บทที่ 5 เอาแต่ใจเก่งที่สุด

“ไม่ร้อนหรือไงคะคุณลี พี่ว่าเข้าบ้านดีกว่า เดี๋ยวถ้านายออกมาเจอ จะโดนดุเอานะคะ”

เสียงของอิ่มดังขึ้นอย่างนุ่มนวล พลางยกถาดขนมและน้ำผลไม้ไปวางบนโต๊ะไม้กลางสวน สายตาเธอทอดมองหญิงสาวที่อยู่ในความดูแลของเจ้านายด้วยความเป็นห่วง เพราะตอนนี้เป็นช่วงบ่ายของวัน ซึ่งอากาศอบอ้าวร้อนจัด แต่กลับเห็นอีกฝ่ายนั่งหมกมุ่นกับการเปลี่ยนกระถางดอกไม้

“ไม่ร้อนหรอกค่ะ มีลมพัดมาอยู่” ลีอาห์เงยหน้าขึ้นจากกระถางดอกไม้ ยิ้มบางให้กับพี่แม่บ้านที่คอยดูแลเธอเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง

“ถึงคุณลีไม่ร้อนก็เถอะ แต่ถ้านายออกมาเจอจะโดนดุนะคะ”

น้ำเสียงจริงจังของอิ่ม ทำให้ลีอาห์หัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบกลับด้วยความมั่นใจ

“เขาไม่มาตรงนี้หรอกค่ะ” ร่างเล็กตอบออกมาด้วยความมั่นใจ เพราะเกือบสามเดือนที่อยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ เธอสังเกตได้ว่ามาเฟียหนุ่มเจ้าของบ้านไม่เคยเดินเข้ามาในสวนดอกไม้นี้เลยสักครั้ง ส่วนมากที่เขามักจะไป ก็มีเพียงลานด้านหลังซึ่งเป็นที่พักของบอดีการ์ดและแม่บ้าน หรือไม่ก็โรงยิมส่วนตัวของเขาเพียงเท่านั้น

“เฮ้อ~ ดื้อจริง ๆ เลย มาค่ะ เดี๋ยวพี่ช่วย”

อิ่มถอนหายใจออกมาเบา ๆ จากนั้นก็มานั่งลงข้าง ๆ หญิงสาวพลางหยิบถุงดินกับถุงปุ๋ยมาช่วยจัดเตรียม

“ไม่ได้ทำอะไรเหรอคะ ถึงมาช่วยลีได้”

“ว่างแล้วค่ะ วันนี้เสร็จงานเร็ว”

“ดอกสีนี้สวยไหมคะ” ลีอาห์ยกดอกไม้สีสดใสขึ้นโชว์

“สวยคะ” อิ่มพยักหน้าเบา ๆ ทำให้ร่างเล็กยิ่งยิ้มกว้างจนแก้มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความสุข

จากนั้นเธอก็นั่งเปลี่ยนกระถางดอกไม้ไปเรื่อย ๆ จนเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ดอกไม้ทุกต้นที่เธอซื้อมาก็ถูกย้ายลงกระถางใบใหม่อย่างเรียบร้อย

เธอปัดเศษดินออกจากมือ ก่อนจะลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจเล็กน้อยเพราะรู้สึกเมื่อยล้าเนื่องจากนั่งท่าเดิม ๆ มาค่อนข้างนาน

“เสร็จแล้วพี่อิ่มก็ไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวลีก็จะขึ้นห้องแล้ว”

“ค่ะคุณลี พี่ไปก่อน”

พี่แม่บ้านเดินห่างออกไป หญิงสาวเห็นแบบนั้นก็เลี่ยงเดินมาอีกทางเพื่อจะกลับเข้าไปในบ้าน แต่ระหว่างที่เธอกำลังจะเดินเข้าบ้านนั้น หางตาก็สะดุดเข้ากับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก น้ำในสระเป็นประกายระยิบระยับสะท้อนเข้ากับแสงแดด จนหัวใจเธอพลันเต้นแรง ความคิดถึงช่วงวัยมัธยมปลายที่เคยแข่งขันว่ายน้ำแล่นเข้ามาในหัว... ริมฝีปากเธอคลี่ยิ้มอย่างอดไม่ได้ อยากว่ายน้ำจัง

“ได้เรื่องว่ายังไง” เสียงทุ้มต่ำของมาเฟียหนุ่มดังขึ้นในห้องทำงานที่เงียบสงัด หลังจากที่ลูกน้องคนสนิทเปิดประตูเข้ามา

“เป็นไปตามที่นายคาดการณ์เอาไว้เลยครับ ทางฝั่งนั้นไม่ยอมรับข้อเสนอที่เรายื่นให้” เดวิดรายงานด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เล่นตัวใช้ได้” มาเฟียหนุ่มกดเสียงต่ำ พลางเอนหลังพิงเก้าอี้หนังสีดำ มือใหญ่หยิบปากกาขึ้นมาหมุนเล่นอย่างใจเย็น

“นายคิดว่าเราควรจะสู้ดีไหมครับ” เดวิดถามอย่างรอฟังคำสั่ง

“ไม่ต้อง แค่นี้กูก็ยื่นข้อเสนอให้เยอะแล้ว ถ้ามันไม่อยากได้ก็ช่างมัน หากลุ่มอื่นแทนก็ได้” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเฉยชา แต่ในแววตากลับแฝงความเย็นชาและเด็ดขาด

“ได้ครับนาย”

“มึงมีอะไรก็ไปทำเถอะ เดี๋ยวกะ...”

ก๊อก! ก๊อก!

