บทที่ 9 ของจริง

อลันมองเธอนิ่งๆ ชั่วขณะ ก่อนจะยกมือขึ้นไล้ข้างแก้มที่เปียกน้ำตาของเธออย่างแผ่วเบา แต่สายตายังคงลุ่มลึกแบบที่หญิงสาวก็ยังมองไม่ออกว่าหมายถึงอะไร

เอินหนิงหันหน้าหนีไปด้านข้างทันที แม้ร่างกายจะยังสั่นเทิ้มไม่หยุด เขาจึงลุกขึ้นยืน มองเรือนร่างขาวเนียนที่แดงระเรื่อและชุ่มเหงื่อด้วยนัยน์ตาที่เป็นประกาย เมื่อคิดว่าเธอยังพยายาม ‘เล่นตัว’ อยู่

เขาถอดเข็มขัดและกางเกงออกช้าๆ เผยให้เห็นความแข็งขันที่ใหญ่โตและพร้อมรบเต็มที่ เอินหนิงหันมาเห็นเข้าก็ตาโต แก้มแดงจัดจนถึงใบหู รู้สึกเหมือนไข้กำลังจะขึ้น

“ไม่เอานะ!”  เธอส่ายหน้า พยายามสะบัดข้อมือที่ถูกมัด

อลันไม่สนใจ กระโดดขึ้นเตียงและคร่อมเธอไว้ ก้มลงจูบอย่างเร่าร้อน สอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากฉ่ำหวานอย่างหิวกระหาย ขณะที่มือใหญ่ค่อยๆ จับขาเรียวแยกออกจากกันช้าๆ

“ที่จริงฉันอยากให้เธอใช้ปากก่อน…”

เขากระซิบเสียงพร่า ขณะที่ริมฝีปากเลื่อนลงไปขบเม้มที่ติ่งหูเบาๆ จนเธอขนลุกซู่

“แต่ยาที่พ่อเธอผสมให้ฉันกิน มันออกฤทธิ์ไม่หยุดเสียแล้ว”

“ได้โปรด… ปล่อยเอินไปเถอะนะ” เธอขอร้องเสียงสั่น

“จะให้ปล่อยไป ทั้งที่หลี่เซิ่งจับเธอใส่พานมาถวายเนี่ยนะ?”

ประโยคนั้นทำให้เอินหนิงพูดไม่ออก แต่ก็ยังพยายามขอร้องแม้ความร้อนและความต้องการจะถีบตัวขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ

“แต่คุณก็รู้ว่าเอินไม่เต็มใจ”

เขาจุ๊ปากเบาๆ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วลากไปบนริมฝีปากนุ่มช้าๆ

“ตัวเองเพิ่งเสร็จไปเมื่อกี้ จะมาอ้างว่าไม่เต็มใจไม่ได้หรอกนะ”

อลันประทับรอยแดงจางๆ ที่ต้นคอหญิงสาว ลามไปถึงเนินอกอิ่มที่ชิมแล้วว่าหวานล้ำยิ่งกว่าสิ่งใด ปล่อยให้ของแข็งด้านล่างเสียดสีที่หน้าท้องเรียบเนียนอย่างจงใจ จนหญิงสาวหน้าแดงหูแดงไปหมด

“เอิน...ไม่ได้อ้าง”

“งั้นก็พิสูจน์สิ ว่าเธอไม่ได้อ้างอย่างที่ปากพูดจริงๆ”

เขาอ้าขาเธอกว้างขึ้นกว่าเดิม ก่อนจับแท่งเหล็กร้อนไปถูที่กลีบดอกไม้สีอ่อนอย่างจงใจจนน้ำหวานสีใสเปียกชุ่มฉ่ำแฉะ ความเสียวซ่านทำให้เธอหลับตาพริ้ม สติที่พร่าเลือนเต็มทีเริ่มถูกฤทธิ์ยากลืนกิน

“คุณกำลังจะข่มขืนเอิน”

“ตลกแล้ว แบบนี้เรียกว่าเล่นสนุกต่างหาก”

เขายิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนจะโน้มตัวมากระซิบเสียงแผ่ว

“จำไว้นะเอินเอิน ฉันจะทำให้เธอลืมคืนนี้ไม่ได้...ชั่วชีวิต!”

ทันทีที่ความแข็งขืนแทรกซึมเข้ามาทีละนิด หลี่เอินหนิงก็ดิ้นเร่าอย่างอดไม่ได้ จิกมือตัวเองจนเลือดแทบซิบ

“ไม่เอา... มันใหญ่เกินไป!”

“เดี๋ยวเธอก็ปรับตัวได้”

“อลัน...อย่าทำร้ายเอินได้ไหม?”

ความร้อนและขนาดที่ใหญ่โตทำให้เธอสั่นเทิ้มทั้งตัว แม้เขาจะเพิ่งสอดเข้าไปเพียงส่วนหัว แต่ความแน่นและความเจ็บก็ถีบตัวสูงจนเธอยิ่งสั่น ครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมด

“เอินกลัวจริงๆ นะ”

น้ำตาที่ไหลอาบแก้มในตอนนี้ไม่ใช่แค่เพราะความหวาดกลัวต่อสิ่งแปลกปลอมที่กำลังคุกคาม แต่เพราะภาพของผู้ชายแสนดีในค่ำคืนนั้นกำลังแตกสลายต่อหน้าต่อตา

“กลัวก็ต้องทน”

อลันกัดฟันแน่น แต่เสียงของเขากลับนุ่มกว่าปกติเล็กน้อย เขาดันสะโพกอย่างระมัดระวัง ขณะที่ช่องทางอ่อนนุ่มถูกแยกออกช้าๆ จนหญิงสาวกรีดร้องออกมาเสียงหลง ร่างกายกระตุกเกร็ง มือที่ถูกมัดไว้สะบัดไปมาจนเข็มขัดบาดเนื้อเป็นทาง

“เอาออกไปนะ! เอินเจ็บ!”

เธอนิ่วหน้า น้ำตาไหลอาบแก้ม พยายามดิ้นอีกครั้งเมื่อความจุกในช่องท้องรุนแรง ร่างกายส่วนล่างเหมือนถูกฉีกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ

ขณะที่อลันยังคงดันลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนเกือบครึ่งทาง แต่เขาก็ต้องชะงักค้าง ดวงตาที่เจือด้วยความใคร่เบิกกว้างด้วยความตกใจ

“นี่เธอ...” เขาพึมพำเสียงแผ่ว

ลมหายใจที่เคยหอบด้วยความกระสันสะดุดนิ่งไปทันที มือหนาที่เคยบีบเค้นสะโพกอย่างรุนแรงจนขึ้นรอยนิ้วมือคลายออกช้าๆ ราวกับกลัวว่าแรงกดเพียงนิดจะทำให้เธอบุบสลาย ความร้อนระอุจากฤทธิ์ยาที่เคยพลุ่งพล่านถูกสาดซัดด้วยความเย็นเยียบของความจริงที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า

แต่เพราะอยากมั่นใจ จึงถอนตัวตนออกมาเล็กน้อย ก่อนจะดันเข้าไปอีกครั้ง และครั้งนี้...เขาก็ได้คำตอบที่ชัดเจนที่สุด

เยื่อบางๆ ที่ขวางตรงหน้า...

ความตึงแน่นอย่างคนที่ไม่เคยถูกแตะต้อง…

และเลือดอุ่นๆ ที่ไหลซึมออกมา...

ทุกอย่างชัดเจนจนเขาพูดไม่ออก อลันนิ่งสนิท ใบหน้าที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นตกใจอย่างเห็นได้ชัด ภาพรอยยิ้มสดใสของเธอ คำอวยพรในร้านกาแฟวันนั้น ทุกอย่างผุดขึ้นมาราวกับสายน้ำ ราวกับต้องการตราหน้าว่าเขามันชั่วเกินคน

“เธอยัง...บริสุทธิ์...งั้นเหรอ?”

เขาถามไม่เต็มเสียงนัก ดวงตาจ้องมองใบหน้าที่ชื้นไปด้วยน้ำตาของเธออย่างไม่อยากเชื่อ

เอินหนิงกัดริมฝีปากแน่นจนเลือดซึม ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดและความอัปยศ เธอไม่ตอบ แต่การนิ่งและปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาคือคำตอบที่ชัดที่สุดในเวลานี้

อลันยังคงนิ่งค้าง แท่งเหล็กร้อนยังฝังลึกอยู่ในตัวเธอเพียงครึ่งลำ หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างไม่คาดคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนพูดไม่ออก

“เป็นไป... ได้ยังไง…”

เขาพึมพำอย่างลืมตัว จ้องราวกับจะเค้นให้เธอตอบให้ได้

“ถ้าเธอไม่เคย ทำไมพวกนั้นถึงกรอกยาให้... ทำไมถึง...”

เขามองลงไปที่จุดเชื่อมต่อระหว่างกัน เห็นเลือดจางๆ ไหลปนกับน้ำหวานสีใส ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเธออีกครั้งด้วยสายตาที่ทับซ้อนระหว่างความตกใจ ความใคร่ และบางอย่างที่เริ่มเปลี่ยนไป

สุดท้าย... จะยังเป็นเขาแน่หรือที่เป็นฝ่ายคุมเกม?

บทก่อนหน้า
บทถัดไป