฝักยาว ห้อยระย้าระโยงรยางละลานตา หากแต่ว่าผมจินตนาการไม่ออกว่า ไอ้ผักพวกนี้มันจะเอาไปทำอะไรกินได้
“เก็บ...เก็บอะไร?”
“เก็บผักไง จะกินอะไรก็เด็ดยัดใส่ปาก เท่านี้เองมันจะไปยากอะไร”
“ฮะ นี่นายจะให้ฉันกินผักพวกนี้แทนข้าวอย่างนั้นเหรอ”
“อืม ก็คุณบอกว่าหิวไม่ใช่หรือไง”
“นี่ฉันเป็นนักท่องเที่ยวนะ แถมยังเป็นเพื่อนกับเจ้าของบ้านนี้ นายไม่คิดจะดูแล เทคแคร์ฉันบ้างเลยเหรอ”
“คุณเป็นนักท่องเที่ยว แต่ผมเป็นลูกชาวนา คนแถวนี้เวลาหิว อะไรก็กินได้ทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นอาหาร เป็นข้าว เป็นแกง นี่ไงมะกอกนี่ผมยังกินได้เลย” ผลไม้ที่ผมไม่รู้จักที่ถูกกัดแทะกินไปครึ่งลูกชูขึ้นมาอวด
“แต่ฉันหิวมาก มาม่า ปลากระป๋องอะไรก็ได้ ช่วยหาให้กินหน่อยได้มั้ยล่ะ”
“วุ่นวายจังเลย เอ้า...เอาไป” เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังมาจากร่างเล็ก ก่อนจะเดินไปคว้ากระติบข้าวเหนียวมาตั้งไว้ให้ตรงระเบียงบ้าน
เจ้าของแก้มป่องกระโดดลงมาจากบ้านชั้นเดียว แล้วเดินเลี้ยวไปทางด้านหลังซึ่งเป็นเพิงไม้มุงสังกะสี เห็นไปยืนก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินขยุ้มชายเสื้อยืดยกสูงขึ้นมาจนเห็นสะดือจุ่น ด้านในนั้นมีไข่ไก่สามฟองนอนกลิ้งอยู่ คนตัวเล็กเดินทอดน่องไปชะเง้อคอมองแปลงผักด้านข้าง เอื้อมมือเด็ดโหระพากับพริกชี้ฟ้าเม็ดสีแดงมาจากต้น โยนมันถมลงไปยังชายเสื้อ ตามด้วยแตงกวาอีกสามสีลูกก่อนจะเดินกลับขึ้นไปบนบ้านชั้นเดียวยกใต้ถุนสูงเคียงเอว
ผมเดินอ้อมไปยืนมองพ่อครัวตัวเล็กหยิบนั่นจับนี่ตีไข่ เด็ดใบโหระพาพร้อมทั้งยังซอยพริกชี้ฟ้าเติมลงไปอีก ยิ่งทำให้ผมสับสนว่าเจ้าเด็กนี่มันกำลังทำกับข้าวให้ผมกินจริง ๆ แน่หรือ
“นั่นนายทำอะไร”
“ทอดไข่ไง” ปากตอบพร้อมมือบิดจุดไฟบนเตาแก๊ส ซึ่งมีกระทะตั้งรอเอาไว้
“เจียวไข่ใส่ไอ้นั่นด้วยเหรอ” ผมจ้องใบโหระพาสีเขียวอย่างลังเล ตั้งแต่เกิดมาเคยแต่กินไข่เจียวใส่ชะอม หรืออาจมีมะเขือยาวชุบไข่เวลาเอาไปกินกับน้ำพริกกะปิ แต่ยังไม่เคยเห็นไข่เจียวใส่ใบโหระพากับพริกชี้ฟ้าสักที
“อืม ใส่โหระพานี่แหละหอมอร่อย ได้คุณค่าทางโภชนาการ แล้วคุณจะติดใจ”
ผมปล่อยให้ทุกอย่างเป็นหน้าที่เจ้าของบ้านเจ้าของถิ่น ส่วนตัวเองมานั่งรอกินข้าวอยู่ตรงระเบียงด้านนอก ท้องฟ้าด้านบนนั้นเริ่มเห็นเป็นแถบสีส้มสลับเทาหม่น บ่งบอกว่าช่วงเวลากลางคืนใกล้จะมาเยือน หากแต่เพื่อนเก่าเจ้าของฟาร์มสเตย์ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาง่าย ๆ
“เอ้า ไข่ทอดมาแล้วกินไปก่อน เดี๋ยวจะหิวตายกลายเป็นผีเร่ร่อนมาสิงอยู่ในหมู่บ้านผมอีก” ไอ้เจ้าเด็กปากกล้า วางจานไข่เจียวหอมกลิ่นโหระพาลงมาบนพื้น ตามด้วยถ้วยน้ำพริกลงมาตรงหน้า ขาสั้นย่อขัดลงมานั่งในท่าขัดสมาธิ นี่ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้ผมอับจนหนทางไปจะเอาไม้มาดีดปากให้แตกทีเดียว
ด้วยความหิวผมเปิดกระติบข้าวเหนียว แล้วตักไข่เจียวใส่ปากตามด้วยข้าวเหนียวปั้นใหญ่ ก่อนจะสำลักไข่เจียวโหระพาเกือบตาย เมื่อสายตามองไปยังเจ้าของใบหน้าหวานที่นั่งเอียงคอมองมาทางผม
“...!..!..!..”
“ทำไม ไม่อร่อยเหรอ” มือเล็กคว้าช้อนสั้นตักไข่เจียวในยัดใส่เข้าไปในปากทันที
ลำพังไข่เจียวใส่ใบโหระพามันก็อร่อยจนทำให้ผมตื่นตาตื่นใจมากแล้ว ไม่ต้องนับเด็กหนุ่มหน้าทะเล้นเป้ากางเกงแตกเป็นรูกว้าง ขนาดไข่ทั้งพวงห้อยยื่นย้อยยานลงมาจนแทบกองลงไปในจานข้าว
“นั่งให้มันดี ๆ ไม่เป็นหรือไง”
“ก็นั่งดีแล้วนี่ไง” คนที่ยังไม่รู้ตัวว่านั่งไข่ปลิ้นตีหน้าตายตอบกลับมา
“ดีบ้าอะไร! ไข่ย้อยออกมาแล้ว” ผมถอนหายใจให้พวงไข่สีอ่อนที่ลอดรูผ้าออกมาสูดอากาศยามเย็นนั้น
“ไข่ย้อยอะไร”
“ไข่นายไง” ผมส่ายหัวแล้วเบนสายตาหลบไปทางอื่น เดี๋ยวมันหาว่าผมทะลึ่งไปมองไข่มันอีก
“ไข่ผม...” หน้าก้มลงไปมองใต้หว่างขา แต่แทนที่ไอ้เด็กนั่นมันจะอาย กลับหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี
“เฮ้ย ไอ้หนูลูกพ่อ ออกมาวิ่งเล่นอีกแล้วเหรอ อยู่ข้างในมันอึดอัดใช่มั้ยล่ะ ไป ๆ กลับเข้าไปข้างใน เห็นมั้ยคนเมืองตกใจจนหน้าแดงหมดแล้ว ฮ่า ๆ เอาล่ะ...เก็บไข่เรียบร้อย เก็บหมอยเข้าที่....” มือเล็กรวบพวงไข่ย้อยยัดใส่กลับเข้าไปในรูกางเกงขาด เหมือนสิ่งนั้นมันไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใด
“ประสาทหรือเปล่าเนี่ย เป็นพวกโรคจิต วิตถารชอบโชว์ของลับอวดคนแปลกหน้าเหรอ”
“ของลับที่ไหน ของดีต่างหาก มีสุขฟาร์มสเตย์ ยินดีต้อนรับครับผม”
