บทที่ 8 ต้านไม่ไหว

โรลส์-รอยซ์ แฟนทอมสีดำสนิทหยุดนิ่งตรงทางเข้าเพนต์เฮาส์สุดหรู ในย่านที่อยู่อาศัยของมหาเศรษฐีและคนดังระดับโลก

ลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกสู่ชั้นบนสุดของอาคารหรูหราที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำสุดโมเดิร์น ผนังกระจกบานใหญ่โล่งจนเห็นวิวพาโนรามาของอ่าววิคตอเรียที่สวยงามยามค่ำคืน แสงไฟจากตึกระฟ้าสะท้อนกับผิวน้ำระยิบระยับ

อลันอุ้มหลี่เอินหนิงตรงไปยังห้องนอนหลัก แสงไฟอัตโนมัติเปิดขึ้นอย่างนุ่มนวล เผยเตียงคิงไซซ์ตัวมหึมาที่ปกคลุมด้วยผ้าปูสีเทาเข้ม ด้านหัวเตียงเป็นโครงไม้เนื้อแข็งสีเข้มติดตั้งระบบสายรัดและโซ่หนังสีดำ ที่ทำให้คนมองเดาได้ว่ามีไว้เพื่อจุดประสงค์อะไร

เขาวางเธอลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือ แต่ทันทีที่หลังสัมผัสที่นอน ร่างกายของเอินหนิงที่ยังไม่สิ้นฤทธิ์ยาก็ร้อนผ่าวขึ้น เธอพลิกตัวหนี พยายามดึงเดรสที่เลื่อนหลุดขึ้นมาปิดอกอย่างยากลำบาก

“ปล่อยเอินไปเถอะ… เอิน…ไม่อยากทำแบบนี้”

น้ำเสียงเธอสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าเมื่อเดาผลลัพธ์ต่อไปได้

หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่สนใจ ยืนมองเธอจากปลายเตียง ก่อนจะถอดเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยออก เผยแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อที่ชัดเจนใต้แสงไฟอบอุ่นจนเธอต้องเบนหน้าหนี

อาย... ทั้งเขินและอายจนไม่กล้ามองแม้เพียงนาที

“ไม่อยาก?”

เขาทวนคำนั้นช้าๆ ก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์

“แต่ตอนที่อยู่ในรถ เธอเกือบจะเสร็จคานิ้วฉันแล้วนะ”

เขาก้าวขึ้นเตียง คลานเข้ามาใกล้ๆ จนเอินหนิงต้องหลบสายตา

“หรือว่า… เธออยากให้ฉันทำให้เสร็จจริงๆ มากกว่า?”

หญิงสาวตาโต ส่ายหน้าไปมาจนผมสลาย มือเล็กยกขึ้นป้องกันอกเมื่อเขาใช่สายตาเล็มเลียอย่างหน้าด้านๆ

“ไม่… เอินไม่ได้อยากทำแบบนี้”

“แต่ฉันอยาก และเธอก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธด้วย”

อลันจับข้อมือทั้งสองข้างของเธอยกขึ้นเหนือหัว แล้วใช้เข็มขัดหนังจากกางเกงตัวเองมัดกับหัวเตียงอย่างรวดเร็วและแน่นหนา แม้จะแปลกใจที่เธอตัวร้อนค่อนข้างมาก แต่อลันที่อยู่ภายใต้ฤทธิ์ยากลับไม่มีอารมณ์จะสนใจนัก

ไม่รู้พวกนั้นเอายาอะไรผสมให้เขากิน ระดับความร้อนรุ่มและความต้องการถึงได้ถีบตัวสูงลิบเช่นนี้

“อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก”

เขายิ้มเยาะ ก้มลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยอำนาจ

“พ่อเธออุตส่าห์ลงทุนขนาดนี้ จะให้ฉันพลาดได้ยังไง”

“ไม่นะ!”

“เสียใจ บอกแล้วไงว่าเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”

ฝ่ามือใหญ่ลากไปตามลำตัวบอบบางอย่างยั่วเย้า ดึงซิปเดรสจนสุด ก่อนสะบัดทิ้งอย่างไร้ค่า เผยให้เห็นเรือนร่างขาวเนียนที่สวมเพียงกางเกงในลูกไม้บางๆ กับบราปีกนกที่ปกปิดอะไรแทบไม่ได้

“ผิวเธอสวยมาก ไม่น่ามีแผลที่มือเลยจริงๆ”

เขาลูบไล้เนินอกขาวนวล งับเกสรด้านหนึ่งเข้าไปในปาก แกล้งดูดและกัดเบาๆ จนเอินหนิงถึงกับสะดุ้ง ครางออกมาอย่างลืมตัว

“อื้อ!”

ร่างกายของเธอโก่งขึ้นโดยอัตโนมัติ ความเสียวจากฤทธิ์ยาผสมกับลิ้นร้อนของเขาทำให้สมองพร่ามัวไปชั่วขณะ เอินหนิงกัดริมฝีปาก พยายามกลั้นเสียงน่าอาย แต่ยิ่งฝืนเท่าไหร่ ก็ยิ่งทรมานเท่านั้น

“ปากไม่ตรงกับใจเลยนะ”

อลันเลื่อนนิ้วลงไปด้านล่าง ลากผ่านกางเกงในตัวบางอีกครั้ง

“เปียกขนาดนี้แล้ว ไม่ใช่ว่าต้องการจนตัวสั่นหรอกเหรอ?”

เขายิ้มเยาะ ดึงกางเกงในลงช้าๆ จนหลุดจากข้อเท้า ก่อนจะแยกขาเรียวของเธอออกกว้าง จ้องกลีบเนื้อนวลที่บวมเป่งและชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหวาน วูบหนึ่งเผลอคิดถึงใบหน้าใสซื่อของเธอในค่ำคืนนั้น

แต่เพียงครู่เดียว... เขาก็สลัดทุกอย่างทิ้งได้

“หน้าไม่อายจริงเอินเอิน ร่างกายเธอต้องการฉันขนาดนี้เชียว”

“ไม่ใช่...” เธอค้าน แต่เขากลับไม่ฟัง

อลันก้มลงต่ำ ใช้ลิ้นลากวนที่ใจกลางดอกไม้อย่างช่ำชอง พร้อมสอดนิ้วเข้าไปในช่องทางฉ่ำร้อน ขยับเข้าออกเป็นจังหวะช้าๆ แต่ลึกและหนักแน่นจนหญิงสาวบิดเร่า

“อื้อ… เจ็บ!”

“แค่สองนิ้วเอง ทำอย่างกับไม่เคยไปได้”

ปลายลิ้นขยับเร็วและแรงขึ้นจนเอินหนิงดิ้นสะบัด แต่เพราะถูกมัดจึงทำให้หนีไม่ได้ ความเสียวซ่านทำให้เธอครางอย่างลืมอาย ตรงกลางกายถูกกระตุ้นอย่างหนักและต่อเนื่องจนความเสียวพุ่งทะลัก

เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะแตกสลายอีกครั้ง แต่คราวนี้เขากลับไม่หยุดง่ายๆ ยิ่งเธอร้องดังเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งพอใจเท่านั้น

เขายกหน้าขึ้น มองเธอด้วยสายตาลุ่มลึก ขณะที่นิ้วยังคงขยับ...

“อยากใช้นิ้วให้เสร็จ หรืออยากได้ของจริงเลยล่ะ?”

น้ำตาของหญิงสาวไหลไม่หยุด ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างรุนแรงจากความขัดแย้งระหว่างหัวใจกับร่างกาย

“อ๊ะ...” เธอครางเสียงแผ่ว ไม่สามารถพูดจบประโยคได้

อลันยิ้มมุมปาก ก้มลงกระซิบข้างหูอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนุ่มแต่เย็นเยียบตามสไตล์เขา

“แต่ฉันคิดว่าเธออยากได้ทั้งสองอย่าง...ใช่ไหมล่ะ?”

“อ๊าย!”

เธอกรีดร้องออกมาเสียงหลงขณะที่คลื่นเสียวซ่านพุ่งทะลุสมอง ความเสียวระเบิดอย่างรุนแรง น้ำหวานใสไหลเยิ้มเปียกนิ้วเขาจนชุ่ม เอินหนิงหอบหายใจถี่ น้ำตาไหลไม่หยุด ความอัปยศท่วมท้นใจจนเธออยากหายตัวไปจากเขาให้ได้

แต่อลันกลับพึงพอใจ มองเธอด้วยสายตาลุ่มลึกก่อนกระซิบ...

“เธอนี่มันร่านได้ใจจริงๆ”

เขาจ้องมองร่างสั่นเทิ้มที่เปียกชุ่มด้วยคราบน้ำตาและรอยแดงจากเขา พลันภาพผู้หญิงตัวเล็กในคืนฝนตกที่เขาเคยอยากปกป้องก็ซ้อนทับขึ้นมาอย่างร้ายกาจ

นาทีนั้น เขารู้สึกเหมือนกำลังใช้เข็มขัดหนังฟาดลงบนความทรงจำงดงาม แต่ความอัปยศที่ถูกหลี่เซิ่งวางยาก็ค้ำคอเกินกว่าจะหยุดหมาป่าคุ้มคลั่งได้

ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปกระซิบชิดริมฝีปากหญิงสาว แววตาคมเข้มไร้เงาของ ‘อลัน’ คนเดิมที่เธอเคยรู้จัก

“เลิกมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสักที เพราะผู้ชายใจดีคนที่ยื่นร่มให้เธอในวันนั้น มันตายไปแล้วเอินเอิน!”

เขากดจูบปิดเสียงสะอื้นอย่างไร้เมตตา หญิงสาวทำได้แค่ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป