บทที่ 7 มะม่วงอะไรนะ
ตอนที่ 7 มะม่วงอะไรนะ
“เอ้า ก็พระคงไม่อยากให้คนเล่นการพนันไง เลยไม่ถูก...ถ้าให้หวยแม่นโบสถ์จะเก่าขนาดนี้เหรอ”
“นายนี่มันพูดไปเรื่อย”
“เอาละ ผมจะไหว้พระ คุณอย่ารบกวนสมาธิผมนะ” นิ้วเล็กขีดไฟแช็กสองสามทีแล้วจุดไฟลงไปยังปลายก้านธูป
“อืม”
“นะโม นะโม นะโม.....” เสียงเล็กท่องบทสวดอะไรออกมา กลบความเงียบของวัดสงบ
“นายท่องอะไร” แม้ผมจะไม่ใช่สายมู และไม่ใช่คนธรรมะธัมโม แต่ก็พอจะสวดมนต์บทง่าย ๆ ได้
“ท่องนะโมสามจบไง นี่เห็นมั้ย เขาเขียนไว้ตรงป้าย...ท่องนะโม สามจบ แล้วอธิษฐานขอสิ่งที่ปรารถนา”
“นะโมสามจบ!....โอ๊ยกูจะบ้า” ผมยกมือขึ้นมาขยี้หัวตัวเองแล้วปล่อยให้ไอ้คนที่มันมีความปรารถนาบ้าบอขอในสิ่งที่ต้องการต่อไป
“คุณรอผมตรงนี้ก่อนนะ”
“ทำไม นายจะไปไหน”
“ไปขี้” ไอ้ตัวแสบลอยหน้าลอยตาตอบ แล้วเดินหายเข้าไปในเพิงไม้ที่ผมเดาว่าคงเป็นส้วมนั่นแหละ
ระหว่างรอไกด์นำเที่ยวปลดทุกข์ ผมเดินเตร่ชมวัดเก่าที่น่าจะมีอายุอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าร้อยปี สังเกตจากโบสถ์เก่าที่เจ้าแดนดินว่า เพราะหลังคานั้นมันยังเป็นกระเบื้องดินเผาแบบโบราณ คานไม้ยังใช้การตอกสลักขัดกัน ผมชะโงกหน้าเข้าไปมองโบสถ์เก่าเอียงกระเท่เร่ จนน่ากลัวว่าหากมีลมแรงพัดมาแล้วมันจะถล่ม มองเข้าไปเห็นองค์พระขนาดเล็กตั้งอยู่บนแท่นสูง แล้วยกมือไหว้ไปหนึ่งที ก่อนที่หูทั้งสองจะได้ยินเสียงแหกปากร้องตะโกนของคนที่บอกว่าจะไปขี้
“อ๊ากกก อ๊ากกกก อ๊ากกกก” ประตูส้วมเก่าถูกเตะให้เปิดออก พร้อมกับเจ้าของร่างเล็กวิ่งแหกปากออกมา ในมือนั้นเห็นถืออะไรชูวิ่งนำหน้ามาทางผม
“นายเป็นอะไร!”
“ตุ๊กเข้ ตุ๊กเข้ อ๊ากกกกกก” เจ้าของเสียงแหลมตอบพร้อมวิ่งเอาตุ๊กแกตัวใหญ่เกือบเท่าแขน ซึ่งมันถูกจับบีบคอวิ่งร่อนพุ่งมาทางผม
“ไอ้เด็กเวร แล้วเอามันมาทำไมเล่า เอามันทิ้งไปสิโว้ย!”
เมื่อเห็นสิ่งที่ไอ้เด็กจัญไรถือในมือถนัด ผมถอดรองเท้าขว้างใส่ไอ้เด็กขี้แกล้ง แล้วสับเกียร์หมาวิ่งป่าราบไปทั่ววัด แล้วมาหยุดยืนหอบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ กว่าจะตั้งสติได้ก็ตอนที่ได้ยินเสียงหัวเราะคิก ๆ ของไอ้เด็กเวร เดินชูมือเปล่า ๆ แล้วหันมายิ้มทะเล้น
“อยากโดนกระทืบหรือไง”
“ล้อเล่นหน่อยเดียวเอง”
“ล้อเล่นอย่างนั้นเหรอ ฉันตบนายเล่น ๆ บ้างเอามั้ยล่ะ” ผมเงื้อฝ่ามือขึ้นมาอยากจะตบสั่งสอนไอ้เด็กไม่รู้จักกาลเทศะสักป๊าบ แต่กลัวมันตายคามือ จึงเปลี่ยนเป็นล็อกคอแล้วใช้มือขยุ้มขยี้ผมบนหัวนั้นแทนการลงโทษ
“ตุ๊กเข้ปลอม คุณดูสิ” ไอ้เด็กผีล้วงมือลงไปในกางเกงหยิบตุ๊กแกปลอมออกมาอวดผมหน้าตาเฉย
ตั้งแต่เกิดมาจนเป็นหนุ่มวัยสามสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอคนกวนตีนขั้นสุดขนาดนี้ ไม่รู้ว่าไอ้เด็กแดนดินมันมีชีวิตอยู่จนมาถึงวันนี้ได้ยังไงโดยไม่ถูกกระทืบตายไปเสียก่อน
หลังจากไหว้พระประจำหมู่บ้านเสร็จ เด็กหนุ่มเจ้าของพื้นที่ขี่มอเตอร์ไซต์พาผมเลาะไปเที่ยวในหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขา ตอนนี้เองที่ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าในหมูบ้านนี้มันไม่มีร้านค้า ร้านขายอาหารจริง ๆ มีแค่เพียงร้านขายของชำเล็ก ๆ อยู่ร้านหนึ่งเท่านั้น เสียดายที่ทั้งเนื้อทั้งตัวผมไม่มีเงินติดตัวสักบาท ไม่อย่างนั้นจะทำใจป๋าซื้อกางเกงในใหม่ให้เจ้าเด็กหมอยยาวนี่สักสองสามตัว
เกือบค่ำแล้วที่แดนดินพาผมขี่มอเตอร์ไซต์กลับมายังมีสุขฟาร์มสเตย์ซึ่งเป็นที่พักของผม หากแต่เมื่อกลับมาภูมิทัศน์ดูเหมือนจะยังไม่กลับมาจากข้างนอก
“โอ๊ะ โอ หิวกันแล้วล่ะสิใช่มั้ยเด็ก ๆ” เจ้าตัวเล็กวิ่งเข้าไปชะโงกหน้าคุยกับไก่ในเล้าที่ส่งเสียงร้องกุ๊ก ๆ กันระงมไปหมด
“คุณเอาไม้ไปสอยมะละกอลูกแดง ๆ บนต้นนั้นมาให้ผมหน่อยสิ เดี๋ยวผมจะเอามาสับให้ไก่กิน” นิ้วสั้นชี้ไปยังไม้ไผ่ลำยาวที่วางพิงเอาไว้ใกล้กับต้นมะละกอสูง ส่วนตัวเองเดินไปแบกบันไดไม้ไผ่แล้วเอาไปพาดปีนขึ้นไปบนหลังคาโรงเรือนสำหรับเลี้ยงไก่ ก่อนจะหยิบไข่สามสี่ฟองในรางน้ำฝนออกมา
"นี่นายใช้ให้ฉันไปเก็บมะละกอมาให้ไก่ อย่างนั้นเหรอ"
"อืม ถ้าเจออะไรที่ไก่มันกินได้ก็เก็บมาด้วยนะ" เจ้าตัววุ่นวาย ยืนเท้าเอวชี้นิ้วสั่งเสียอย่างกับผมเป็นลูกจ้างในฟาร์ม ขาข้างหนึ่งยังคงกางยกเหยียบอยู่บนบันไดไม้ไผ่ ซึ่งปลายข้างหนึ่งพาดสูงขึ้นไปบนหลังคาโรงเลี้ยงไก่ไข่
"แล้วนายล่ะ ทำอะไร"
"ผมจะไปเก็บไข่ไง" ปากเล็กบุ้ยใบ้ลงไปยังตะกร้าหวายซึ่งแขวนอยู่ใกล้เล้าไก่
"ก่อนจะไปเก็บไข่ไก่ นายช่วยเก็บไข่นายเอาไปให้มันพ้นลูกตาฉันก่อนได้มั้ย ถามจริง ๆ เถอะ ที่บ้านไม่มีกางเกงในใส่หรือไง?" ผมมองลอดช่องว่างระหว่างขากางเกงบานเข้าไปจนเห็นโคนขาหนีบเป็นพวงไข่คุ้นตาห้อยต่องแต่งอยู่ต่อหน้าห่างไปไม่เกินสองเมตร
“ก็ไม่มีนะสิ” หน้าซื่อตอบกลับมาเหมือนไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องผิดปกติอะไร
ผมเหนื่อยและอิดหนาระอาใจ กับการต่อปากต่อคำกับเจ้าเด็กกะล่อนนั้น จึงคว้าไม้ไผ่มาสอยเอามะละกอสุกบนต้นนั้นลงมา แล้วเดินท่อม ๆ มองหาสิ่งที่ไอ้เด็กแดนดินนั่นบอกว่าไก่กินได้ แต่ปัญหาของผมคือ ผมไม่รู้ว่าไก่มันกินอะไรนี่สิ
“นี่...นี่..นี่ อันนี้ได้มั้ย” ผมหันไปร้องถามคนที่กำลังไต่บันไดกลับลงมายังพื้นดินพร้อมวางไข่ลงไปในตะกร้า
“ไก่บ้านคุณกินมะกรูดหรือไง”
“ก็ใครจะไปรู้เล่า บ้านฉันไม่เคยเลี้ยงไก่นี่” ผมอุ้มมะละกอสุกเดินต่อไปจนมาเห็นลูกอะไรแดง ๆ ขึ้นเป็นพุ่มอยู่ริมรั้วสวยดี
“ไอ้นี่ ต้นอะไร”
“มะม่วงเหงา มะนาวเงี่ยน...”
“มะม่วงอะไรนะ!!!”