ระหว่างที่มาเฟียหนุ่มกำลังพูดคุยงานกับลูกน้องตัวเองอยู่นั้น ก็ดันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ทำทั้งคู่ชะงักไปชั่วขณะ จากนั้นร่างสูงก็เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร มองไปทางลูกน้องคนสนิทเพื่อส่งสัญญาณเงียบ ๆ ให้ไปเปิดประตู

ซึ่งเดวิดก็พยักหน้ารับคำสั่ง ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ที่ประตู พร้อมกับยื่นมือไปหมุนลูกบิดเพื่อดูว่าใครอยู่อีกฝั่งของประตู โดยเมื่อบานประตูเปิดออก กลับไม่ใช่ใคร หากแต่เป็นลีอาห์ที่กำลังยืนอยู่หน้าห้องด้วยท่าทีใสซื่อ

“หนูขอเข้าไปนะ” เสียงใสเอ่ยขอ แต่ยังไม่ทันรอคำอนุญาต ร่างเล็กก็ก้าวขาเรียวเล็กเดินเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

สายตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มทอดมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างประเมิน ก่อนจะตวัดหางตาไปยังเดวิด ราวกับจะบอกว่าให้ออกไปได้แล้ว

โดยเดวิดก็เข้าใจทันที ก้าวออกจากห้องอย่างเงียบเชียบ ปิดประตูลงเบา ๆ ทิ้งให้ทั้งห้องเหลือเพียงแค่สองคน

“มีอะไร”

พอเดวิดเดินออกไปจากห้อง มาเฟียหนุ่มก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาคมยังจับจ้องร่างเล็กตรงหน้า

“คือว่าหนูขอเล่นน้ำที่สระได้ไหมคะ”

“ตอนนี้?” เขาขมวดคิ้วทันที เพราะตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมง แม้แดดจะไม่แรงเหมือนช่วงเที่ยงแล้ว แต่ก็ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะจะลงสระเล่นน้ำอยู่ดี

“ใช่ค่ะ หนูอยากเล่น ขอเล่นหน่อยนะ” หญิงสาวเอ่ยยืนยัน สีหน้าใสซื่อ แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความดื้อรั้น

“มันยังร้อนอยู่ ตอนเย็นค่อยเล่น” น้ำเสียงเข้มเอ่ยตัดบท

“ไม่ร้อนค่ะ” ร่างเล็กเอ่ยเถียงกลับทันควัน

“ฉันพูดอะไรฟังบ้าง” คิ้วเข้มของมาเฟียหนุ่มกระตุกเล็กน้อย “ไม่ใช่เถียงอย่างเดียว”

“หนูไม่ได้เถียงสักหน่อย ขอไปเล่นนะ”

“อย่าพูดไม่รู้เรื่อง ถ้าเธอไปเล่นแล้วไม่สบายขึ้นมา เดี๋ยวพี่สาวเธอก็มาโทษฉันว่าฉันดูแลน้องสาวเธอไม่ดีอีก”

“เล่นแป๊บเดียวมันคงไม่เป็นไรหรอก” ลีอาห์เอ่ยพูดพลางก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่ด้านข้างเขาอย่างไม่เกรงกลัว

มือเล็กเอื้อมออกไปจับมือใหญ่ของร่างสูงอย่างถือวิสาสะ ความอุ่นนุ่มที่สัมผัสปลายนิ้วทำให้เขาเผลอชะงักไปวูบหนึ่ง

“คุณมาร์ค” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา พร้อมกับส่งเสียงออดอ้อนแผ่วเบา “หนูขอเล่นน้ำหน่อยนะคะ อยากเล่นจริง ๆ”

น้ำเสียงออดอ้อนประกอบกับแววตาที่เหมือนลูกแมวน้อยทำให้บรรยากาศในห้องทำงานที่เคร่งขรึมพลันเปลี่ยนไป ราวกับกำแพงความเข้มดุดันของมาเฟียหนุ่มกำลังถูกร่างเล็กค่อย ๆ กัดเซาะจนสั่นคลอน

“ไม่!” เสียงห้าวทุ้มของร่างสูงดังขึ้นอย่างเด็ดขาด

“ทำไมล่ะ” หญิงสาวรีบถามกลับทันที ดวงตากลมโตสั่นระริก ราวกับไม่เข้าใจว่าทำไมความต้องการเล็กน้อยถึงถูกปฏิเสธ

“ก็บอกว่ามันร้อน” มาโครเอ่ยเสียงเข้ม แววตาที่มองร่างเล็กยังคงเรียบนิ่งไม่เปลี่ยน “ตอนเย็นฉันให้เล่นได้ แต่ตอนนี้ไม่”

“เล่นตอนไหนมันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ” ลีอาห์ยังคงดื้อดึง เธอไม่เข้าใจเหตุผลที่อีกฝ่ายยกมาห้ามเอาเสียเลย

“มันไม่เหมือนกัน” เขาเอ่ยสวนเสียงนิ่ง แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับย่นจมูกใส่เขาเหมือนกำลังงอน

“ใจร้าย ใจร้ายที่สุด” ลีอาห์ตะโกนใส่ จากนั้นก็หันหลังหมุนตัววิ่งออกไปจากห้องทำงานโดยไม่เหลียวกลับ

มาโครมองตามแผ่นหลังที่เพิ่งหายไป ก่อนจะถอนหายใจออกมาพรืดยาว ส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจ

“เอาแต่ใจเก่งจริง ๆ”

ทว่ามุมปากของเขากลับเผลอคลี่ยิ้มอย่างไม่รู้ตัว ความวุ่นวายที่ร่างเล็กสร้างไว้เมื่อครู่ ยังคงอวลอยู่ในห้องทำงาน ทำให้บรรยากาศที่เคยอึมครึมเย็นชา กลับดีขึ้นมาอย่างประหลาด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป